เครื่องดนตรีไทยและสากล !!^^

รูปภาพของ mmk33728

เครื่องดนตรีสากล

 

http://school.obec.go.th/khungyuamvitaya/web2008/webmaster/suksasongkorw1/work_teacher/035/index_files/page0003.htm

กลองทิมปานี 

กลองทิมปานีเป็นกลองที่มีลักษณะเหมือนกะทะหรือกาต้มน้ำ จึงมีชื่อหนึ่งว่า Kettle drum ตัวกลองทำด้วยโลหะทองแดง ตั้งอยู่บนขาหยั่งกลองทิมปานีมีระดับเสียงแน่นอน เทียบเท่ากับเสียงเบส มีเท้าเหยียบเพื่อเปลี่ยนระดับเสียงตามที่ต้องการในการบรรเลงต้องใช้อย่างน้อย 2 ใบ จึงมีรูปพหูพจน์อยู่เสมอคือ "Timpani" ถ้าเป็นเอกพจน์หรือกลองลูกเดียวเรียกว่า "Timpano" เสียงของกลองทิมปานีแสดงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ ตื่นเต้นเร้าใจ กลองทิมปานีเป็นกลองที่มีระดับเสียงที่นิยมมี 4 ขนาด คือ 20 นิ้ว, 23 นิ้ว, 26 นิ้วและ29นิ้ว กลองแต่ละใบจะมีช่วงห่างของเสียงอยู่ราวคู่ 5 เพอร์เฟค (Perfect) และถ้าต้องการจะให้มีเสียงที่ดีควรจัดให้เสียงอยู่ช่วงกลาง เสียงของกลองแต่ละใบมีช่วงกว้างของเสียงดังนี้คือ

http://www.lks.ac.th/band/page7_5.htm

ส่วนประกอบของทิมปานี

http://school.obec.go.th/bannawit/main/cc.ppt#262,6,Slide 6

การบรรเลง

http://school.obec.go.th/bannawit/main/cc.ppt#263,7,Slide 7

เครื่องดนตรีไทย

ขลุ่ย

ขลุ่ย จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า มีลิ้นทำด้วยไม้สักตัวขลุ่ยทำด้วยไม้รวกปล้องยาว ๆ เจาะทะลุข้อ แล้วใช้เชือกปอพันให้เป็นลวดลายแล้วเผาไฟให้เชือกปอไหม้ เมื่อเชือกปอไหม้หมดแล้ว ก็จะเกิดลวดลาย ตามที่เราได้พันเชือกปอไว้จากนั้นเจาะรูกลม ๆ เรียงแถวกัน ๗ รู ระยะห่างประมาณ ๑ นิ้ว ในแต่ละรูปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง ผู้เป่าขลุ่ยจะใช้ริมฝีปากสัมผัสด้านล่างของลิ้น และเปิดริมฝีปากให้ลมเป่าผ่านเข้าไปในเลา ในปัจจุบันใช้วัสดุหลายอย่าง เช่น ใช้ท่อเอสล่อน (ท่อปะปา) หรือท่อพลาสติก และไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง กลึงให้กลมเจาะรูทะลุ แต่ที่นิยมใช้กันมากและมีเสียงไพเราะจะต้องทำจากไม้รวก ส่วนวัสดุอื่นจะมีเสียงแข็งไม่พริ้ว
       ประวัติ ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีที่มีมาแต่โบราณ นิยมใช้เป่าเพื่อความบันเทิงใจเป็นการส่วนตัวต่อมา จึงใช้ร่วมกับวงเครื่องสาย วงมโหรี และวงปี่พาทย์ จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลางโอกาสที่บรรเลง งานมงคล งานเทศกาลต่างๆ และความบันเทิงเฉพาะตัว

 โดยทั่วไปขลุ่ยไทยสามารถจำแนกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้         1.ขลุ่ยหลิบ หรือ ขลุ่ยหลีกเป็นขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาขลุ่ยไทยมีความยาวประมาณ 25 เซ็นติเมตร มีเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออเป็นคู่สี่ คือปิดหมดทุกนิ้วเป่าเป็นเสียงฟา นิยมใช้เป่าในวงมโหรีเครื่องคู่ เครื่องใหญ่ และวงเครื่องสายคู่ โดยเป็นเครื่องนำในวงเช่นเดียวกับระนาด หรือซอด้วง นอกจากนี้ยังใช้ในวงเครื่องสายปี่ชวา โดยบรรเลงเป็นพวกหลังเช่นเดียวกับซออู้

        2.ขลุ่ยเพียงออ เป็นขลุ่ยที่นิยมใช้เป่ามากที่สุด มีความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีระดับเสียงอยู่ในช่วงปานกลาง เมื่อปิดหมดทุกรูจะเป่าเป็นเสียง โด คนทั่วไปนิยมเป่าเล่น ใช้ในวงมโหรีหรือวงเครื่องสายทั่วๆไป โดยเป็นเครื่องตามหรืออาจใช้ในวงเครื่องสายปี่ชวาก็ได้

         3.ขลุ่ยอู้เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร เสียงต่ำกว่าขลุ่ยเพียงออสามเสียง คือปิดหมดทุกรูเป็นเสียงซอล นิยมใช้ในเครื่องปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นดนตรีที่มีระดับเสียงต่ำ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้ใช้เนื่องจากหาคนที่มีความชำนาญในการเป่าได้ยาก

         4.ขลุ่ยเคียงออ หรือ ขลุ่ยกรวด เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่กว่าขลุ่ยหลิบแต่เล็กกว่าขลุ่ยเพียงออ มีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2.2 เซนติเมตร ระดับเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออหนึ่งเสียง แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมมากนัก

