โรคมือเท้าปากเปื่อย

รูปภาพของ sss27307

 โรคมือเท้าปากเปื่อย


ชื่อภาษาอังกฤษ  :  hand-foot-and-mouth disease


ชื่อย่อHFMD


โรคมือเท้าปากเปื่อย หรือที่เรียกว่า hand-foot-and-mouth disease (HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นที่ปาก มือ เท้า ก้น และบริเวณอวัยวะเพศ โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิดแต่ชนิดที่ก่อใฟ้เกิดโรคที่รุนแรงคือ เอนเทอโรไวรัส 71 ซึ่งมักระบาดเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี โรคมือเท้าปากแพร่กระจายติดต่อถึงกันได้โดยผ่านทางอุจจาระหรือละอองน้ำมูกน้ำลาย


สาเหตุ  :  เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุมีหลายชนิด ได้แก่ Coxsackievirus A type 16 (A16) ซึ่งพบบ่อยที่สุด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อ Coxsackievirus A5, A7, A9, A10, B2, และ B5 ที่น่ากลัวที่สุดคือ โรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) เนื่องจากพบว่ามีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยได้บ่อย และทำให้ผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตได้ รวมทั้งปรากฏว่ามีการระบาดเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลกต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน  โรคมือเท้าปากติดต่อโดยการรับเชื้อเข้าสู่ปากโดยตรง ซึ่งจะติดต่อได้ง่ายในช่วงสัปดาห์แรกที่ป่วย โดยเชื้อโรคจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย และเกิดจากการไอจามรดกัน หลังจากได้รับเชื้อ 3-6 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม โดยจะพบตุ่มหรือผื่นนูนสีแดงเล็กๆ ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย ขณะเดียวกัน ตุ่มจะกลายเป็นตุ่มพองใส บริเวณรอบมีการอักเสบแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน ซึ่งโรคนี้ไม่ค่อยรุนแรงนักและไม่มีอาการแทรกซ้อน ผู้เลี้ยงดูเด็กควรเช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ รวมทั้งให้เด็กรับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด ดื่มน้ำ และนอนพักผ่อนมากๆ


อาการโรคมือเท้าปาก มักเป็นในเด็กเล็ก มีอาการคล้ายไข้หวัด ร่วมกับมีตุ่มใสบริเวณมือ เท้า และปาก ตุ่มในช่องปากมักมีอาการเจ็บ ทำให้ผู้ป่วยกินอาการและดื่มนํ้าได้ลดลง เด็กจะได้รับเชื้อไวรัสนี้จากการรับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่กระจายออกมากับอุจจาระ หรือสัมผัสกับละอองน้ำมูก น้ำลายของเด็กที่เป็นโรคนี้ หลังได้รับเชื้อ 4-6 วัน เด็กจะมีไข้สูง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่กินนมละอาหาร เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปรากฏตุ่มน้ำใสขนาดเล็กหรือแผลที่คอ ปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และตุ่มจะขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น ซึ่งระยะตุ่มน้ำใสนี้มีเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุด จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำใส  เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถเข้าจู่โจมทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ได้หลายระบบ ซึ่งขึ้นกับชนิดของสายพันธุ์ บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อเซลล์ประสาททและสมองส่วนกลาง ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอัมพาต บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ตับอ่อน โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางระบบทางเดินอาหารและหายใจส่วนต้นเป็นส่วนใหญ่ แล้วมีการแบ่งตัวบนเนื้อเยื่อที่เป็นเยื่อบุและต่อมน้ำเหลืองของลำคอรวมทั้งต่อมทอนซิล เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และเจริญเติบโตในกระเพาะอาหารและเนื้อเยื่อของลำไส้ เพราะเชื้อสามารถคงทนต่อความเป็นกรดและเอนไซม์ย่อยอาหารต่างๆ ได้ดี   เชื้อไวรัสจะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นบนเนื้อเยื่อน้ำเหลืองของลำไส้ จากนั้นจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือดโดยมีบางส่วนที่ถูกขับออกทางอุจจาระ เชื้อจะเข้าทำลายเนื้อเยื่อในอวัยวะของระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีระยะเวลาฟักตัวระหว่าง 2-14 วัน จึงจะปรากฏมีอาการและอาการแสดงติดตามมา


การรักษา
1. โรคมือเท้าปากไม่มียาที่ใช้รักษาโดยตรง เน้นที่การรักษาตามอาการ และเฝ้าระวังอาการที่รุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการชัก ปอดอักเสบ สมองอักเสบ หัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กเสียชีวิตได้
2. โรคมือเท้าปากสามารถหายได้เองง การรักษาตามอาการ ได้แก่ การลดไข้ อาจใช้ยาชาทาแผลในปาก แนะนำให้กินของเย็น นํ้าเย็น นํ้าแข็ง ไอศกรีม ซึ่งจะทำให้รู้สึกชา และทำให้เด็กกินได้เพิ่มขึ้น แผลจะหายได้เองภายใน 5-7 วัน ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน แต่ในกรณีผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น รับประทานอาหารหรือนมไม่ได้ หรือมีอาการแทรกซ้อนทางสมอง ต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยใน และดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
3. การแยกชนิดของเชื้อก็มีส่วนช่วยในการรักษาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

การป้องกัน
 1. จัดการสุขอนามัยชุมชนให้ดีขึ้นเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค  โดยเฉพาะในโรงเรียนระดับอนุบาลและอนุบาลก่อนวัยเรียน
 2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือภาชนะและอุปกรณ์ของเล่นของผู้ป่วย
 3. ในกรณีที่พบการระบาดในพื้นที่เดียวกันให้สอบสวนหาสาเหตุของการระบาดเพื่อกำหนดแนว ทางการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

แหล่งอ้างอิง  :    http://www.dld.go.th/expert/knowledge/Foot%20and%20Mouth%20Disease.htm

                     http://www.wangtaku.com/picture/news/l_20071129114651.jpg


 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 338 คน กำลังออนไลน์