ส่วนประกอบ และ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ pnp31246

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

 

 

 เครื่องคอมพิวเตอร์มีขั้นตอนการทำงานอยู่อ 3 ขั้นตอนคือ

1. รับโปรแกรมและข้อมูล โปรแกรมในที่นี้ หมายถึงชุดของคำสั่งที่จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ส่วนข้อมูลอาจเป็นตัวเลขหรือตัวหนังสือก็ได้ ที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล

2. การประมาลผล หมายถึง การจัดระเบียบแผนของข้อมูล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการซึ่งทำการได้โดยเปรียบเทียบ วิเคราะห์ได้โดยการคำนวนทางสูตร หรือคณิตศาสตร์ โดยอาศัยคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้น

3. แสดงผลลัพธ์ คือการนำผลลัพธ์ที่ได้ จากการประมวลผลสำเร็จเรียบร้อยแสดงออกในรูปแบบต่างๆที่ผู้ใช้เข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ได้

แหล่งอ้างอิง : http://pctipz.blackerclub.com/wp-content/uploads/2009/04/howcomputerworks.jpg

                               http://learners.in.th/blog/chaitoa/259810

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

ซีพียู CPU


 

   ซีพียู CPU หรือเรียกกันว่า Control Processing Unit เปรียบเสมือนสมองของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการทำงานทั้งหมดถูกควบคุมโดยซีพียูครับ ภายในของซีพียู จะประกอบไปด้วยสารกึ่งตัวนำชนิดนึงครับ เรียกว่า “ซิลิกิน” (Silicon) เราจะใช้ซีลิกอนเจือกับสารบางอย่างเพื่อทำให้สามารถนำไฟฟ้าได้ ซึ่งซิลิกอนเหล่านี้จะถูกนำมาเรียงกัน ประกอบกันเป็นทรานซิสเตอร์ ซึ่งจะมีอยู่หลายสิบล้านตัว

            เเหล่งอ้างอิง :www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

ส่วนประกอบของซีพียู


1.แพ็คเกจซีพียู เป็นรูปแบบของตัวซีพียูซึ่งส่วนมากมีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปแบบแพ็คเกจซีพียูแบบเดิมนินมใช้เป็นแบบเซรามิกครับ สังเกตได้จาก ซีพียูรุ่นเก่า ๆ อย่าง 486 หรือ Pentium เวลาเราเคาะมันจะมีเสียงดัง เหมือนโลหะ แต่ปัจจุบันนี้นิยมใช้พลาสติกแทนเนื่องจาก พลาสติกมีการระบายความร้อนได้ดีกว่า
2.แกนซีพียู คือไส้ของซีพียูที่ประกอบไปด้วยซิลิกอนและสารตัวนำ ซึ่งตรงนี้ล่ะครับ คือซีพียูขนานแท้
3.ขาซีพียู เป็นหน้าสัมผัสที่ใช้เชื่อมซีพียูกับซอกเกต โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนจากซีพียูที่เป็นเข็ม เป็นแบบหน้าสัมผัสแทน
4.ร่องบากซีพียู ตรงนี้เป็นตำแหน่งหลักเพื่อช่วยให้การติดตั้งของเราง่าย และถูกต้องมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง: www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

หน่วยความจำ RAM


 


   หน่วยความจำที่ใช้เป็นหน่วยความจำหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์คือแรมครับ แรม ย่อมากจากคำว่า (Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำประเภทที่สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงไปได้ตลอดเวลา แต่ถ้าหากไฟฟ้าดับ อุปกรณ์ตัวนี้จะพิการไปในทันที เพราะแรมต้องใช้ไฟฟ้าหล่อเลี้ยงตลอดเวลา

