บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์ ปีการศึกษา 2550

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  การศึกษาวิธีการเก็บรักษาความสดของผักแบบประหยัดพลังงาน
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. สุรธัช  พุทธพงษ์     เลขที่  16   ชั้น ม. 3/2
2.   ด.ช. ธีรดล  วงศาโรจน์    เลขที่  17   ชั้น ม. 3/2
3.   ด.ญ. จิราภรณ์ งามเถื่อน  เลขที่  22   ชั้น ม. 3/2
4.   ด.ญ. อาลิซ่า  มูจอนลี     เลขที่  31   ชั้น ม. 3/2
อาจารย์ที่ปรึกษา    นางจันทิมา   สุขพัฒน์
สถานศึกษา           โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

          โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง  การศึกษาวิธีการเก็บรักษาความสดของผักแบบประหยัดพลังงาน  จัดทำขึ้นเพื่อหาวิธีการเก็บรักษาความสดของผัก  โดยไม่ใช้ตู้เย็นซึ่งเป็นการช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า  และเป็นการสนองตอบต่อแนวพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งในการทดลองกลุ่มของข้าพเจ้าเลือกทดลองกับผักที่เหี่ยวและเสียง่าย  ได้แก่  มะเขือเทศ  พริกสด  โดยนำโอ่งดินเผาขนาดเท่าๆ กัน มา 4 ใบ ใบที่ 1 ใส่ดิน 500 กรัม และน้ำ 500 กรัม ใบที่ 2 ใส่ทราย 500 กรัม และน้ำ 500 กรัม ใบที่  3  ใส่น้ำ  500 กรัม  และใบที่ 4  ไม่ใส่อะไรเลย  จากนั้นนำผ้าขาวบางมาปิดปากโอ่งโดยให้มีลักษณะเป็นถุงย้อยลงไปในโอ่ง ห่างจากระดับน้ำ 1 นิ้ว  คัดเลือกพริกสดและมะเขือเทศ  ที่มีขนาดและน้ำหนักเท่าๆ กัน นำพริกสดใส่ในโอ่งทั้ง 4 ใบๆ ละ 5 เมล็ด และใส่มะเขือเทศลงไปในโอ่งใบละ  5 ลูก  ตั้งทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน เป็นเวลา  15  วัน  จากผลการทดลองพบว่า  พริกสดที่เก็บในโอ่งเปล่า จะคงความสดได้มากที่สุด รองลงมาเป็นโอ่งดินชุ่มน้ำ โอ่งทรายชุ่มน้ำและโอ่งน้ำ ตามลำดับ  ส่วนมะเขือเทศที่เก็บในโอ่งดินชุ่มน้ำ  จะสามารถเก็บรักษาความสดไว้ได้นานที่สุด  รองลงมาเป็น โอ่งน้ำ  โอ่งทรายชุ่มน้ำ และโอ่งเปล่า ตามลำดับ  ดังนั้นผลการทดลองสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า  ความสดของผักขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุในโอ่งเก็บรักษาความสด

 

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  เตาเผาขยะลดปัญหาภาวะโลกร้อน
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. นวพันธ์  นันชัยศิลป์     เลขที่  2  ชั้น ม. 3/2
2.   ด.ช. ณัฐวุฒิ  สงบวาจา      เลขที่  7  ชั้น ม. 3/2
3.   น.ส. ชนาภา  เผือกวัฒนะ    เลขที่  32 ชั้น ม. 3/2
4.   น.ส. อารยา  ปรีชานนท์      เลขที่  36 ชั้น ม. 3/2
5.   น.ส. สาธินี  สาดบุญสร้าง    เลขที่  39 ชั้น ม. 3/2
อาจารย์ที่ปรึกษาและที่ปรึกษาพิเศษ     นางจันทิมา   สุขพัฒน์   และ นายสมชาย   กาแก้ว
สถานศึกษา     โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

        โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เตาเผาขยะลดปัญหาภาวะโลกร้อน  ได้จัดทำขึ้นเพื่อประดิษฐ์เตาเผาขยะซึ่งสามารถขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกลิ่นควันจากการเผาขยะ ขึ้นใช้ในครัวเรือน  โดยนำ        ถังเหล็กขนาด 15 ลิตร  มาประดิษฐ์เป็นเตาเผา ซึ่งด้านบนของเตาเผาบรรจุถ่านหุงต้มไว้  โดยให้ชั้นของถ่านห่างจากบริเวณจุดไฟเผาขยะ  1 ฟุต  และด้านบนสุดต่อเชื่อมกับท่อนำก๊าซ  เพื่อให้ควันและก๊าซที่เกิดจาก การเผาขยะลอยออกทางท่อไปผ่านถังน้ำปูนใส  ส่วนด้านข้างถังเจาะฝาปิดเปิดเตาเผา  จากการทดลองเผาขยะจากครัวเรือน 4 ชนิด คือ เศษใบไม้ กระดาษ พลาสติก และเศษไม้ต่างๆ  แล้ววัดปริมาณตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตที่เกิดขึ้นในน้ำปูนใส  พบว่าขยะแต่ละชนิดจะให้ปริมาณตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตแตกต่างกัน  แสดงว่าขยะแต่ละชนิดให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ต่างกัน  โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ เศษไม้  พลาสติก  เศษใบไม้  และกระดาษตามลำดับ  และเมื่อผ่านคาร์บอนไดออกไซด์ลงในน้ำปูนใส  ปรากฏว่าน้ำปูนใสมีค่า pH  เปลี่ยนไป  โดยขยะประเภทเศษไม้  ทำให้ค่า pH  ของน้ำปูนใสเปลี่ยนไปมากที่สุด  รองลงมาเป็น  เศษใบไม้แห้ง  พลาสติก  และกระดาษ ตามลำดับ  ส่วนกลิ่นควันในขณะเผา  ในการเผาขยะทุกประเภท  ไม่มีกลิ่นออกมาจากเตาเผา  นั่นแสดงว่า เตาเผาขยะ   ที่สร้างขึ้นสามารถกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวการหลักในการเกิดวิกฤติการณ์ภาวะโลกร้อนได้  สรุปได้ว่า  ผลการทดลองสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า  ชนิดของขยะต่างกันปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาและการเปลี่ยนแปลงค่า pH ของ   น้ำปูนใสจะต่างกัน  


บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  อ่างล้างจานรักษาสิ่งแวดล้อม
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. นรากร  ไผ่พูล               เลขที่  11 ชั้น ม. 3/1
2.   ด.ช. ภาณุวัส  ทิพย์รัตน์          เลขที่  16 ชั้น ม. 3/1
3.   ด.ญ. สิริขวัญ  เจนวิริยะไพบูลย์ เลขที่  23 ชั้น ม. 3/1
4.   ด.ญ. อัญชลี  วงษ์เอี่ยม          เลขที่  30 ชั้น ม. 3/1
5.   ด.ญ. ญาดา  โพธิเสถียร          เลขที่  43 ชั้น ม. 3/1
อาจารย์ที่ปรึกษาและที่ปรึกษาพิเศษ     นางจันทิมา  สุขพัฒน์  ,  นางสาวสมศรี  เจ็งไพจิตร
สถานศึกษา    โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

