ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ dsp6208

กำเนิดคอมพิวเตอร์
 คอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นในยุคนี้เราเรียกว่า ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่ เหล่าสิ่งประดิษฐ์และเครื่องจักรกลที่ช่วยการคำนวนที่ยังไม่ได้นำความสามารถทางอเล็กทรอนิกส์มาใช้ ซึ่งเราขอกล่าวสรุปถึงชื่อนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการกำเนิดคอมพิวเตอร์
ในปี ค.ศ. 1642 Blaise Pascal นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ผลิตเครื่องบวกเลขขึ้น โดยใช้หลักการของการหมุนของฟันเฟือง และการทดแทนเลข เมื่อฟันเฟืองหมุนไปครบรอบ โดยแสดงตัวเลขจาก 0-9 โชว์บอกที่หน้าปัด ซึ่งมีเลขอยู่ 8 หลัก สิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้เรียกว่า Pascaline Calculator
ในปี ค.ศ. 1671 นักปรัชญาชาวเยอรมันคือ Softfriend Wilhelm von Leibniz ได้ปรับปรุงเครื่องคิดเลข Pascal ให้ทำงานได้คล่องตัวโดยไม่ติดขัด และยังสามารถทำการคูณและหารได้ด้วยหลักของการบวก (และลบ) กันหลาย ๆ ครั้ง
Charles Babbage ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ได้ประดิษฐ์เครื่อง Difference engine ขึ้นในปี ค.ศ. 1822 เพื่อใช้ในการคำนวณค่าโพลิโนเนียล (Polynomial) จากนั้นเขาก็ได้หันเหไปประดิษฐ์เครื่อง Analytical engine ซึ่งนับว่าเป็นต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์อเนกประสงค์
ในปี ค.ศ. 1896 Hollerith ได้ตั้งบริษัท Tabulating Machine Company เพื่อขายเครื่องจักร และบัตรเจาะรู เพื่อใช้งานทางด้านธุรกิจ่างๆ และในปัจจุบันบริษัทของ Hollerith นี้ก็คือส่วนหนึ่งของบริษัทไอบีเอ็ม
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น George Boole นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้คิดระบบพีชคณิตแบบใหม่ได้แก่ Boolean Alyebra ซึ่งใช้อธิบายหลักเหตุผลทางตรรกวิทยาโดยใช้สภาวะเพียงสองอย่างคือ 1 และ 0 ร่วมกับเครื่องหมายในเชิงตรรกะพื้นฐาน
กำเนิดเครื่องคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์
เครื่องมือทั้งลายที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของคอมพิวเตอร์ล้วนเป็นเครื่องจักรซึ่งประกอบด้วยฟันเฟือง คาน ลูกรอก ซึ่งส่วนมากมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จึงทำให้การทำงานมีความช้าและผิดพลาดอยู่เสมอ ดังนั้นในยุคต่อมาของกำเนิดคอมพิวเตอร์จึงเป็นการคิดค้นที่หันเข้าสู่เครื่องจักรที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักน้อยลง
ในปี ค.ศ. 1931 Howard H.Aiken ได้เริ่มพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นที่มหาลัยฮาร์วาร์ด โดยอาศัยแนวคิดของบัตรเจาะรูเป็นสื่อนำข้อมูลเข้า พร้อมด้วยการทำงานแบบเครื่องจักรกลไฟฟ้า และการพัฒนาดังกล่าวนี้ได้เสร็จสิ้นลงในปี ค.ศ. 1944 ภายใต้การสนับสนุนด้านการเงิน และบุคลากรจากไอบีเอ็ม Mark I จึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า IBM. Automatic Setwence Controlled Calculator
ในปี ค.ศ. 1939 Dr. John V. Atansoft นักฟิสิกส์แห่ง iowa state college ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญแก่วงการคอมพิวเตอร์ แต่ผลงานมักจะถูกหลงลืมและไม่ได้เป็นที่กล่าวขวัญถึงบ่อยนัก อย่างไรก็ดีผลงานของ Atanasoft ซึ่งเรียกว่า ABC หรือ Atanasoft-Berry Computer ถือได้ว่าเป็นเครื่องดิจิตอลคอมพิวเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องแรกของ โดยได้นำหลอดสูญญากาศ (acaum tube) มาใช้แทนเครื่องจักรกลไฟฟ้า