ส่วนประกอบของแรม

1.ชิปหน่วยความจำ อันนี้คือตัวหน่วยความจำของแรมน่ะครับ SDRAM , DDR SDRAM ลักษณะมันจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขาอยู่ข้าง ๆ ตัวชิป ขึ้นอยู่กับประเภทของแรม เช่น DD2 SDRAM จะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสตัวถัง BGA ซึ่งขาจะเล็กกว่าครับ
2.ชิป SPD ROM ตัวนี้จะบันทึกค่าต่าง ๆ ของแรมนั้นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ค่า CL (CAS Latency) เป็นต้น ชิป SPD ROM มีประโยชน์มากครับ คือ ไบออสจะนำค่าใน SPD ROM นี้ไป และปรับแต่งการทำงานให้โดยอัตโนมัติ
3.ร่องบากแผงแรม มันจะช่วยให้เราสามารถติดตั้งแรมได้อย่างถูกต้องครับ ซึ่งร่องบอกก็แล้วแต่รุ่น ชนิดของแรมด้วย ตัวอย่างเช่นแรมแบบ SDRAM มีร่องบาก 2 ร่อง แต่แบบ DDE/DDR2 มีแค่ร่องเดียวเท่านั้น ซึ่งจะไม่เหมือนกัน และไม่สามารถใช้กันได้ ดังนั้นก่อนซื้อแรมควรดูร่องบากและชนิดของแรมด้วยครับ
4.หน้าสัมผัส หรือ อินเตอร์เฟส เป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับสล็อตของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเชื่อมในซ็อกเกตแรมบนเมนบอร์ดครับ

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

การ์ดแสดงผล


 

   การ์ดแสดงผล คือ แผงวงจรที่รับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแสดงยังหน้าจอ การ์ดแสดงผลสมัยก่อนนั้นส่วนมากจะใช้ ซีพียู เป็นตัวช่วยในการทำงาน แต่การ์ดแสดงผลปัจจุบันนี้ไม่ต้องพึ่งซีพียูอีกต่อไปแล้ว

ส่วนประกอบของการ์ดแสดงผล
1.ชิปกราฟิก หรือ GPU (Graphic Processor Unit) คือชิปที่ใช้สำหรับทำหน้าที่ประมวลผล ซึ่งเดิมนั้นการ์ดแสดงผลสามารถสร้างภาพได้แค่ 2 มิติเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้แสดงผลได้ทั้ง 3 มิติในตัว ไม่ต้องพึ่งซีพียูอีกด้วยครับ
2.หน่วยความจำ (RAM) หน่วยความจำของการ์ดแสดงผลมีไว้สำหรับเก็บข้อมูลซึ่งจะเรียกใช้เมื่อขณะประมวลผล ความเร็วของหน่วยความจำที่สูงย่อมทำให้การแสดงผลรวดเร็วยิ่งขึ้นไปด้วย
3.ชิปไบออส (BIOS Chop) การทำงานของไบออสบนการ์ดแสดงจะคล้าย ๆ กับไบออสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ คือตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ว่าใช้ปกติดีหรือไม่
4.อินเตอร์เฟส(Interface) คือแถบทองแดงที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ ปัจจุบันนิยมเสียบใน Slot AGP(Accelerated Graphic Port) มากที่สุด ซึ่งมีความเร็วมากกว่าแบบ PCI (Peripheral Component Interconnect)
5.ช่องต่อกับจอภาพ (Display Connector) เป็นส่วนที่ใช้เชื่อมต่อเข้ากับหน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์การ์ดเก่า ๆ อาจจะใช้หัวต่อแบบ 15 ขาต่อกับจอโดยตรง แต่ปัจจุบันนิยม LCD มากกว่าก็จะใช้การเชื่อแบบ อะนาล็อกแทน
6.หัวต่อกับแหล่งกระจายไฟ (Power Supply Connector) ชิปกราฟิกรุ่นใหม่ ๆ นั้นต้องการพลังงานมาก จึงจำเป็นต้องมีแหล่งไฟเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk)


 

