ประวัติ และความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ dsp7701

1.กำเนิดของคอมพิวเตอร์

                    ต้นกำเนิดของคอมพิวเตอร์
            ชาวจีนในประมาณ 2600 ปี ก่อนคริสตกาล ได้เป็นคนประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณ ขึ้นมา เรียกว่า ลูกคิด (Abacus) ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของเครื่องคำนวณและคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ได้ออกแบบเครื่องช่วยในการคำนวณโดยใช้หลักการหมุนของฟันเฟืองพ.ศ. 2337 กอดฟริด ฟอนไลบ์นิช (Gottfried von Leibniz)ชาวเยอรมันได้ประดิษฐ์เครื่องคำนวณที่มีขีดความสามารถสูง สามารถคูณและหารได้ บุคคลผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตเครื่องจักรคำนวณคือ ชาร์ลส์ แบบเบจ (Charles Babbage) ชาวอังกฤษ ในปีพ.ศ. 2343 เขาประสบความสำเร็จสร้างเครื่องคำนวณ ที่เรียกว่า Difference engine ต่อมาในปีพ.ศ.2439 ฮอลเลอริชได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเพื่อผลิตจำหน่ายเครื่องจักรช่วยในการคำนวณ ชื่อ บริษัท คอมพิวติง เทบบูลาติงเรดคอสดิง หลังจากนั้นในปีพ.ศ.2467 ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อบริษัทไอบีเอ็ม (International Business Machine: IBM)
แนวคิดในการประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ของแบบเบจนั้นก้าวหน้ามากโดยเฉพาะแนวคิดทางด้านการใช้โปรแกรมควบคุมการทำงานโดยอัตโนมัติ แบบเบจได้ริเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับการใช้คำสั่งเลือกแบบมีเงื่อนไข เครื่องวิเคราะห์ที่แบบเบจวิเคราะห์ขึ้นอาจกล่าว ได้ว่าเป็นแนวคิดเดียวกับการ ทำงานของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แต่แบบเบจก็ไม่สามารถสร้างเครื่องวิเคราะห์นี้ให้เป็นจริงได้เนื่องจากเป็นความคิดที่ล้ำยุคเกินไป จึงทำให้ ไม่มีช่างฝีมือคนใดสามารถผลิตฟันเฟืองต่างๆ ตามที่เขาต้องการได้ แบบเบจถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้ทราบว่าแนวคิดของเขานั้น สามารถ เป็นจริงได้ในเชิงไฟฟ้าไม่ใช่เชิงกล แบบเบจจึงได้รับสมญานามว่า เป็น บิดาแห่งคอมพิวเตอร์

http://img515.imageshack.us/img515/1061/zxcs6.jpg

 พัฒนาการของคอมพิวเตอร์
            ยุคแรก อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1945 ถึง ค.ศ. 1958 (พ.ศ.2488ถึง พ.ศ.2501) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบหลอดสุญญากาศ ซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง มีปัญหาเรื่องความร้อนของหลอดสุญญากาศ จึงทำให้ไส้ของหลอดขาดบ่อย การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I) อีนิแอค (ENIAC) ,ยูนิแวค, (UNIVAC)      
<!--pagebreak-->

http://img515.imageshack.us/img515/9439/zx2us1.jpg

คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1959 ถึง ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506) หรือที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบทรานซิสเตอร์ โดยมี แกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาเขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทนภาษาโคบอล เป็นต้น

http://img515.imageshack.us/img515/1950/zx3sb1.jpg

คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1964 ถึง ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit: IC) ประมาณปี พ.ศ. 2508 ได้มีการพัฒนาสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนมากลงบนแผ่นซิลิกอน ขนาดเล็ก และเกิดวงจรรวมบนแผ่นซิลิกอนที่เรียกว่า ไอซี การใช้ไอซีเป็นส่วนประกอบทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงเรียกว่า มินิคอมพิวเตอร์

http://img515.imageshack.us/img515/4745/zx4we2.jpg

(Very Large Scale Integration: VLSI) ทำให้ขนาดเครื่องมีขนาดเล็ก ระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก

http://img515.imageshack.us/img515/6258/zx5ao5.jpg

คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่างๆเข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

แหล่งอ้างอิง  http://www.online-station.net/news/views.php?id=9543

 <!--pagebreak-->

2.คอมพิวเตอร์ แบ่งเป็นกี่ยุด อะไรบ้าง

ยุคของคอมพิวเตอร์ มีกี่ยุค อะไรบ้าง
ตอบ มี 5 ยุค

ยุคที่ 1. อยู่ระหว่างปีพ.ศ.2488 ถึง พ.ส. 2501 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสูญญากาศซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง จึงมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดย่อย ถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ควัน อีนิแวค ยูนิแวค

ยุคที่ 2. อยู่ระหว่างปีพ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ.2506 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่ว่ยความจำมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปแบบของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟแวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้น โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

ยุคที่ 3. อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมาย ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถเป็นโปรแกรมย่อยๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่างๆ ทางด้านซอฟแวร์ก็มีระบบควบคุมที่สามรถสูง ทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลายๆอย่าง