                                                 

http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://pirun.ku.ac.th/~b5043018/pics/pic3.jpg&imgrefurl=http://pirun.ku.ac.th/~b5043018/page3.html&usg=__VlB0nm9wJ3FbWvF9_ABcvdbBeus=&h=322&w=350&sz=13&hl=th&start=3&um=1&tbnid=eKkqeXKD2GX5NM:&tbnh=110&tbnw=120&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%26hl%3Dth%26sa%3DN%26um%3D1
ยุคของคอมพิวเตอร์
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 เป็นต้นไปได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ในงานต่างๆ อย่างแพร่หลายจึงได้เริ่มมีการจัดยุคหรือช่วงเวลาของคอมพิวเตอร์โดยถือเอาความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นหลักในการแบ่งยุค ได้มีการแบ่งยุคคอมพิวเตอร์ออกเป็น 5 ยุค คือ

ยุคที่หนึ่งของคอมพิวเตอร์ (FIRST GENERATION) (พ.ศ.2494-2501)
- ลักษณะของเครื่อง มีขนาดใหญ่โตมาก เกิดความร้อนสูง จึงต้องติดตั้งในห้องปรับ อากาศตลอดเวลา
- วัสดุที่ใช้สร้าง ใช้หลอดสูญญากาศเป็นหน่วยความจำภายใน
- สื่อข้อมูลที่ใช้ บัตรเจาะรู เทปกระดาษ และเทปแม่เหล็ก
- ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ ภาษาเครื่อง (Machine Language)และภาษาแซมบลี (Assembly)
- ตัวอย่างเครื่อง UNIVAC I IBM 650 IBM701 NCR102


IBM 650

ยุคที่สองของคอมพิวเตอร์ (SECOND GENERATION)
- ลักษณะของเครื่อง มีขนาดเล็กลง ใช้ความร้อนน้อยลง ทำงานได้เร็วขึ้น
- วัสดุที่ใช้ ใช้ทรานซิสเตอร์แทนหลอดสูญญากาศ และ มีวงแหวนแม่เหล็ก (Magnatic Core) เป็นหน่วยความจำภายใน
- ความเร็วในการทำงาน มิลลิเซคคั่น
- สื่อข้อมูลที่ใช้ ใช้บัตรเจาะรูและเทปแม่เหล็กเป็นส่วนใหญ่
- ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาฟอร์แทรน (Fortran) และภาษาโคบอล (Cobol)
- ตัวอย่างเครื่อง IBM1620 IBM1401 CDC1604 NCR315


IBM1620

ยุคที่สามของคอมพิวเตอร์ (THARD GENERATION) [ พ.ศ.2508-2514 ]
- ลักษณะของเครื่อง มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมอีก ใช้ความร้อนน้อยลงไปอีก มีความ เร็วเพิ่มยิ่งขึ้นอีก และมีมินิคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น
- วัสดุที่ใช้สร้าง ใช้ไอซีแทนทรานซิสเตอร์เป็นหน่วยความจำภายใน ซึ่งสามารถทำงานได้เท่ากับ
ทรานซิสเตอร์หลายร้อยตัว
- ความเร็วในการทำงาน ไมโครเซคคั่น
- สื่อข้อมูลที่ใช้ บัตรเจาะรู เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก
- ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ ภาษาพีแอลวัน (PL/1)และภาษาอาร์พีจี (RPG)
- ตัวอย่างเครื่อง IBM360 CDC3300 NCR395 UNIVAC9400


IBM360

ยุคที่สี่ของคอมพิวเตอร์ (FOURTH GENERATION) [ พ.ศ.2515-2523 ]
- ลักษณะของเครื่อง มีไมโครคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องปรับ อากาศ ความพิวเตอร์ทำงานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- วัสดุที่ใช้สร้าง ใช้แอล เอส ไอ เป็นหน่วยความจำภายใน ซึ่งสามารถทำ งานได้เท่ากับทรานซิสเตอร์พันตัว
- ความเร็วในการทำงาน นาโนเซคคั่นและพิคโคเซคคั่น
สื่อข้อมูล เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็กส่วนบัตรเจาะรูใช้น้อยลงมากกว่ายุคก่อน