   สำหรับฮาร์ดดิสก์นั้นก็ถือเป็นสื่อหลักที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยเหตุที่ว่า เป็นสิ่งที่เก็บความจุได้สูง ราคาต่อความจุก็ไม่แพงมากนัก ภายในฮาร์ดดิสจะประกอบไปด้วยจานแม่เหล็กกลมแบนๆที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ และยึดติดกับมอเตอร์ที่หมุนด้วยความเร็วหลายพันรอบต่อนาที มีแขนเล็ก ๆ ยื่นออกมา โดยที่ปลายแขนจะมีหัวอ่านซึ่งใช้สำหรับการอ่านและเขียนข้อมูลลงบนจานแม่เหล็กที่หัวอ่านของจานแม่เหล็กแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ Desktop จะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 นิ้ว ส่วนโน้ตบุ๊คแค่ 2.5 นิ้วเท่านั้น

ส่วนประกอบของฮาร์ดดิสก์
1.ช่องต่อ IDE/SATA Data เป็นช่องต่อสำหรับสายนำเข้าสัญญาณข้อมูล โดยฮาร์ดดิสก์แบบ IDE มีลักษณัเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบน ๆ มีเข็มจำนวน 40 ขา (20 ขา 2 แถว) ส่วนฮาร์ดดิสก์แบบ SCSI ที่นิยมใช้กับเครื่องเชิฟเวอร์ในองค์กรลักษณะช่องต่อจะแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสียบผิด
2.ช่องต่อ Power/SATA Power คือช่องต่อสำหรับแหล่งการะจายไฟไปยังฮาร์ดดิสก์เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์สามารถทำงานได้ ลักษณะช่องต่อกับแห่ลงกระจายไฟที่นิยมทั่วไปเช่น แบบ Serial ATA จะเป็นหัวต่อแบบพิเศษจำนวน 15 ขา(หน้าสัมผัส) โดยจะจ่ายไฟที่ระดับ 3.3 V เพิ่มมาจากปกติที่มีเพียง 5V และ 12V
3.จัมเปอร์ จะใช้ในฮาร์ดดิสแบบ IDE เท่านั้นเนื่องจากการเชื่อมต่อแบบ IDE มีสายเสียบฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ตัวดังนั้นเราจะต้องใช้จัมเปอร์ระบุว่าฮาร์ดดิสก์ตัวไหนเป็นตัวบูตเครื่อง และตัวรอง ซึ่งต่างกับการเชื่อมแบบ Serial ATA ที่มีการปรับให้โดยอัตโนมัติ
4.ชิปควบคุม ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดดิสก์ ไม่ว่าจะเป็นการ รับ / ส่ง ข้อมูลชิปนี้สังเกตุใต้ฮาร์ดดิสก์น่ะครับ

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

เมนบอร์ด (Mainboard)


 

   เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวกลางของจุดเชื่อมต่อของครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ดังนั้นส่วนที่ดูวุ่นวายมากที่สุดของคอมพิวเตอร์คือส่วนนี้

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

ส่วนประกอบของเมนบอร์ด

   เนื่องจากเมนบอร์ดเป็นแผงวงจรหลักที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เราจึงต้องทำความรู้จักให้ชัดเจน เพื่อสามารถประกอบเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
   ปัจจุบันเมนบอร์ดถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการติดตั้งอุปกรณ์สังเกตได้จากรูปแบบของจุดแบ่งแยกระหว่างสล๊อตต่าง ๆ เช่นแรมอาจจะเป็นสีเหลือง สวิตสัญญานอาจจะแบ่งเป็นสี ๆ เพื่อง่ายต่อการมองเป็นต้น

1.ซ็อกเก็ตซีพียู เป็นตำแหน่งที่ใช้สำหรับติดตั้งซีพียู รูปแบบของ    ซ็อกเกตจะแตกต่างกันตามชนิดของเมนบอร์ด ดังนั้นหากเราใช้เมนบอร์ดรุ่นใด ซีพียู ควรจะเป็นรุ่นนั้น หรือ สนับสนุนรุ่นนั้น
2.ชิปเซต ซิปเซตทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่บนเมนบอร์ด และชิปเซตจะเป็นตัวกำหนดว่าเมนบอร์ดตัวนั้นจะใช้ร่วมกับซีพียูตัวไหนได้บ้าง เพราะซิปเซตจะออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานกับซีพียูรุ่นนั้น เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน

>ชิบเซต North Bridge เป็นชิปเซตที่มีความสำคัญมากที่สุด
มีหน้าที่ควบคุมการ รับ / ส่งข้อมูลของซีพียูและแรม ตลอดจนสล็อต AGP ที่ใช้แสดงผลรุ่นใหม่ ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงปกติชิปเซตชนิดนี้ถูกปิดด้วยแผงระบายความร้อน หรือบางตัวมีการ์ดแสดงผลอยู่ข้างในทำให้ต้องติดตั้งพัดลมเพิ่มเติมอีก ชิปเซตนี้ต้องระบายความร้อน เนื่องจาก อุปกรณ์นี้ทำงานด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดความร้อนขณะทำงาน
>ชิปเซต South Bridge ชิปที่มีขนาดเล็กมากกว่า
North Bridge ทำหน้าที่ควบคุมสล็อตของการ์ดอื่น ๆ ควบคุมดิสก์ไดร์ต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคีร์บอร์ด ,เมาส์ ,หรือพอต ต่าง ๆ ที่อยู่หลังเครื่อง การที่เราะจะรู้ได้ว่าเครื่องของเราต่ออุปกรณ์ใดได้บ้างให้ดูจากตัวนี้

3.ช็อกเก็ตแรม
ลักษณะการทำงานปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่ที่ใช้กันอยู่
ปัจจุบันมี 4 แบบน่ะครับ คือ SDRAM และ Rambus DRAM(RDRAM) หรับเครื่องรุ่นเก่า ๆ ก็จะใช่ DDR หรือ DDR2 ซึ่งซ็อกเก็ตแต่ละแบบจะมีร่องบากไม่เหมือนกัน

4.สล็อกการ์ดแสดงผล
สำหรับสล็อตนี้จะติดตั้งอยู่กับเมนบอร์ดครับ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2
แบบ คือ AGP และ PCI Express X16 ลักษณะของแต่ละชนิดก็จะไม่เหมือนกัน แต่ปัจจุบันนิยมใช้ PCI Express X16 กันหมดแล้ว

5.สล็อต PCI
สล็อต PCI ทำงานที่ความเร็วมาตรฐานอยู่ที่ 33 MHz และส่ง
ข้อมูลที่ 32 บิต ทำใหอัตราการ รับ/ส่ง ข้อมูลที่ 133MB/s จึงเหมาะสำหรับการ์ดต่าง ๆ เช่น การ์ดเสียง ,การ์ดโมเด็ม ,การ์ดแลนเป็นต้น

6.หัวต่อไดรว์ต่าง ๆ
หัวต่อจะแบ่งออกเป็น 2 แบบน่ะครับคือ หัวต่อกับฟลอปปี้ดิสก์ไดร์และหัวต่อสำหรับฮาร์ดดิสก์และไดรว์ซีดีต่างๆ กรณีของไดรว์จะมีจำนวน 34 ขา (สังเกตโดย ดูจากเข็มที่ 5 ถูกหัก เพื่อป้องกันการเสียบผิด) เพื่อให้สามารถทำงานกันได้นั่นเอง ในขณะที่หัวต่อฮาร์ดดิสก์กับไดรว์ซีดีต่าง ๆ นั้นปัจจุบันยังนิยมใช้กันอยู่ 2 แบบครับคือ
   1.หัวต่อแบบ IDE มีลักษณะเหมือนกับฟล๊อบปี้ดิสก์ไดรว์แต่มีจำนวนเข็ม 40 ขา (เข็มที่ 20 ถูกหักออก) โดยปกติแล้วเมนบอร์ดจะมีหัวต่อแบบ IDE มา 2 ช่องคือ IDE1 เรียกกันว่า Primary และ IDE2 รวมกันจึงเรียกว่า Secondary แต่ละหัวจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 2 ตัวรวมกัน 2 ช่องจะเสียบได้ 4 ตัวครับ ซึ่งในการเชื่อมต่อนั้นจะใช้สายเดียวกัน เราจึงสามารถเรียกการเชื่อมต่อแบบนี้ได้ว่า “เอทีเอแบบขนาด” (Parallel ATA) นั่นเองครับ
   2.หัวต่อแบบ Serial ATA มีขนาดเล็กกว่าแบบ IDE มาก การรับ/ส่งข้อมูลจะใช้การต่อแบบอนุกรมครับ ซึ่งการเชื่อมแบบ Serial ATA (SATA) จะทำให้ไม่เกิดปัญหาการหน่วงของอุปกรณ์แบบเดียวกับ IDE ทั้งยังมีอัตราการ รับ / ส่งข้อมูลที่สูงกว่าคือ 150MB/s และชิปเซต mForce 4 Ultra/SLi ก็เป็นซิปรุ่นแรกที่สนับสนุน Serial ATA mode 2 ที่ 300 MB/s ปัจจุบันการเชื่อมต่อแบบ Serial ATA ได้รับความนิยมจนเป็นมาตรฐาน

