ผ่อนคลาย

รูปภาพของ sss27194

ผ่อนคลายกันเถอะ

ท่ามกลางภาวะวิกฤติของสังคมที่มีปัญหา รุมเร้ารอบด้าน สร้างแรงกดดันในการดำเนินชีวิตจนทำให้ความเครียดเข้ามาเยือนโดยที่เราไม่รู้ตัว คนที่แก้ปัญหาได้ถือว่าโชคดี แต่บางคนหาทางออกไม่ได้กลับต้องจบชีวิต ลงอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร
     
ความเครียดของคนเราเพิ่มขึ้นทุกปี จากการวิจัยในปี 2546 โดยกรมสุขภาพจิตพบว่า 8% ของคนไทยมีภาวะเครียดระดับมาก ประมาณ 5% ของคนไทยมีภาวะและอาการของโรคซึมเศร้า 1% หรือประมาณ 6 แสนคนมีอาการของโรคจิตที่มีอาการ เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน อีก 1% ของเด็กไทยมีปัญหาด้าน สติปัญญาและการพัฒนาการ ประมาณ 5% หรือ 680,000 คนของเด็กไทยมีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ที่จำเป็นต้องพบจิตแพทย์ และประมาณ 7 คนในแสนคนต่อปีที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย
    
“แทบทุกคนคงเคยมีประสบการณ์ของความเครียด เพราะความเครียดเกิดขึ้นได้กับคนเราทุกที่ ทุกเวลา ต้องเข้า ใจด้วยว่าความเครียดไม่ใช่โรค เป็นภาวะหนึ่งที่คู่กับมนุษย์ในการปรับตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจให้เตรียมความพร้อมต่อสิ่งที่มาคุกคาม เพื่อหาหนทางที่จะหนี หาที่พึ่ง สู้หรือยอมแพ้ เป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ที่มักคิดอะไรไปก่อนล่วงหน้าเพื่อหาทางป้องกันกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งบางครั้งอาจไม่มีเหตุการณ์ที่คิดไว้เกิดขึ้น” นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จิตแพทย์กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความเครียดให้ฟัง
     สาเหตุของความเครียด   มีอยู่ 3 ทางด้วยกัน คือ ทาง ร่างกาย จิตใจ และสังคม จากการวิจัยที่ส่งผลต่อร่างกาย พบว่าคนที่วิตกกังวลจะมีความเครียดมากกว่าคนอื่น เริ่มจากสมองแล้วกลับมาที่ฮอร์โมนจากนั้นไปที่ระบบประสาท ฮอร์โมนที่ว่านี้เรียกว่า Cortiosl และ Adrenaline ทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยา หัวใจเต้นเร็ว ม่านตาขยาย กล้ามเนื้อเกร็ง ทำให้มีอาการปวดร่างกายตามมา  บางคนเมื่อเครียดแล้วเป็นที่กระเพาะอาหาร ที่เรียกกันว่าเครียดลงกระเพาะกินอะไรก็ไม่ได้ อาเจียน บางคนท้องเสียได้
 
สำหรับด้านจิตใจ บางคนร่างกายดีแต่จิตใจไม่ดี เช่นถูกเลี้ยงดูมาด้วยความระแวง ระมัดระวังตลอด อย่าไปนะ อย่าทำนะ เด็กจะโตขึ้นมาพร้อมกับความกังกลมากกว่าเด็กปกติทั่วไป ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าทำอะไร บางคนแสดงท่าทีก้าวร้าวออกมา ถ้ายังมีความวิตกกังวลเป็นเวลานาน ๆ จะกลายเป็นอาการซึมเศร้าตามมา
    
สุดท้ายคือ ทางด้านสังคม ร่างกายเกิดมาแข็งแรงดี ไม่มีโรค จิตใจดี ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่ส่งให้ไปอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนทะเลาะกันทุกวัน สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีจะทำให้เกิดความกังวล ทุกข์ใจ นอนไม่หลับ คิดมาก และเกิดความเครียดขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะการเงิน ครอบครัว และการเมือง ที่ส่งผลให้เกิดความเครียดได้ด้วยเช่นกัน
    
“ความเครียดที่เกิดมาจาก 3 ทาง ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการระบายออกที่เหมาะสม ที่พูดกันว่า ใจมันร้อนเป็นไฟ บาง คนรู้ช่องทางถ่ายเทที่ถูกต้อง  เช่น  ไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา  หลายคนกลับใช้กลไกทางจิตหาทางออกในทางที่ผิด อย่างระบายกับลูกน้อง ครอบครัว ขว้างปาสิ่งของ ถึงแม้บางคนจะมีการระบายออกในทางที่ดี มาตลอด เมื่อมาเจอวิกฤติธุรกิจเป็นหนี้สินจำนวนมาก บางครั้งหาทางออกไม่ได้อาจแสดงออกในทางที่ไม่เหมาะสมได้”
    
