มะเร็งถุงน้ำดี Cacinoma of gallbladder

มะเร็งถุงน้ำดี Cacinoma of gallbladder
ที่มาของรูปภาพ http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/picture/billiary.gif
มะเร็งถุงน้ำเกิดจากเซลล์ของถุงน้ำดี หรือท่อน้ำดีกลายเป็นมะเร็ง ถุงน้ำดีมีหน้าที่เก็บน้ำดีและทำให้น้ำดีมีความเข้มข้นขึ้น น้ำดีนี้สร้างที่ตับและมาเก็บกักที่ถุงน้ำดี หน้าที่ของน้ำดีจะทำการสลายหรือย่อยไขมันในลำไส้
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุของมะเร็งถุงน้ำดียังไม่มีใครทราบ แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เป็นมะเร็งถุงน้ำดีได้เพิ่มขึ้น ปัจจัยเสี่ยงได้แก่
นิ่วในถุงน้ำดีและการอักเสบ ผู้ป่วยมะเร็งถุงน้ำดีมักจะมีประวัติเป็นนิ่วในถุงน้ำดีและหรือถุงน้ำดีอักเสบ แต่ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำก็ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งถุงน้ำดี
Polyps เป็นเนื้องอกที่ไม่เป็นมะเร็งแต่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งถุงน้ำดี
ความพิการของท่อหรือถุงน้ำดี ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของถุงน้ำดีจะมีโอกาสเกิดมะเร็งถุงน้ำดี
ผู้ที่มีถุงน้ำดีที่เรียกว่า Porcelain gall bladder จะมีแคลเซี่ยมเกาะที่ผนังของถุงน้ำดีซึ่งจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งถุงน้ำดี
การสูบบุหร่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งถุงน้ำดี
ประวัติครอบครัว ผู้ป่วยที่ประวัติครอบครัวโดยเฉพาะพี่น้องหรือพ่อแม่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งถุงน้ำดี
คนอ้วน คน้วนจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งถุงน้ำดี
อาการของผู้ป่วยมะเร็งถุงน้ำดี
ผู้ป่วยมะเร็งถุงน้ำดีในระยะแรกเริ่มจะจะไม่มีอาการโดยมากจะทราบเพราะการผ่าตัดอย่างอื่นและพบโดยบังเอิญ ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยมะเร็งถุงน้ำดีจะมาในระยะสุดท้ายของโรค อาการที่สำคัญได้แก่ ไข้เจ็บชายโครงขวา บางรายอาจจะมีอาการดีซ่านตัวเหลืองตาเหลือง ท้องอืด น้ำหนักลด
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคมะเร็งถุงน้ำดี
เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งถุงน้ำดีระยะเริ่มแรกไม่มีอาการดังนั้นการตรวจโดยเครื่องมือจะช่วยในการวินิจฉัย เครื่องมือดังกล่าวได้แก่
เครื่อง Ultrasound โดยใช้คลื่นเสียงตรวจทำใ้เกิดเสียงสะท้อนกลับมา หากมีเงาผิดปกติจะทำให้สงสัยว่าเป็นมะเร็งถุงน้ำดี
การตรวจ computer ช่องท้อง การตรวจนี้ใช้เวลา 10-30 นาทีก็จะได้คำตอบ
การตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็ก MRI (magnetic resonance imaging) scan ใช้เวลาตรวจประมาณ 1 ชั่วโมงและเสียงดังในระหว่างการตรวจ
การตรวจโดยการส่องกล้อง ERCP (endoscopic retrograde cholangio-pancreatography) วิธีการส่องกล้องแล้วสวนดีเข้าในทางเดินน้ำดี ซึ่งจะทำให้เห็นถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดี
การฉีดสีเข้าเส้นเลือด Angiogram เนื่องจากถุงน้ำดีอยู่ใกล้อวัยวะเช่นหลอดเลือดจึงต้องฉีดสีเพื่อดูว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียง
การเจาะหน้าท้องเพื่อส่องกล้องเข้าไปดู Laparoscopy วิธีการนี้แพทย์จะเห็นอวัยวะภายในและถุงน้ำดี
และหากแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้แพทย์จะผ่าตัดเพื่อเข้าไปดูว่าเป็นโรคอะไรกันแน่
