แผนการจัดการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง ใบเสร็จค่าไฟ สู่จิตสำนึกการใช้ไฟอย่างประหยัด

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
เรื่อง ใบเสร็จค่าไฟฟ้า สู่จิตสำนึกการใช้ไฟอย่างประหยัด   จำนวน 4 ชั่วโมง

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
 ศึกษา อธิบายวิธีการคำนวณหาค่าไฟฟ้าได้

สาระการเรียนรู้
 การคำนวณหาค่าไฟฟ้า

การบูรณาการกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
      1.  ความพอเพียง
 1.1  ความพอประมาณ
  การรู้จักการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ใช้เท่าที่จำเป็น
1.2 ความมีเหตุผล
   การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าฟ้าได้
1.3 การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
จ่ายค่าไฟฟ้าน้อย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
2.1 คุณธรรมกำกับความรู้
2.1 เงื่อนไขคุณธรรม
สร้างจิตสำนึกในการใช้ไฟฟ้าในบ้านโดยใช้เท่าที่จำเป็น   
2.2 เงื่อนไขความรู้ (รอบรู้  รอบคอบ ระมัดระวัง)
คำนวณค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนได้   

กิจกรรมการเรียนรู้
 ขั้นนำ
1. นักเรียนดูภาพใบเสร็จค่าไฟฟ้าของจริงที่ครูนำมาให้นักเรียนดู
2. นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงที่มาของใบเสร็จค่าไฟฟ้าและการคิดเงินค่าไฟฟ้าตามใบเสร็จ
3. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้นักเรียนทราบ
ขั้นให้ประสบการณ์ 
1. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 4- 5 คน ศึกษาใบความรู้ที่1เรื่อง การคิดเงินค่าไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัย
2. ครูอธิบายวิธีการคิดเงินค่าไฟฟ้า เพิ่มเติมและยกตัวอย่างการคิดเงินค่าไฟฟ้าตามใบเสร็จให้นักเรียนดู
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดเงินค่าไฟฟ้า ตามโจทย์ที่ครูให้ แล้วออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนถึงวิธีการคิดเงินค่าไฟฟ้า พร้อมอธิปรายและซักถาม
4. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 การคิดเงินค่าไฟฟ้า โดยให้นักเรียนใช้ใบเสร็จค่าไฟฟ้าของบ้านนักเรียนแต่ละคนมาคำนวณหาค่าไฟฟ้าที่บ้านนักเรียนต้องจ่ายในแต่ละเดือน
5. ให้นักเรียนสอบถามข้อมูลการคิดคำนวณเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเวียงแก่น
ขั้นสรุป
นักเรียนและครูร่วมกันสรุปดังนี้
1. การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดช่วยลดเงินค่าไฟฟ้าที่ต้องได้จ่ายในแต่ละเดือนลงได้
2. ครูแนะนำให้นักเรียนช่วยบอกคนในครอบครัวของตนเองช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดด้วย

สื่อ
1. ใบเสร็จค่าไฟฟ้า
2. ใบความรู้
3. ใบงาน
4. http://www.mea.or.th

แหล่งเรียนรู้
1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเวียงแก่น
2. ห้องสมุด

การวัดและประเมินผล
 วิธีการวัดและประเมินผล
1. ประเมินทักษะการทำงานของนักเรียน
2. ตรวจผลงาน
3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เครื่องมือการวัด
1. แบบประเมินทักษะการทำงานของนักเรียน
2. ใบงาน
3. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
 
เกณฑ์การประเมิน
18 -  20  คะแนน  = ระดับ 4 (ดีมาก)
  15 -  17  คะแนน  = ระดับ 3 (ดี)
   12 -  14  คะแนน  = ระดับ 2 (พอใช้)
0 -    11  คะแนน  = ระดับ 1 (ปรับปรุง)

กิจกรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

           
(ลงชื่อ)……………………….
            (นายนิทัศน์  สิทธิยศ)
                          ผู้อำนวยการโรงเรียนเวียงแก่นวิทยาคม
     วันที่…….เดือน………………………….พ.ศ………..
 
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้       
บรรยากาศระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.  ด้านผลการสอน
1.1  การประเมินด้านความรู้
      1. ผลการประเมินโดยใช้ใบงาน
                           การประเมินผลโดยใช้ใบงานที่ 1  พบว่า
นักเรียนได้คะแนน อยู่ในระดับ 4 (ดีมาก) จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........
นักเรียนได้คะแนน อยู่ในระดับ 3 (ดี)        จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........
นักเรียนได้คะแนน อยู่ในระดับ 2 (พอใช้) จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........
นักเรียนได้คะแนน อยู่ในระดับ 1 (ปรับปรุง) จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........
นักเรียนจำนวน………...คน คิดเป็นร้อยละ…………… ผ่านเกณฑ์
นักเรียนจำนวน………...คน คิดเป็นร้อยละ……………ไม่ผ่านเกณฑ์
ขั้นต่ำที่กำหนดไว้คือ ระดับ 2
1.2 การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ
              ผลการประเมินโดยใช้แบบประเมินทักษะการทำงานของนักเรียน พบว่า
นักเรียนมีทักษะการทำงาน อยู่ในระดับ 4 (ดีมาก) จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........
นักเรียนมีทักษะการทำงาน อยู่ในระดับ 3 (ดี)        จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........
นักเรียนมีทักษะการทำงาน อยู่ในระดับ 2 (พอใช้) จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.........