7.จัมเปอร์และดิวสวิตซ์
แม้ว่าเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ นั้นสามารถตั้งค่าได้โดยอัตโนมัติ
หรือ จากเมนูของไบออสก็ตาม แต่ผู้ผลิตเองก็ยังติดตั้งจัมเปอร์มาให้ด้วย เพื่อไว้สำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งบอร์ดด้วยตนเอง ซึ่งในการตั้งค่าด้วยอุปกรณ์นี้จะทำให้เรามั่นใจในการตั้งค่าอันนี้ของเรามาก เพราะว่าคงไม่มีใครมาแกะเครื่องของเราเพื่อแก้ไขค่าที่เราตั้งไว้นั่นเอง ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น
   
8.หัวต่อแหล่งกระจายไฟ
รูปแบบของหัวต่อแหล่งกราะจายไฟมีอยู่ 2 แบบคือ 1.   หัวต่อ
แบบ ATX ซึ่งเป็นหัวต่อหลักที่เมนบอร์ดทุกรุ่นต้องมี โดยเป็นจุดที่จ่ายไฟหลักให้กับเมนบอร์ด 2.  หัวต่อแบบ ATX 12V แบบนี้มีแรงดัน 12 โวลต์ขึ้นมาอีก 1 จุด ซึ่งมีบนเมนบอร์ดทุกรุ่นเหมือนกันยกเว้นของ Athion Xp บางรุ่น
   
9.ชิปรอมไบออส
      ชิปรอมไบออส เป็นหน่วยความจำแบบรอม ที่บรรจุโปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่องทั้งหมดเอาไว้โดยไบออสจะทำหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่อง เพื่อจะได้เริ่มกระบวนการที่ถูกต้องต่อไป แต่ถ้าหากว่ามีอุปกรณ์ผิดพลาด ไบออสก็จะแจ้งเตือนผู้ใช้ด้วยสัญญานเสียง ปิ๊บ ผ่านทางลำโพงในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยไบออสจะต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการหล่อเลี้ยงข้อมูลเช่นกัน คือ แบตเตอร์รี่ ซึ่งทำให้นาฬิกาของเครื่องเดินต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งอายุเฉลี่ยของแบตเตอร์รีนี้ตกประมาณ 3-5ปีขึ้นไปครับ

10.หัวต่อเพิ่มของ USB
                          อันนี้ใช้สำหรับเพิ่มการทำงานของพอต USB ซึ่งปกติจะมีอยู่
ทุกเครื่องแล้วละครับ แต่บางครั้งหากเราจำเป็นต้องใช้เพิ่มก็จะจะทำการติดตั้งเพิ่มได้จากภายในนี้ หรือ ซื้อหัวต่อซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมมาใช้แทนก็ได้เช่นกัน
   