ยุคที่ห้า (Fifth Generation Computer) พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน
ในยุคนี้ ได้มุ่งเน้นการพัฒนา ความสามารถในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และ ความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างชัดเจน มีการพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็กขนาดเล็ก (Portable Computer) ขึ้นใช้งานในยุคนี้ โครงการพัฒนาอุปกรณ์ VLSI ให้ใช้งานง่าย และมีความสามารถสูงขึ้น รวมทั้งโครงการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นหัวใจของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ โดยหวังให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ สามารถวิเคราะห์ปัญหาด้วยเหตุผล
 องค์ประกอบของระบบปัญญาประดิษฐ์ ประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่1. ระบบหุ่นยนต์ หรือแขนกล (Robotics or Robotarm System)คือหุ่นจำลองร่างกายมนุษย์ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ทำงานแทนมนุษย์ในงานที่ต้องการความเร็ว หรือเสี่ยงอันตราย เช่น แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์กู้ระเบิด เป็นต้น
- ระบบประมวลภาษาพูด (Natural Language Processing System) คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถสังเคราะห์เสียงที่มีอยู่ในธรรมชาติ (Synthesize) เพื่อสื่อความหมายกับมนุษย์ เช่น เครื่องคิดเลขพูดได้ (Talking Calculator) หรือนาฬิกาปลุกพูดได้ (Talking Clock) เป็นต้น
-การรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition System) คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ และสามารถจดจำคำพูดของมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือเป็นการพัฒนาให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ด้วยภาษาพูด เช่น งานระบบรักษาความปลอดภัย งานพิมพ์เอกสารสำหรับผู้พิการ เป็นต้น4. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ รู้จักใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ปัญหา โดยใช้ความรู้ที่มี หรือจากประสบการณ์ในการแก้ปัญหาหนึ่ง ไปแก้ไขปัญหาอื่นอย่างมีเหตุผล ระบบนี้จำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูล (Database) ซึ่งมนุษย์ผู้มีความรู้ความสามารถเป็นผู้กำหนดองค์ความรู้ไว้ในฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ได้จากฐานความรู้นั้น เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์วิเคราะห์โรค หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทำนายโชคชะตา เป็นต้น

                                                       

 http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://61.19.124.3/com/53548_150x140_BackupProtect_F.jpeg&imgrefurl=http://61.19.124.3/com/&usg=__ejsw8jZQQB9W_K1V7O5y4VqtIBM=&h=140&w=150&sz=8&hl=th&start=13&um=1&tbnid=pxF3q_F1tnuWtM:&tbnh=90&tbnw=96&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%26hl%3Dth%26sa%3DN%26um%3D1

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
จอแบบ CRT

    การทำงานของจอประเภทนี้จะทำงานโดย อาศัยหลอดภาพ ที่สร้างภาพโดยการยิงลำแสงอิเล็กตรอนไปยังที่ผิวหน้าจอ ที่มีสารพวกสารประกอบของฟอสฟอรัส ฉาบอยู่ที่ผิว ซึ่งจะเกิดภาพขึ้นมาเมื่อสารเหล่านี้เกิดการเรืองแสงขึ้นมา เมื่อมีอิเล็กตรอนมากระทบ ซึ่งในส่วยของจอแบบ Shadow Mask นั้น จะมีการนำโลหะที่มีรูเล็กๆ มาใช้ในการกำหนดให้แสงอิเล็กตรอนนั้นยิงมาได้ถูกต้อง และแม่นยำ ซึ่งระยะห่างระหว่างรูนี้เราเรียกกันว่า Dot Pitch ซึ่งในรูนี้จะมีสารประกอบของฟอสฟอรัสวางเรียงกันอยู่เป็น 3 จุด 3 มุม โดยแต่ละจุดจะเป็นสีของแม่สีนั้นก็คือ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ซึ่งแต่ละจุดนี้เราเรียกว่า Triad ในส่วนของจอแบบ Trinitron นั้นจะมีการทำงานที่เหมือนกันแต่ต่างกันที่ ไม่ได้ใช้โลหะเป็นรูแต่จะใช้ โลหะที่เป็นเส้นเล็กๆ ขึงพาดไปตาม แนวตั้ง เพื่อที่จะให้อิเล็คตรอนนั้นตกกระทบกับผิวจอที่มีสารประกอบของฟอสฟอรัสได้มากขึ้น สำหรับจอ Trinitron