ระยะของโรค
การทราบระยะของโรคจะทำให้เราวางแผนในการรักษา โดยอาศัยขนาดของเนื้องอก การแพร่กระจายของโรค โดยแบ่งออกเป็น
ระยะที่1Stage 1 หมายถึงมะเร็งถุงน้ำดีที่มีเซลล์มะเร็งอยู่ที่ผนังของถุงน้ำดีพบได้ประมาณ1/4ของผู้ป่วย
ระยะที่2Stage 2 มะเร็งแพร่กระจายเต็มผนังถุงน้ำดีแต่ยังไม่แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
ระยะที่3Stage3 มะเร็งแพร่ไปยังอวัยวะใกล้เคียง เช่น ตับ กระเพาะ
ระยะที่4 มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงอย่างน้อยสองแห่ง
Grading
หมายถึงลักษณะของเซลล์มะเร็งที่เห็นจากกล้องจัดได้เป็น low grade หมายถึงเซลล์มะเร็งจะมีลักษณะคล้ายเซลล์ปกติ มะเร็งชนิดนี้จะแพร่กระจายช้าส่วน high grade มะเร็งพวกนี้จะแพร่กระจายได้เร็ว
การรักษา
การเลือกชนิดของการรักษาขึ้นกับระยะของโรค สุขภาพของผู้ป่วย
การผ่าตัด
หากผู้ป่วยสุขภาพดีและโรคเป็นในระยะแรกเริ่มการผ่าตัดจะเป็นการรักษาหลัก แต่หากมะเร็งแพร่กระจายแล้วการผ่าตัดก็อาจจะช่วยทำให้อาการดีขึ้น
การให้รังสีรักษา
โดยการใช้รังสีที่มีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง
การใช้เคมีบำบัด
โดยการใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ได้ผลไม่ดี
หากเซลล์มะเร็งอุดกลั้นทางเดินน้ำดีแพทย์อาจจะใส่หลอดหรือที่เรียกว่า stent เพื่อระบายน้ำดี
แหล่งที่มา http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/cancer/ca_gallbladder.html
เรื่องจริงเตือนภัย
โรคของถุงน้ำดี
ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะสำหรับเก็บน้ำดีซึ่งผลิตจากตับ และส่งมายังถุงน้ำดี ผ่านท่อน้ำดี ถุงน้ำดีอยู่ในตับ คือบริเวณใต้ชายโครงขวา เวลากินอาหารถุงน้ำดีจะบีบตัวทำให้น้ำดี ไหลออกจากถุงน้ำดีลงสู่ท่อทางเดินน้ำดีก่อนเข้าลำไส้เล็กส่วนบน (ดูโอดีนัม)
น้ำดีมีความสำคัญมากสำหรับการย่อยและดูดซึมอาหารโดยเฉพาะไขมัน
ส่วนมากมักพบโรคนิ่วในถุงน้ำดี โดยนิ่วในร่างกายเกิดขึ้นได้ใน 2 ระบบ คือ ระบบทางเดินน้ำดี และระบบทางเดินปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดีมักเป็นนิ่วที่เกิดจากไขมันหรือจากสารที่มาจากการทำลายของเม็ดเลือดแดง นิ่วในระบบทางเดินน้ำดีเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป อ้วน มีลูกมาก เนื่องจากเวลาผู้หญิงตั้งครรภ์ถุงน้ำดีจะไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว ทำให้เกิด "ไขมันตกตะกอน" ยิ่งมีลูกมากก็ยิ่งเสี่ยงมาก
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่ว เนื่องจากมีการผลิตไขมันมากขึ้น นอกจากนี้กรรมพันธุ์ ภาวะโรคอ้วน การลดน้ำหนักตัวมากเกินไปในระยะเวลาอันสั้นและยาบางชนิดก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วได้ เช่น ยาคุมกำเนิด ยาเอสโตรเจนสำหรับวัยทอง ยาลดไขมัน
90% ของถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันเกิดจากการอุดตันภายในท่อน้ำดี (ท่อ cystic) โดยนิ่ว นอกจากอาการปวด (Biliary Colic) แล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการอาเจียน มีไข้ 99-101 องศาฟาห์เรนไฮต์ มีเม็ดเลือดขาวในเลือดสูง รวมทั้งอาจคลำถุงน้ำดีได้ถ้าเป็นมากและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ถุงน้ำดีอาจเป็นหนองและอาจทะลุได้ อันตรายมาก
แหล่งที่มา http://variety.thaiza.com/
- บล็อกของ sss27415
- ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น
- อ่าน 735 ครั้ง