ยุคที่ 4. อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก เช่น ไมโครเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง สามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่างๆได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟแวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามรถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมาก ทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง

ยุคที่ 5. เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยามยามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญา ประดิษฐ์ ประเทศต่างๆทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง

 <!--pagebreak-->

3.องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้าง


องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
ระบบคอมพิวเตอร์
           ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง กลุ่มของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน ทำงานประสานกันเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์เดียวกัน ดังนั้นคอมพิวเตอร์ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบดังนี้คือ

 

http://pctipz.thaigoodzone.com/wp-content/uploads/2009/03/harddisk-big.jpg

http://pctipz.thaigoodzone.com/wp-content/uploads/2009/03/ram2.jpg

แหล่งที่มาทั้งหมดของข้อมูล

http://www.thaigoodview.com/node/27904?page=0%2C3

<!--pagebreak-->  

สรุป

สาระสำคัญในเรื่องนี้คิดว่าน่าจะเป็น ต้นกำเนิดต่างๆของคอมพิวเตอร์แต่ละยุคสมัยว่าเริ่มมาจากสิ่งใดก่อนเป็นอย่างแรก

คอมพิวเตอร์นั้นสำคัญต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากในหลายๆด้าน เพราะมันให้ประโยชน์มากมายแก่เราแต่ถ้าเราใช้ในทางที่ผิด

มันอาจให้โทษเราได้และคอมพิวเตอร์ได้เข้าไปมีบทบาททุกวงการอาชีพ  เช่น

1.  ใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษา  คอมพิวเตอร์ช่วยในงานบริหาร เช่น การคิดคะแนน   ทำทะเบียนบุคลากร  คอมพิวเตอร์ช่วยในงานบริการ เช่น งานห้องสมุด งานแนะแนว    คอมพิวเตอร์ช่วยในการเรียนการสอน เป็นต้น

2.  ใช้ประโยชน์ในด้านงานราชการ  คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำทะเบียนราษฎร์   คอมพิวเตอร์ช่วยในการนับคะแนนเลือกตั้ง คิดภาษี อากร การบริหารทั่วไป   คอมพิวเตอร์ช่วยในการรวบรวมข้อมูลและสถิติ    การบริหารงานทั่วไปของหน่วยงานราชการทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว

3.  ใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์  คอมพิวเตอร์ช่วยในการบันทึก   ค้นหาทะเบียนประวัติผู้ป่วย   คอมพิวเตอร์ช่วยในการวินิจฉัยโรค เช่น ตรวจคลื่น สมอง บันทึกการเต้นของหัวใจ    คอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณหาตำแหน่งที่ถูกต้อง ของอวัยวะก่อนการผ่าตัด

4.  ใช้ประโยชน์ในด้านการสื่อสาร    คอมพิวเตอร์ช่วยในการจองตั๋วเครื่องบิน   คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บข้อมูล สถิติของผู้โดยสาร
คอมพิวเตอร์ช่วยในการควบคุมการจราจรทางอากาศ  และ คอมพิวเตอร์ยังสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนที่อยู่ต่างประเทศได้

5.  ใช้ประโยชน์ในด้านงานธุรกิจ  คอมพิวเตอร์ช่วยในการวางแผนธุรกิจ    คอมพิวเตอร์ช่วยในการประเมินสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างแม่นยำ   คอมพิวเตอร์ช่วยงานธุรการ เช่น งานพัสดุ งานภาษี การทำจดหมายโต้ตอบ

6.  ใช้ประโยชน์ในด้านงานธนาคาร  คอมพิวเตอร์ช่วยในการรับฝากและถอนเงิน ที่เป็นภาระกิจประจำของธนาคาร คอมพิวเตอร์ช่วยในการคิดดอกเบี้ยในอัตราต่างๆ   คอมพิวเตอร์ช่วยให้ลูกค้า ฝากถอนเงินด่วน หรือโอนเงินจากเครื่องได้โดยอัตโนมัติ (ATM)

7.  ใช้ประโยชน์ในด้านงานวิศวกรรม  คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียนแบบ   คอมพิวเตอร์ช่วยในการควบคุมหุ่นยนต์ให้ทำงาน
คอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณโครงสร้าง วางแผน ควบคุมการก่อสร้าง

8.  ใช้ประโยชน์ในด้านงานวิทยาศาสตร์  คอมพิวเตอร์ช่วยในการเปรียบเทียบ คัดเลือกข้อมูล   คอมพิวเตอร์ช่วยในการทดลองที่เป็นอันตราย คอมพิวเตอร์ช่วยในการเดินทางของยานอวกาศและการสื่อสารผ่านดาวเทียม

9.  การอ่านรหัสด้วยเครื่องอ่าน (Barcode)

10. ห้างสรรพสินค้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์คิดเงินแทนเครื่องคิดเลข

11.ร้านค้าบางร้านก็ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์คิดเงินแทนเครื่องคิดเลข 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 83 คน กำลังออนไลน์