11.ช่องเสียบสายสวิตช์ควบคุม
         ช่องเสียบสวิตซ์สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ คือ ตำแหน่งของสายสวิตซ์ ตำแหน่งของสายสวิตซ์จากด้านหน้าเคสเพื่อใช้ควบคุมการ เปิด / ปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ รีเซต เครื่อง รวมทั้งหลอดไปแสดงสถานการณ์ทำงานของฮาร์ดดิสก์ อีกด้วย

12.พอตเชื่อมต่อต่าง ๆ
พอตเหล่านี้มีมากมาย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก
ทีนึง เช่น เมาส์ ,คีร์บอร์ด ,หน้าจอ ,ลำโพง เหล่านี้เป็นต้น

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

จอภาพ


 


จอภาพ เป็นส่วนประกอบที่ใช้แสดงผลของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ลักษณะของจอภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์จะคล้ายกับหน้าจอโทรทัศน์ เพียงแต่จอภาพนี้จะรับสัญญานจากการ์ดแสดงผลของเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงครับ ซึ่งปัจจุบันนี้จะมีอยู่ 2 ชนิดน่ะครับ คือแบบ CRT คือหน้าจอแบบโทรทัศน์ และอีกแบบคือ LCD ซึ่งมีลักษณะหน้าจอแบบแบน

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

โมเด็ม


 


 

    โมเด็ม เป็นอุปกรณ์สำหรับ เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตผ่านทาง
โทรศัพท์ สำหรับที่นิยมใช้งานกันอยู่จะมี 2 ประเภทคือ แบบคิดตั้งภายใน หรือ Internal Modem และแบบติดตั้งภายนอก External Modem สำหรับปัจจุบันความเร็วของอุปกรณ์นี้อยู่ที่ 56 กิโลบิตต่อวินาที(Kbps) แต่ปัจจุบันการทำงานด้วยอุปกรณ์นี้ลดน้อยลงเนื่องจากผู้ใช้หันไปใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น เพราะราคาถูกลงอย่างมาก แต่การเชื่อมต่อด้วยโมเด็มแบบนี้ยังเป็นสื่อที่เชื่อมต่อสูงที่สุดอยู่

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

การ์ดแลน

 


   การ์ดแลนมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “การ์ดอีเธอเน็ต” มีไว้
  สำหรับรับส่งข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพราะมีความเร็วสูงมากถึง 100 เมกะบิตต่อวินาที แต่อีกไม่นานก็จะเข้าสู่เทคโนโลยี 1,000 เมกะบิตแน่นอน

แหล่งอ้างอิง www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

แหล่งกระจายไฟ


 

   

แหล่งกระจายไฟหรือ Power Supply ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะแปลงแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ที่ใช้ตามบ้านให้เป็นแรงดันขนาด 3.3 , 5 และ 12 โวลต์ เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภาพในเครื่อง นอกจากนี้แหล่งกระจายไฟยังทำหน้าที่ควบคุมไฟฟ้าให้คงที่ เพื่อช่วยให้อุปกรณ์อื่น ๆ ทำงานได้อย่างราบรื่นด้วย ดังนั้นคอมพิวเตอร์ชั้นเยี่ยมจริง ๆ จะต้องมีอุปกรณ์ตัวนี้ที่ดีด้วย มิเช่นนั้นคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไม่นับว่าเป็นเครื่องสุดเจ๋ง

แหล่งอ้างอิง:www.gangporsche.com/.../index.php?topic=425.0

สรุปสาระสำคัญ

คอมพิวเตอร์ (Computer) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสามารถในการรับข้อมูล (Input) เพื่อนำไปประมวลผล (Processing) และแสดงผลลัพธ์ (Output) ให้แก่ผู้ใช้ (User) สามารถจัดเก็บข้อมูลไว้เพื่อนำกลับมาใช้ได้อีก กระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างอัตโนมัติ(Automatic) ควบคุมการทำงานด้วยชุดคำสั่ง (Instruction Set) หรือโปรแกรม (Program) ที่มนุษย์สร้างขึ้นไว้ล่วงหน้า

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 200 คน กำลังออนไลน์