ตรงนี้ต้องดูความรุนแรงที่แสดงออกมาด้วยว่าตนเอง ผู้อื่น หรือสังคมเดือดร้อนหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นใน 3 อย่างนี้ แสดงว่าเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิตแล้ว ต้องมีการตรวจสอบในขั้นต่อไปเพื่อดูว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ ปัญหามักอยู่ที่ไม่ยอมรับว่าตนเองเครียด เก็บงำอาการไม่บอกใคร ไม่ยอมรับการรักษาแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย อาจนำไปสู่อาการในระดับรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อทั้งตนเอง ครอบครัวและสังคมได้ ส่วนใหญ่เกิดจากความอคติ คือ รู้สึกเสียหน้า สูญเสียความน่าเชื่อถือที่ส่งผลให้เกิดความอาย ถูกตัดสิทธิและสิ้นหวัง  รอยด่างพร้อย จนไม่กล้าไปพบจิตแพทย์ กลัวคนจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนบ้า ต้องตัดความคิดนี้ทิ้งให้ได้  
 
ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเกิดความเครียดมากกว่าผู้ชาย ที่เป็นเช่นนี้จากทฤษฎีหนึ่งพบว่า ผู้ชายมีทางระบายความเครียดมากกว่าผู้หญิง ในทางที่ถูกต้อง เช่น การเล่นกีฬา เพราะมีกีฬาหลายประเภทที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ชายเล่น เช่น ฟุตบอลซึ่งผู้หญิงไม่นิยมเล่นกัน และที่ไม่ถูกต้องนัก อย่างสถานเริงรมย์ทั้งหลายก็มักจะสร้างขึ้นมาไว้รองรับผู้ชายโดยส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้หญิงนอกจากเรื่องงานแล้วยังมีครอบครัวและเรื่องส่วนตัวอีก ต่างจากผู้ชายที่รับผิดชอบเรื่องงานเป็นหลัก การระบายออกของผู้หญิงจึงถูกจำกัด โดยเฉพาะในวัยทำงานอายุระหว่าง 20-40 ปี จะเป็นช่วงที่เครียดง่ายที่สุด แต่ก็หายเร็วและรักษาง่ายที่สุด
    
กรมสุขภาพจิต มีสายด่วนสุขภาพจิต คือ 1323 เป็นสายด่วนที่มีบุคลากรคอยรับสาย มีทั้งหมด 17 คู่สายทั่วประเทศ ต้องเป็นโทรศัพท์บ้านเท่านั้นถึงจะโทรฯเข้าได้ และ 1667 เป็นสายด่วนรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพจิตแบบอัตโนมัติ
ส่วนใหญ่จะปรึกษาในเรื่องของคำถามที่ไม่อยากเผชิญหน้า อย่าง ปัญหาครอบครัวและเรื่องเพศ เท่าที่ให้ความรู้โดยผ่านสื่อสุขภาพจิต ในเรื่องของเพศที่ 3 จะเป็นความวิตกกังวลของผู้ปกครอง พ่อ แม่ ที่มีต่อการเลี้ยงดูลูก กลัวลูกจะเป็นเกย์ กะเทย กลัวจะเป็นทอม กลุ่มต่อมาเป็นกลุ่มผู้ที่อัดอั้นตันใจที่จะต้องเก็บไว้เป็นความลับ ไม่กล้าเปิดเผย บางคนถูกบังคับให้แต่งงาน ขณะเดียวกันมีผู้หญิงอีกกลุ่มที่แต่งงานไปแล้ว แต่คนที่แต่งงานด้วยไม่ใช่ผู้ชาย จึงอยากปรึกษาหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับชีวิต
    
“การให้คำแนะนำจะต้องประเมินทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีสูตรตายตัว โดยทั่วไปต้องหาข้อมูลให้ละเอียด ครบถ้วน จากนั้นทำการวิเคราะห์ปัญหาให้ชัดเจนว่า ใครที่เป็นทุกข์จากปัญหานั้นมากที่สุดจะแก้ไขในส่วนนี้ ถ้าต้องอยู่กับปัญหาจะต้องมีการปรับตัวอีกระดับหนึ่ง เช่น การยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย ในสิ่งที่เป็น สิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยการตกลงกันของทั้ง 2 ฝ่ายจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด”
    
ความเครียดไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่ต้องอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ให้ดูว่าสถานการณ์เช่นนี้ควรทำตัวอย่างไร ซึ่งแต่ละสถานการณ์ความเครียดจะแตกต่างกัน ถ้าเรามีการจัดการที่ดีไม่ว่าจะอยู่ ในวัยใดก็ตาม จะทำให้ความเครียดนั้นลดน้อยลงได้ อย่างแรก ต้องรู้จักกับความเครียด ให้คิดว่าเครียดเป็นเรื่องที่ดี จะได้มีกำลังใจที่จะจัดการกับปัญหา อย่าไปมองว่าเครียดเป็นเรื่องลบ ในขณะเดียวกัน ต้องรู้ด้วยว่า ถ้าเราเครียดมาก ๆ จะเป็นลบ อย่าให้อารมณ์ไปถึงจุดนั้น
 
จากนั้นต้องสร้างความตระหนักกับตัวเอง คือ รู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่สภาวะเครียดแล้วหรือยัง อย่าหลอกตัวเอง เพราะเมื่อรู้ตัวว่าเครียดอยู่จะได้ไม่ไประบายกับลูกน้อง กับครอบครัว มีการปรับทัศนคติ ปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อหาหนทางในการจัดการกับความเครียดนั้นด้วยการระบายออกในทางที่ถูกต้อง คือ การเพิ่มพฤติกรรมเชิงบวก เช่น เล่นกีฬา ออกกำลังกาย หยุดคิดเรื่องนั้นชั่วขณะไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน หาหนทางในการระบายความเครียดที่ถูกต้อง วิธีการจัดการกับความเครียดนั้นมีเทคนิคมากมาย อย่างเช่นใช้ศาสนา การนวด ฟังเพลง เข้ามาช่วยลดความเครียด อย่าทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่าเดิม เช่น หย่า ลาออก ฆ่าตัวตาย และลดปัญหาที่จะทำให้ความเครียดนั้นทวีคูณขึ้นมาด้วย เช่น การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ ยาเสพติด การเที่ยวกลางคืน
 
ให้มองว่า ความเครียดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ต้องรู้หนทางในการจัดการกับความเครียดอย่างถูกวิธี ยอมรับสภาวะนั้นเพื่อหาหนทางระบายออกอย่างผู้รู้ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ...หาให้เจอ
 
อย่ามองข้ามความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วจะรู้ว่า...คลายเครียดง่ายนิดเดียว !    

อาหาร

6 สุดยอดอาหารผ่อนคลายสมอง

 

1. ปลาทะเลน้ำลึก อย่างปลาแซลมอน : รู้หรือเปล่า? สมองมีไขมันเป็นส่วนประกอบมากกว่า 60%เชียวนะคะ ซึ่งมันหมายความว่าเราต้องการไขมันชั้นดีอย่างโอเมก้า 3 นั่นเองค่ะ


2. แครนเบอร์รี่ : จากการศึกษาพบว่าสารในแครนเบอร์รี่ช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของสมอง อย่างอาการความจำเสื่อม


 

3. ขมิ้น : เครื่องเทศสำคัญที่เอาไว้ใส่ในแกงกะหรี่แสนอร่อยนี่ล่ะค่ะ สีเหลืองของมันช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ

(ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความจำเสื่อมได้)

4. ข้าวไม่ขัดสี : ข้าวกล้องดีต่อสุขภาพเสมอ นอกจากข้าวกล้องจะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีแล้ว ยังให้โปรตีนที่ผลิตกรดอะมิโนที่เป็นตัวส่งสารอาหารไปยังสมองด้วย


5. สตรอเบอร์รี่ : จากการทดลองให้สตรอเบอร์รี่กับหนูที่อายุมาก พบว่ามันช่วยพัฒนาทั้งประสิทธิภาพในการเรียนรู้และประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อสมอง

 


6. ผักโขม : ช่วยชะลอปัญหาในเรื่องประสิทธิภาพของสมองส่วนกลาง และการรับรู้ที่เสื่อมลงไปตามวัย สลัดผักขมสักชามให้โฟเลทสูงด้วยนะคะ

 

รูปภาพของ ssspoonsak

เนื้อหาก็ดี แต่ควรจะแบ่งเป็นหลายหน้า ที่มีหน้า 2 แต่ไม่มีข้อมูล

 ขออีกนิด การอ้างอิงที่มา ต้องอ้างอิงทุกหน้า
ที่สำคัญ ไม่ควรนำเนื้อหามาจากเว็บเดียว ควรมีแหล่งข้อมูลที่มากกว่า 1 แหล่ง เพราะจะได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ส่งประกวด ต้องสร้างให้มากกว่า 20 node พร้อมลิ้งค์ด้วย

 

-----------------------------------------------------------------------------------------
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
ทำด้วยใจ ไปด้วยฝัน

รูปภาพของ sss27220

โอวว ความรู้เยอะดี

 พี่เต่า เค้าสมัคร smart 1 แล้วนะ

 

555+

 

ไปด้วยกันๆๆ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์