คุณลักษณะเด็กไทยในศตวรรษที่ 21

กรุงเทพมหานคร  ร่วมกับบริษัท รักลูกกรุ๊ปฯ ผู้นำทางด้านสื่อและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ได้จัดงานแถลงข่าว Bangkok Kids’ Learning Expo 2009  ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ครบเครื่องเรื่องเรียนรู้สู่โลกศตวรรษที่ 21”

ภายในงานมีการแถลง ผลโพลเรื่องคุณลักษณะเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 โดยทำการเก็บสุ่มกลุ่มตัวอย่าง จากพ่อแม่ไทยในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,000 คน ประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน 38% และธุรกิจส่วนตัว 28% มีรายได้ส่วนใหญ่ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ทำการสำรวจความคิดเห็นของพ่อแม่ไทยในเขตกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับพฤติกรรมและการศึกษาสำหรับเด็กไทยในสังคมปัจจุบัน พบว่า พฤติกรรมของเด็กสมัยนี้ที่พ่อแม่เป็นห่วงมากที่สุด 3 เรื่องหลักๆคือ 1.พฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าวรุนแรง (47%) 2.ความประพฤติทางเพศไม่เหมาะสม มีการเรียนรู้เรื่องเพศเร็วกว่าวัยอันควร (31%) และ 3.การขาดความรับผิดชอบ ไม่สู้งาน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ (24%) ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่พ่อแม่คิดว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมดังกล่าว คือ ความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว (63%) อาทิเช่น พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก การทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว  ฐานะทางการเงินไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย เป็นต้น และเหตุผลสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ อิทธิพลจากสื่อต่างๆ รอบตัวเด็ก (53%) ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากลอง อยากเลียนแบบพฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้ตัวเองได้บรรลุในสิ่งที่ต้องการ

จากการสำรวจยังพบอีกว่า ในส่วนของสถาบันครอบครัวพฤติกรรมที่พ่อแม่อยากปลูกฝังให้เด็กมากที่สุด มีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่องหลักๆ  คือ 1.ความมีสติ รู้จักตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง (56%)     2.การมีคุณธรรม  ยึดมั่นในศีลธรรม จริยธรรมที่ดี (53%) และ 3.มีทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี  (22%) ซึ่งการที่จะทำให้เด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้ได้ นอกจากการปลูกฝังจากสถาบันครอบครัวแล้ว สถาบันการศึกษาก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่าสถาบันครอบครัว ซึ่งได้แก่โรงเรียนนั่นเอง  และในการที่โรงเรียนจะช่วยปลูกฝังในเรื่องเหล่านี้ได้นั้น พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่า รัฐบาลควรหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพของครูและโรงเรียนให้มีศักยภาพเท่าเทียมกัน (56%) ด้านเกณฑ์มาตรฐานการวัดผลทางการศึกษาที่มีความเท่าเทียมกัน (53%)  และด้านแนวการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง (22%) ซึ่งต้องมีผู้ชี้แนะที่ดี เพื่อให้เด็กได้รู้จักเลือกรับข้อมูลความรู้ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น

ด้วยผลจากแบบสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด ได้นำแนวทางความรู้ในการส่งเสริมให้เด็กสามารถพัฒนาการทางร่างกายและอารมณ์โดยมีข้อสรุปที่สำคัญ 6 ประการ คือ 1. เด็ก ๆ จะต้องรู้จักรากเหง้าของตนเอง (Self Consciousness) การยึดมั่นในคุณค่า ความภูมิใจ ในถิ่นฐาน 2. มีความเป็นคนสมบูรณ์ (Humanity) ความเป็นคนในที่นี้หมายถึง ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน 3. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งในโลกศตวรรษที่ 21 นี้ นอกจากความเก่งแล้วเรายังต้องให้ความสำคัญกับจินตนาการเพื่อก่อเกิดความคิดใหม่ ๆ อีกด้วย 4. พร้อมสู้ปัญหา (Resilience)  ล้มแล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่ด้วย 5. มีเพื่อนมีสังคม (Social Network)  มิตรภาพจะทำให้เราลดต้นทุนในการทำงานหรือการอยู่ร่วมกันได้โดยเกิดสันติสุข  6. เคารพในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Respect for Nature) การอนุรักษ์ธรรมชาติและการรักษาโลก

ในองค์ประกอบต่างๆ ทางบริษัท รักลูกกรุ๊ปฯ ได้นำมาถ่ายทอดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมภายในงาน Bangkok Kids Learning Expo 2009 ภายใต้แนวคิด “ครบเครื่องเรื่องเรียนรู้” เพื่อให้ความรู้กับพ่อแม่ในการบ่มเพาะเด็ก ๆ เยาวชน ให้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์และใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันได้อย่างมีความสุข โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2552 เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยผู้สนใจสามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-8318400 ต่อ 3511 หรือเข้าไปดูในเว็บไซต์ www.momypedia.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 124 คน กำลังออนไลน์