         5.ขลุ่ยรองออ เป็นขลุ่ยที่มีขนาดใหญ่กว่าขลุ่ยเพียงออและมีระดับเสียงต่ำกว่าหนึ่งเสียง อาจจะใช้ในวงมดหรีแทนขลุ่ยเพียงออในกรณีที่เต้องการเสียงต่ำ

         6.ขลุ่ยออร์แกน เกิดขึ้นเนื่องจากในระยะหลังวงเครื่องสายได้นำเอาเครื่องดนตรีตะวันตกเข้ามาร่วมเล่นด้วย ซึ่งเรียกว่าวงเครื่องสายผสม เช่น เล่นผสมกับเปียโนหรือออร์แกน เป็นต้น

         7.ขลุ่ยนก ขลุ่ยชนิดนี้ใช้เป่าเป็นเพลงไม่ได้ เพราะมีเสียงไม่ครบเสียงดนตรี จึงใช้เป่าเป็นเสียงนกประกอบเพลงที่มีเสียงนก เช่น เพลงตับนก แม่ศรีทรงเครื่อง เป็นต้น ขลุ่ยนกมี 3 ชนิดได้แก่
          7.1 ขลุ่ยนกกางเขน ไม่มีรูนับเสียงรูปร่างลักษณะเป้นกระบอกไม้รวก ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร และมีหลอดไม้ซางกลมๆ ขนาดพอๆ กับหลอดกาแฟ เป็นที่เป่าเสียบติดทะลุด้านข้างด้านหนึ่งของกระบอกเสียง เวลาเป่าต้องใส่น้ำลงในกระบอกให้ปลายหลอดส่วนล่างอยู่ในน้ำจึงจะเกิดเสียง
          7.2 ขลุ่ยนกโพระดก  หรือ  ขลุ่ยโฮกป๊ก ไม่มีรูนับเสียงเช่นเดียวกับขลุ่ยนกกางเขนรูปร่างลักษณะเป็นกระบอกไม้รวก ยาวประมาณ 18 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร เวลาเป่าต้องใช้ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งอุดปลายส่วนล่างไว้จึงจะเป่าเป็นเสียง "โฮกป๊ก"
          7.3 ขลุ่ยนกกาเหว่า มีลักษณะเหมือนกับขลุ่ยเพียงออทุกประการ ถ้านำมาตัดเป็น 2 ท่อนให้เหลือรูนับไว้ 4 รูบน ก็จะได้ขลุ่ยนกกาเหว่า เวลาเป่าจะเป็นเสียง "กาเหว่า" ขั้นแรกเอานิ้วมือปิดรูนับทั้ง 4 รู และปิดนิ้วหัวแม่มือที่อยู่ด้านล่าง แล้วเป่าจะได้เสียง "กา" และหากเปิดนิ้วชี้บน นิ้วกลางบน นิ้วนางบน และนิ้วหัวแม่มือด้านล่าง หร้อมกับเป่าก็จะได้เสียง "เหว่า" เป็น "กาเหว่า"การจับขลุ่ยการจับขลุ่ยนั้นจะใช้มือไหนอยู่บนหรือล่างก็ได้ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้เป่า แต่ในที่นี้จะขอให้มือซ้ายอยู่บน และมือขวาอยู่ล่างเพื่อสะดวกในการอธิบาย ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายปิดรูนิ้วค้ำซึ่งอยู่ใต้เลาขลุ่ย และใช้นิ้วชี้ปิดรูบนสุด ตามด้วยนิ้วกลาง นิ้วนาง นิวก้อยไม่ใช้ปิด และปิดรูถัดมาด้วยนิ้วชี้มือขวา ตามด้วยนิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ตามลำดับ (ดังรูปภาพประกอบ)
     การใช้นิ้วปิดรูขลุ่ยต้องปิดให้สนิทเพื่อไม่ให้ลมรั่วออกมาขณะเป่า มิฉะนั้นจะทำให้เสียงเพี้ยน หรือที่เรียกว่าเสียงบอด กล่าวคือ เสียงที่ได้จะไม่เป็นไปตามบันไดเสียง โด เร มี ... แต่จะดัง ฟู่ ฟู่ ออกมาแทน ผู้เริ่มหัดใหม่ ควรจะเลือกทำนองเพลงที่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน มาใช้ในการฝึก เพราะจะทำให้ผู้เป่ารู้ถึงจังหวะช้า-เร็ว และระดับ
เสียงสูงต่ำ ซึ่งจะทำให้การฝึกหัดนั้นง่ายขึ้น

คลิกดูการจับขลุ่ยรูปใหญ่

 

http://school.obec.go.th/khui/k03.html

วิธีเป่า

ใช้ริมฝีปากเป่าขลุ่ยตรงช่องที่ใช้เป่าโดยเกร็งริมฝีปากนิดหน่อย แล้วค่อยเป่าลมเข้าไปโดยใช้นิ้วมืดซ้ายและมือขวาบังคับเสียงขลุ่ย

อ้างอิง

เครื่องดนตรีสากล

http://www.lks.ac.th/band/page7_5.htm

school.obec.go.th/bannawit/main/cc.ppt

 เครื่องดนตรีไทย

http://school.obec.go.th/khui/


 

นาย ชัยเวท แสนบัลลังก์เพชร

เลขที่ 3 ม.4/6 


รูปภาพของ mmkkamtorn

ตรวจแล้ว ผ่านครับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 93 คน กำลังออนไลน์