         คณะผู้จัดทำโครงงานได้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง “ อ่างล้างจานรักษาสิ่งแวดล้อม ”  โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดทำเพื่อบำบัดน้ำเสียที่เหลือทิ้งจากการล้างจานให้มีคุณภาพดีขึ้นก่อนที่จะปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง  ซึ่งน้ำทิ้งเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย และสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก  โดยคณะผู้จัดทำได้สร้างตัวอ่างล้างจานสูงประมาณ  110  เซนติเมตร  ส่วนด้านล่างของตัวอ่างล้างจานมีชั้นสำหรับวางชุดกรองน้ำจากเส้นใยพืช  โดยใช้เส้นใยผักตบชวาสด  ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับไขมันที่ปนเปื้อนมากับน้ำที่เหลือทิ้งจากการล้างจาน  และชั้นที่สองเป็นชั้นสำหรับวางชุดเครื่องกรองน้ำอย่างง่ายซึ่งมีคุณสมบัติทำให้น้ำเสียที่ผ่านไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีตะกอน จากการทดลองพบว่า  น้ำทิ้งจากการล้างจานหลังผ่านการกรองด้วยอ่างล้างจานรักษาสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพ   ดีขึ้น  สังเกตได้จากการเปรียบเทียบคุณภาพน้ำทิ้งจากการล้างจานก่อนผ่านและหลังผ่านการบำบัดด้วยอ่างล้างจานรักษาสิ่งแวดล้อม  ปรากฏว่า นำทิ้งหลังผ่านการกรองด้วยอ่างล้างจานรักษาสิ่งแวดล้อม มีลักษณะใส  ไม่มีสี  ไม่มีตะกอนปนเปื้อนในน้ำ  มีกลิ่นคาวอาหารน้อยมาก ไม่พบสารอาหารปนเปื้อนในน้ำ  มีสมบัติเป็นกลาง  และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กสามารถดำรงชีวิตอยู่ในน้ำได้
 

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  การศึกษาประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ EM  ที่มีต่อการบำบัดน้ำเสีย
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. บุรินทร์  ทองประดิษฐ์    เลขที่  13 ชั้น ม. 3/1
2.   ด.ช. พิชัย  นุ่มนวล              เลขที่  15 ชั้น ม. 3/1
3.   ด.ช. คมกริช  จินดากุล         เลขที่  21 ชั้น ม. 3/1
อาจารย์ที่ปรึกษา    นางจันทิมา  สุขพัฒน์  
สถานศึกษา    โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

          โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทการทดลอง เรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ EM     ที่มีต่อการบำบัดน้ำเสีย  จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ EM  ในการบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำธรรมชาติ  โดยทำการผสมจุลินทรีย์ EM  ในอัตราส่วนจุลินทรีย์ EM 5  ลูกบาศก์เซนติเมตร  ต่อน้ำ 10  ลิตร  หมักทิ้งไว้เป็นเวลา  7  วัน  จากนั้นนำไปบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำธรรมชาติ  โดยนำ  จุลินทรีย์ EM  ที่หมักไว้ไปเทในแหล่งน้ำธรรมชาติพร้อมกัน 10 จุดๆ ละ 10 ลิตร  ทำการตรวจสอบคุณภาพ ได้แก่ ลักษณะสี  กลิ่น ความขุ่น และค่า pH ของน้ำก่อนบำบัดและหลังบำบัด  จากผลการทดลองซ้ำ 3 ครั้ง  พบว่า  น้ำเสียในแหล่งน้ำมีคุณภาพดีขึ้น  มีความเข้มสีลดลง  ไม่มีกลิ่นเหม็น  ความขุ่นของน้ำลดลง  ค่า pH ใกล้เป็นกลางมากขึ้น ตามลำดับ  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า  จุลินทรีย์ EM  สามารถบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า  ถ้าจุลินทรีย์ EM มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ดังนั้น น้ำเสียในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีคุณภาพดีขึ้นเมื่อบำบัดด้วยจุลินทรีย์ EM

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  การศึกษาชนิดของไส้กรองที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการกรองน้ำของเครื่องกรองน้ำ         ชนิดพกพา
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. ณัฐกิจ  ปัญจศรีพัฒน์    เลขที่  8   ชั้น ม. 3/1
2.   ด.ช. ศิรพัฒน์  กุหลาบเพชร   เลขที่  20 ชั้น ม. 3/1
3.   ด.ช. นนทนันท์  สายเป้า      เลขที่  22 ชั้น ม. 3/1
อาจารย์ที่ปรึกษา     นางจันทิมา  สุขพัฒน์ 
สถานศึกษา  โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1
 
           โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องกรองน้ำชนิดพกพา  จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ที่ชอบเดินทางไกล  หรือชอบกิจกรรมเดินป่า  ได้ดื่มน้ำที่ปลอดจากตะกอนดิน  และสารจำพวกแคลเซียม  โดยการประดิษฐ์เครื่องกรองขนาดเล็กต้นทุนต่ำ  โดยในไส้กรองใช้สาร  Mn  ,  C   และ เรซิน  ในปริมาณต่างๆ และทำการเปรียบเทียบระหว่างใยแก้วกับใยสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ  จากผลการทดลองพบว่า  อัตราส่วนที่ดีที่สุด  คือ  อัตราส่วน  1:1:1   และใยแก้วจะสามารถกรองตะกอนได้ดีกว่าใยสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ   โดยน้ำมีลักษณะใส  เมื่อทดสอบด้วยน้ำยาสำหรับตรวจสอบปริมาณแคลเซียมและสารปนเปื้อนในน้ำพบว่าน้ำมีคุณภาพดี  สามารถใช้ในการบริโภคได้

บทคัดย่อ


โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  การศึกษาความนิยมในการบริโภคต้มยำรวมมิตรที่ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของสารสกัดจากตะไคร้กับใบมะกรูด
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. สุชา      เคหะอุทัย    เลขที่  4   ชั้น ม. 3/2
2.   ด.ญ. พนิดา  ลาดเหลา       เลขที่  20 ชั้น ม. 3/2
3.   ด.ญ. ชโลทร  แจงบำรุง     เลขที่  24 ชั้น ม. 3/2
4.   ด.ญ. อลิส  สุดทะสิน         เลขที่  41 ชั้น ม. 3/2
อาจารย์ที่ปรึกษา     นางจันทิมา  สุขพัฒน์ 
สถานศึกษา  โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

         จากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  การศึกษาความนิยมในการบริโภคต้มยำรวมมิตรที่ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของสารสกัดจากตะไคร้กับใบมะกรูด  จัดทำขึ้นเพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างสารสกัดจากตะไคร้และใบมะกรูดที่ใช้ในการทำต้มยำรวมมิตร  ซึ่งเป็นการสะดวกและรวดเร็วสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง  โดยการนำตะไคร้และใบมะกรูดในอัตราส่วน  1:1 , 1:2 ,  1:3  ,  2:1  และ  3:1  มาสกัดกลิ่นด้วยวิธีการกลั่นด้วยน้ำ  แล้วเก็บสารที่ระเหยด้วยวิธีการควบแน่น  ใส่ขวดปิดฝาแยกไว้ในแต่ละอัตราส่วน  นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น  จากนั้นนำสารสกัดที่ได้ไปปรุงต้มยำรวมมิตรในปริมาณที่เท่าๆ กัน  ผลปรากฏว่า  ผู้บริโภคชอบต้มยำรวมมิตรที่ใส่สารสกัดระหว่างตะไคร้กับใบมะกรูดในอัตราส่วน  1: 2  รองลงมาเป็น อัตราส่วน 1:1  ส่วนอัตราส่วนที่ 1:3  กลิ่นใบมะกรูดมากเกินไปแทบจะได้กลิ่นตะไคร้  สำหรับอัตราส่วน  2:1 และ  3:1  นั้นกลิ่นตะไคร้เด่นเกินไป  จากการทดลองเก็บสารสกัดไว้ในตู้เย็นช่องปกติปรากฏว่าสามารถเก็บสารสกัดนี้ไว้ได้นาน  3  วัน  เมื่อเลยเวลา 3 วันกลิ่นของสารสกัดจะเปลี่ยนไป

 

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  การศึกษาความเข้มข้นของแป้งมันสำปะหลังที่มีผลต่อประสิทธิภาพของสีแป้งมันสำปะหลัง
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ญ. ภัทราวรรณ กิจวิริยะ           เลขที่  24 ชั้น ม. 3/1
2.   ด.ญ. พัชรี  บุญมานะ                 เลขที่  27 ชั้น ม. 3/1
3.   ด.ญ. กมลนัทธ์ มโนมัยเสาวภาคย์  เลขที่  31 ชั้น ม. 3/1
4.   ด.ญ. ธาริณี  เหมือนมี                เลขที่  37 ชั้น ม. 3/1
5.   ด.ญ. อาภาภรณ์ ผ่องสกุล            เลขที่  41 ชั้น ม. 3/1
อาจารย์ที่ปรึกษา     นางจันทิมา  สุขพัฒน์ 
สถานศึกษา  โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1
 
         โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การศึกษาความเข้มข้นของแป้งมันสำปะหลังที่มีต่อประสิทธิภาพของสีแป้งมันสำปะหลัง  จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนสีโปสเตอร์ที่มีขายตามท้องตลาด ซึ่งมีราคาแพง  ในการทดลองนี้ ได้นำแป้งมันสำปะหลังมาทำเป็นเนื้อสีโดยพบว่า  อัตราส่วนระหว่างแป้งมันสำปะหลังต่อน้ำที่เหมาะสมในการทาสีบนกระดาษ คือ อัตราส่วน  1 : 12  อัตราส่วนเนื้อสีต่อสีผสมอาหารในการทาบนกระดาษ คือ อัตราส่วน 1 : 1  ซึ่งได้สีแป้งเปียกที่คงทนและมีสีสันสวยงามมากที่สุด

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  วุ้นสมุนไพร
รายวิชา   ว30203  โครงงานวิทยาศาสตร์   ปีการศึกษา  2550
คณะผู้จัดทำ
1.   ด.ช. คมสันต์  นามวิชา       เลขที่  1   ชั้น ม. 3/2
2.   ด.ญ. ภัทราพร จุลศรี          เลขที่  25 ชั้น ม. 3/2
3.   น.ส. เมธาวี  หนีเมืองนอก    เลขที่  26 ชั้น ม. 3/2
4.   น.ส. วิลันดา  คงถัน           เลขที่  27 ชั้น ม. 3/2
5.   น.ส. สุพรรษา กิตติสุขเจริญ  เลขที่  29 ชั้น ม. 3/2
อาจารย์ที่ปรึกษา      นางจันทิมา  สุขพัฒน์ 
สถานศึกษา  โรงเรียนวัดราชาธิวาส   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1
 
          โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง วุ้นสมุนไพร  ได้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความนิยมในการบริโภควุ้นสมุนไพร  ซึ่งทำการทดลองโดย  นำตะไคร้  กระชาย  และใบเตย มาอย่างละ 1 กิโลกรัม  นำสมุนไพรแต่ละชนิดมาปั่นกับน้ำกรองด้วยผ้าขาวบางแยกน้ำไว้  นำน้ำ 8 ถ้วยตวงใส่ในหม้อยกขึ้นตั้งไปรอจนเดือด ใส่ผงวุ้น 1 ช้อนชา  เคี่ยวจนผงวุ้นละลายจนหมด ใส่น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง  คนให้ละลาย จากนั้นเติมน้ำสมุนไพรที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อต้มรอจนเดือดจึงยกลงเทใส่แม่พิมพ์  โดยการทำวุ้นสมุนไพรทีละชนิด  จากนั้นนำวุ้นสมุนไพรที่ได้ไปให้บุคคลโดยทั่วไปชิม  พบว่า  ผู้บริโภคชอบรับประทานวุ้นกระชายมากที่สุด  ซึ่งผลการทดลองไม่สนับสนุนสมมติฐานที่ว่า  ถ้าชนิดของสมุนไพรต่างกันความนิยมในการบริโภควุ้นสมุนไพรจะต่างกัน  ดังนั้นวุ้นตะไคร้น่าจะเป็นที่นิยมในการบริโภคมากกว่าวุ้นใบเตย  และวุ้นกระชายตามลำดับ  กล่าวคือ  จากการทดลองนำวุ้นสมุนไพรไปให้นักเรียนโรงเรียนวัดราชาธิวาส  ครู – อาจารย์  และแม่ค้าของโรงเรียนชิม  ปรากฏว่า วุ้นกระชาย เป็นวุ้นที่มีคนนิยมบริโภคมากที่สุด  รองลงมาเป็นวุ้นตะไคร้ และวุ้นใบเตย ตามลำดับ

 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 27 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • tammaralevinqqouqe