การปกครองในสมัยรัชกาลที่ ๕,,(การเลิกทาส)

ซึ่งการปกครองของไทยแต่เดิม( พ.ศ.  1800 – พ.ศ. 2478 )เป็นแบบสมบูรณาญาสิทธิราชการปกครองระบอบนี้ อำนาจในการ

ปกครองประเทศทั้งหมดเป็นขององค์พระมหากษัตริย์ และองค์พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือกฎหมายทั้ง

ปวง ผู้ใดจะละเมิด ฝ่าฝืนหรือขัดแย้งมิได้,,จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ ๔ ( พระจอมเกล้า ฯ ) ได้มีการปรับปรุงระเบียบและวิธีปฏิบัติ

หลายด้าน อาทิ เช่น ด้านการคลัง ภาษีอากรและการต่างประเทศแต่การปรับปรุงดังกล่าวได้สัมฤทธิ์ผลในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่ง

พระองค์ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองในด้านการบริหารและวิธีปฏิบัติการต่าง ๆ ซึ่งเรียกการเปลี่ยนแปลงนั้นว่า

การปฏิรูปการปกครอง”  สาเหตุการเปลี่ยนแปลงสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ อันมีสาเหตุเนื่องมาจาก

อิทธิพลการปกครองของชาติตะวันตก ทำให้เกิดแนวคิดที่จะมาปรับปรุงการปกครองประเทศตามแนวคิดชาติตะวันตกยอมรับการวาง

แนวคิดให้เกิดรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ทั้งในและนอกประเทศ

อาทิ เช่น ความล้าหลังทางสังคมและเศรษฐกิจ  ฯลฯ สาระสำคัญของการปรับปรุงได้แก่การยกเลิกการบริหารราชการ

แบบจตุสดมภ์ และจัดระเบียบการบริหารราชการใหม่ โดยแยกออกจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  นอกจากนี้ยังได้มีการริเริ่ม

ส่วนท้องถิ่นในรูปของการสุขาภิบาล เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนรับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมในการปกครองแผ่นดิน

พระองค์ได้ปรับปรุงการศึกษาและสิทธิของประชาชน ด้านสิทธิของประชาชนนั้นเป็นการปรับปรุงอันเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์

ของชาติไทย นั่นคือ การเลิกทาสทำให้พระองค์ทรงได้รับพระสมัญญาว่าสมเด็จพระปิยมหาราช

ซึ่งในสมัยนั้นประเทศไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ เพราะลูกทาสในเรือนเบี้ยได้มีสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ

ไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นทาสกันตลอดชีวิตกล่าวคือ พ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กัน

เรื่อยไป กฎหมายที่ใช้กันอยู่ในเวลานั้น ตีราคาลูกทาสในเรือนเบี้ย ชาย 14 ตำลึง หญิง 12 ตำลึง แล้วไม่มีการลด ต้องเป็นทาสไป

จนกระทั่ง ชายอายุ 40 หญิงอายุ 30 จึงมีการลดบ้าง คำนวณการลดนี้ อายุทาสถึง 100 ปี ก็ยังมีค่าตัวอยู่ คือชาย 1 ตำลึง

หญิง 3 บาท แปลว่า ผู้ที่เกิดในเรือนเบี้ย ถ้าไม่มีเงินมาไถ่ตัวเองแล้ว ก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต เพราะการนี้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปีที่ พระองค์

เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ จึงมีบัญญัติว่า ลูกทาสซึ่งเกิดเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2411 ให้มีสิทธิได้ลดค่าตัวทุกปี โดยกำหนดว่าเมื่อแรกเกิด

ชายมีค่าตัว 8 ตำลึง หญิงมีค่าตัว 7 ตำลึง เมื่อลดค้ตัวไปทุกปีแล้ว พอครบอายุ 21 ปีก็ให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิง พอถึง

ปี พ.ศ. 2448 ก็ได้ออกพระราชบัญญัติเลิกทาสที่แท้จิงขึ้น เรียกว่า "พระราชบัญญัติ ร.ศ.124" (พ.ศ. 2448) เลิกเรื่องลูกทาส ในเรือน

เบี้ยอย่างเด็ดขาด เด็กที่เกิดจากทาส ไม่เป็นทาสอีกต่อไป การซื้อขายญาติเป็นโทษทางอาญา ส่วนผู้ที่เป็นทาสอยู่แล้วให้นายเงินลดค่า

ตัวให้เดือนละ 4 บาท จนกว่าจะหมด

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักประชาธิปไตยของพระองค์ ^ ^" โดยหลักการสำคัญของการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยของพระองค์คือสิทธิของประชาชน !!

หากผิดพลาดประการใดขออภัยอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยและจะทำการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด นส.กานดา วีระเวชสุกิจ  ม.6/1 เลขที่ 1

แหล่งอ้างอิง !!~!! http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

รูปภาพของ silavacharee

Kiss

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 43 คน กำลังออนไลน์