    ในปัจจุบันนี่ได้มีการพัฒนาให้มีความแบนราบมากขึ้นซึ่งจอแบบนี้จะเรียกกันว่า FD Trinitron (Flat Display Trinitron) ซึ่งมีมากมายในปัจจุบันและจะเข้ามาแทนที่จะแบบเดิมๆ อีกทั้งราคายังถูกลงเป็นอย่างมากด้วย

                                                             

http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www3.ipst.ac.th/research/assets/web/mahidol/computer(10)/evolution/images/arpanet.jpg&imgrefurl=http://learners.in.th/blog/thai-internet/267314&usg=__RfRryebFNvFI9HnNsGLxoaLJ66A=&h=305&w=404&sz=31&hl=th&start=36&um=1&tbnid=oXINJ0vowM8mcM:&tbnh=94&tbnw=124&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%26ndsp%3D20%26hl%3Dth%26sa%3DN%26start%3D20%26um%3D1

    - จอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display) ซึ่งมี ลักษณะแบนราบ  จะมี ขนาดเล็กและบาง เมื่อเปรียบเทียบกับจอภาพแบบซีแอลที 

     การทำงานนั้นจะไม่เหมือนกับจอแบบ CRT แม้สักนิดเดียว ซึ่งการแสดงภาพนั้นจะซับซ้อนกว่ามาก การทำงานนั้นอาศัยหลักของการใช้ความร้อนที่ได้จากขดลวด มาทำการเปลี่ยนและ บังคับให้ผลึกเหลวแสดงสีต่างๆ ออกมาตามที่ต้องการซึ่งการแสดงสีนั้นจะเป็นไปตามที่กำหนด ไว้ตามมาตรฐานของแต่ละ บริษัท จึงทำให้จอแบบ LCD มีขนาดที่บางกว่าจอ CRT อยู่มาก อีกทั้งยังกินไฟน้อยกว่า จึงทำให้ผู้ผลิตนำไปใช้งานกับ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบเคลื่อนที่โน้ตบุ๊ค และเดสโน้ต ซึ่งทำให้เครื่องมีขนาดที่บางและเล็กสามารถพกพาไปได้สะดวก ในส่วนของการใช้งานกับเครื่องเดสก์ท็อปทั่วไป ก็มีซึ่งจอแบบ LCD นี้จะมีราคาที่แพงกว่าจอทั่วไปอยู่ประมาณ 2 เท่าของ ราคาในปัจจุบัน


2. เคส (Case)

     เคส คือ โครงหรือกล่องสำหรับประกอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ไว้ภายใน การเรียกชื่อ และขนาด ของเคสจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งในปัจจุบันมีหลายแบบที่นิยมกัน แล้วแต่ผู้ซื้อจะเลือกซื้อตามความเหมาะสม ของงาน และสถานที่นั้น


3. พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)


     เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าคอมพิวเตอร์มีอุปกรณ์ต่อพวงเยอะๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอมไดรฟ์ ดีวีดีไดรฟ์ก็ควรเลือกพาวเวอร์ซัพพลายที่มีจำนวนวัตต์สูง เพื่อให้สามารถ จ่ายกระแสไฟได้เพียงพอ

4. คีย์บอร์ด (Keyboard)

     เป็นอุปกรณ์ในการรับข้อมูลที่สำคัญที่สุด มีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ ของเครื่องพิมพ์ดีด มีจำนวนแป้น 84 - 105 แป้น ขึ้นอยู่กับแป้นที่เป็น กลุ่มตัวเลข (Numeric keypad) กลุ่มฟังก์ชัน (Function keys) กลุ่มแป้นพิเศษ (Special-purpose keys) กลุ่มแป้นตัวอักษร (Typewriter keys) หรือกลุ่มแป้นควบคุมอื่น ๆ (Control keys) ซึ่งการสั่งงานคอมพิวเตอร์และการทำงานหลายๆ อย่างจำเป็นต้องใช้แป้นพิมพ์เป็นหลัก

5. เมาส์ (Mouse)

     อุปกรณ์รับข้อมูลที่นิยมรองจากคีย์บอร์ด เมาส์จะช่วยในการบ่งชี้ตำแหน่งว่าขณะนี้กำลังอยู่ ณ จุดใดบนจอภาพ เรียกว่า "ตัวชี้ตำแหน่ง (Pointer)" ซึ่งอาศัยการเลื่อนเมาส์ แทนการกดปุ่มบังคับทิศทางบนคีย์บอร์ด

6. เมนบอร์ด (Main board)

     แผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ที่รวมเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญๆมาไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุม การทำงานของ อุปกรณ์ต่างๆ ภายในพีชีทั้งหมด มีลักษณะเป็นแผ่น รูปร่างสี่เหลี่ยมแผ่นที่ใหญ่ที่สุดในพีชี ที่จะรวบรวมเอาชิปและไอชี (IC = Integrated Circuit) รวมทั้ง การ์ดต่อพ่วงอื่นๆ เอาไว้ด้วยกันบนบอร์ดเพียงอันเดียวเครื่องพีชีทุกเครื่องไม่สามารถทำงาน ได้ถ้าขาดเมนบอร์ด

7. ซีพียู (CPU)

     ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือ ชิป (chip) นับเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดของฮาร์ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน เข้ามาทางอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน หน่วยประมวลผลกลาง ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ

     1) หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit: ALU) หน่วยคำนวณตรรกะ ทำหน้าที่เหมือนกับเครื่องคำนวณอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยทำงานเกี่ยวกับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร อีกทั้งยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่เครื่องคำนวณธรรมดาไม่มี คือ ความสามารถในเชิงตรรกะศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการเปรียบเทียบตามเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้คำตอบออกมาว่าเงื่อนไข นั้นเป็น จริง หรือ เท็จ ได้

     2) หน่วยควบคุม (Control Unit) หน่วยควบคุม ทำหน้าที่ควบคุมลำดับขั้นตอนการประมวลผล รวมไปถึงการประสานงานกับอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล อุปกรณ์แสดงผล และหน่วยความจำสำรองด้วย ซีพียูที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ได้แก่ Pentium III , Pentium 4 , Pentium M (Centrino) , Celeron , Dulon , Athlon

8. การ์ดแสดงผล (Display Card)

     การ์ดแสดงผลใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่ได้รับมาจากซีพียู โดยที่การ์ดบางรุ่นสามารถประมวลผลได้ในตัวการ์ด ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการประมวลผลให้ซีพียู จึงทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์นั้นเร็วขึ้นด้วย ซึ่งตัวการ์ดแสดงผลนั้นจะมีหน่วยความจำในตัวของมันเอง ถ้าตัวการ์ดมีหน่วยความจำมาก ก็จะรับข้อมูลจากซีพียูได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การแสดงผลบนจอภาพมีความเร็วสูงขึ้นด้วย


     หลักกันทำงานพื้นฐานของการ์ดแสดงผลจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อโปรแกรมต่างๆ ส่งข้อมูลมาประมวลผลที่ ซีพียูเมื่อซีพียูประมวลผล เสร็จแล้ว ก็จะส่งข้อมูลที่จะนำมาแสดงผลบนจอภาพมาที่การ์ดแสดงผล จากนั้น การ์ดแสดงผล ก็จะส่งข้อมูลนี้มาที่จอภาพ ตามข้อมูลที่ได้รับมา การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาส่วนใหญ่ ก็จะมีวงจร ในการเร่งความเร็วการแสดงผลภาพสามมิติ และมีหน่วยความจำมาให้มากพอสมควร

9. แรม (RAM)

     RAM ย่อมาจากคำว่า Random-Access Memory เป็นหน่วยความจำหลักแต่ไม่ถาวร ซึ่งจะต้องมีไฟมาหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ตลอดในการทำงาน โดยถ้าเกิดไฟฟ้ากระพริบหรือดับ ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำจะหายไปทันที

     โดยหลักการทำงานคร่าวๆ ของแรมนั้นเริ่มต้นที่รับข้อมูลจากผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ Input จากนั้นก็จะส่งข้อมูลไปยัง CPU ในการประมวลผล เมื่อ CPU ประมวลผลเสร็จแล้ว แรมจะรับข้อมูลที่ได้รับการประมวลผลแล้ว ออกไปยังอุปกรณ์ Output ต่อไป โดยหน่วยความจำแรมที่ใช้ในปัจจุบันมีหลายชนิด เช่น SDRAM, DDR-RAM, RDRAM

10. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk)

     เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ โดยฮาร์ดดิสค์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีเปลือกนอก เป็นโลหะแข็ง และมีแผงวงจรสำหรับการควบคุมการทำงานประกบอยู่ที่ด้านล่าง พร้อมกับช่องเสียบสายสัญญาณและสายไฟเลี้ยง ส่วนประกอบภายในจะถูกปิดผนึกไว้อย่างมิดชิด โดยฮาร์ดดิสค์ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็ก(platters) สองแผ่นหรือมากกว่ามาจัด เรียงอยู่บนแกนเดียวกันเรียก Spindle ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อม ๆ กัน จากการขับเคลื่อนของมอเตอร์ แต่ละหน้าของแผ่นจานจะมีหัวอ่านเขียนประจำเฉพาะ โดยหัวอ่านเขียนทุกหัวจะเชื่อมติดกันคล้ายหวี สามารถเคลื่อนเข้าออกระหว่างแทร็กต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอินเตอร์เฟสของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ในปัจจุบัน มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน

สรุปสาระสำคัญของประวัติคอมพิวเตอร์
ประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาลชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด ( Abacus)
พ.ศ. 2158 นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการคำนวณขึ้นมาเรียกว่า Napier's Bones เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน
พ.ศ.2173 วิลเลียม ออตเทรต( William Oughtred) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณ ( Slide Rule) ซึ่ง ต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการสร้างคอมพิวเตอร์แบบอนาลอก
พ.ศ.2185 เบลส์ ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องบวกลบขึ้น โดยใช้หลัการหมุนของฟันเฟือง และการทดเลขเมื่อฟันเฟืองหมุน ไปครบรอบ โดยแสดงตัวเลขจาก 0-9 ออกที่หน้าปัด

ยุคของคอมพิวเตอร์
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 เป็นต้นไปได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ในงานต่างๆ อย่างแพร่หลายจึงได้เริ่มมีการจัดยุคหรือช่วงเวลาของคอมพิวเตอร์โดยถือเอาความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นหลักในการแบ่งยุค ได้มีการแบ่งยุคคอมพิวเตอร์ออกเป็น 5 ยุค คือ
ยุคที่หนึ่งของคอมพิวเตอร์ (FIRST GENERATION) (พ.ศ.2494-2501)
ยุคที่สองของคอมพิวเตอร์ (SECOND GENERATION)
ยุคที่สามของคอมพิวเตอร์ (THARD GENERATION) [ พ.ศ.2508-2514 ]
ยุคที่สี่ของคอมพิวเตอร์ (FOURTH GENERATION) [ พ.ศ.2515-2523 ]
ยุคที่ห้า (Fifth Generation Computer) พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
1.จอแอลซีดี
2. เคส (Case)
3. พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)
4. คีย์บอร์ด (Keyboard)
5. เมาส์ (Mouse)
6. เมนบอร์ด (Main board)
7. ซีพียู (CPU)
8. การ์ดแสดงผล (Display Card)
9. แรม (RAM)
10. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk)
11. CD-ROM / CD-RW / DVD / DVD-RW
12. ฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk
)
ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
 การที่มนุษย์เราได้ริเริ่มประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ขึ้นมาเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะไอ้เจ้าคอมพิวเตอร์สามารถอำนวย
ความสะดวกให้เราได้ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน หรือการที่เราจะต้องมานั่งเขียน
รายงานเองให้เสียเวลาเราก็ไม่จำเป็นอีกแล้วเพราะไอ้เจ้าคอมพิวเตอร์ก็สามารถช่วยเราทำรายงานได้
โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเขียนให้เมื่อยมือ แถมไอ้เจ้าคอมพิวเตอร์ยังสามารถช่วยเราคำนวณเลขได้อีกด้วย
เราก็เลยไม่ต้องมานั่งปวดหัวคำนวณตัวเลขเยอะๆ คอมพิวเตอร์ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้อีกมากมาย
อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ได้หรือเปล่า

http://www.krooit.com/webboard/index.php?topic=648.0;prev_next=next#new

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 50 คน กำลังออนไลน์