การออกแบบเขียนแบบ

ความหมายและความสำคัญของการออกแบบเขียนแบบ

        งานขีดเขียนได้เกิดขึ้นมาบนโลกนี้เป็นเวลานานกว่า  50,000  ปีแล้ว  มนุษย์ในสมัยโบราณ  ตั้งแต่ยุคมนุษย์ถ้ำ  ได้ใช้วิธีการทำเครื่องหมายต่างๆ  บนพื้นดิน  ก้อนหิน  ผนังถ้ำ  และผืนหนังสัตว์  เพื่อใช้ในการบันทึกความคิดและการติดต่อสื่อสารต่าง ๆ

        การวาดภาพเทคนิคยุคแรกที่มีอยู่ คือ  การเขียนแบบแปลนกำแพงเมืองซึ่ง  ซาลเดน  เอนจิเนีย  กูดัว  (Chaldean Engineer Gudea)  เป็นผู้เขียนและจารึกไว้บนแผ่นหิน  ดังรูปที่ 1.1  จะสังเกตเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับการเขียนแผนผังของสถาปนิกที่ทำกันในปัจจุบัน  อย่างไรก็ตามการเขียนแบบนี้ได้มีขึ้นเมื่อประมาณ  1,000  ปี  ก่อนที่จะมีการผลิตกระดาษขึ้นมาใช้  

       ในสมัยโบราณมนุษย์ได้เขียนภาพแสดงสิ่งที่เขาคิดไว้หรือเป็นภาพแสดงงานก่อสร้าง  ซึ่งจะให้ความสะดวกแก่ผู้สร้างมากขึ้น  การเขียนนั้นจะเป็นการร่างภาพหยาบ ๆ  ลงบนโต๊ะ  พื้นดิน  หรือแผ่นหิน  ชาวเมโสโปเตเมียรู้จักการใช้วัสดุและเครื่องมือในการเขียนแบบมามากกว่า  2,200  ปี  ก่อนคริสตกาล

        สรุปได้ว่า  งานเขียนแบบนั้นได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  หรือมีควบคู่กันมากับการเกิดของมนุษย์เลยก็ว่าได้   เพราะมนุษย์ทุกชาติทุกเผ่าพันธุ์ต้องมีการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน  ดังนั้นงานขีดเขียนที่ค้นพบในที่ต่าง ๆ   จึงเป็นหลักฐานได้ว่าการขีดเขียนเหล่านั้นเป็นสื่อที่ทำให้เกิดความเข้าใจในสารที่ต้องการแจ้งให้คนที่พบเห็นในภายหลังได้เข้าใจความหมายของงานเหล่านั้น ในปัจจุบัน เทคโนโลยีใหม่ ๆ  ได้เข้ามามีบทบาทต่องานอุตสาหกรรมของเมืองไทยเป็นอย่างมากไม่ว่าจำเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม  บทบาทที่สำคัญในการดำเนินการผลิตชิ้นส่วนหรือสินค้าที่ต้องการผลิตออกจำหน่ายนั้นต้องขึ้นอยู่กับตลาด  ภาพแบบของสินค้าที่ผลิตออกจำหน่ายส่วนใหญ่ได้แนวความคิดที่เป็นนามธรรมจากผู้ออกแบบ  แล้วจึงดำเนินการให้เป็นรูปธรรม  โดยการขีดเขียนภาพตามแนวความคิดที่คิดไว้  การที่มีการขีดเขียนภาพตามแนวความคิดนั้น  เราเรียกว่า  “แบบงาน”  โดยผู้ที่ขีดเขียนเป็นครั้งแรกเราเรียกว่า  “ผู้ออกแบบ” และแบบนี้จะถูกแก้ไขปรับปรุงจนมีความสมบูรณ์และเหมาะสม  จากการที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้อย่างคร่าว ๆ   ยังเป็นแบบที่ไม่สมบูรณ์ก็จำเป็นจะต้องมีผู้เขียนแบบให้สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง  ผู้ที่เขียนแบบให้สมบูรณ์เราเรียกว่า “ช่างเขียนแบบ” ในส่วนแบบงานนั้นเราเรียกว่า “งานเขียนแบบ”
งานออกแบบเขียนแบบ เป็นงานที่แสดงออกให้เห็นถึงความคิดที่สร้างสรรค์ออกมาเป็นแบบในด้านต่าง ๆ   เช่น สถาปัตยกรรม วิศวกรรม ศิลปกรรม รวมทั้งแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมในแต่ละยุคแต่ละสมัยอีกด้วย ในประเทศไทยสามารถพบเห็นสถาปัตยกรรมต่าง ๆ  ได้จากโบราณสถาน หรือโบราณวัตถุต่าง ๆ   เป็นต้น ซึ่งเป็นผลงานที่ได้จากการออกแบบเขียนแบบ ออกมาจากความคิดและจินตนาการของผู้ออกแบบแล้วจึงนำไปสร้างหรือผลิตเป็นชิ้นงาน โดยนำมาประยุกต์ร่วมกับความรู้วิชาการสาขาอื่น ๆ   จนสำเร็จ

        การออกแบบเขียนแบบ เป็นวิชาหนึ่งซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัวเอง  ซึ่งเป็นเครื่องมือชี้นำทางสำหรับช่างในการสร้างหรือผลิตชิ้นงานให้ถูกต้อง เพราะแบบจะเป็นตัวแสดงรายละเอียดหรือข้อกำหนดต่าง ๆ   ของงาน  ให้ช่างหรือผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจตรงกันกับผู้ออกแบบ  สามารถอ่านแบบได้ถูกต้อง ปฏิบัติตามรูปแบบรายการที่กำหนดไว้ นำไปสร้างหรือผลิตชิ้นงานต่อไป

การแบ่งอาชีพงานเขียนแบบนั้น  จะเป็นการแบ่งตามลักษณะวิชาหลัก ๆ  โดยจะยึดพื้นฐานอาชีพทางด้านช่างอุตสาหกรรมเป็นหลัก  ดังนั้นจึงขอสรุปอาชีพของงานเขียนแบบออกได้ดังนี้

                1.  เขียนแบบเครื่องกล

                2.  เขียนแบบสถาปัตยกรรม

                3.  เขียนแบบไฟฟ้า - อิเล็กทรอนิกส์
   

                4.  เขียนแบบลายเส้นหรือเขียนแบบทางศิลปะ            

        การออกแบบ  หมายถึง การทำต้นแบบ การทำแผนผังของแบบเพื่อสนองความคิดและความต้องการของผู้ออกแบบในรูปแบบของความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ  โดยคำนึงถึงความสวยงามประโยชน์การใช้สอย  ประเภทของการออกแบบยังรวมถึงการปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงขณะนั้น  องค์ประกอบในการออกแบบเบื้องต้น มีดังนี้

                1. เส้น (Line) คือ สิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างจุดสองจุดหรือจุดที่ต่อเนื่องกัน ทำให้เกิดรูปร่าง รูปทรง และโครงสร้าง  เส้นที่ใช้ในการออกแบบ  เช่น  เส้นตรง เส้นนอน เส้นตั้ง เส้นทแยง และเส้นโค้ง เป็นต้น                     

                2. รูปร่าง (shape)คือ รูป 2 มิติ ที่มีความกว้าง   ความยาว  โดยมีเส้นเป็นส่วนประกอบ  มีทั้งรูปร่างเรขาคณิต และรูปร่างอิสระ

                3. รูปทรง (Form)คือ รูปลักษณะด้านสามด้าน หรือรูปสามมิติ ที่มีความกว้าง  ความยาว และความสูง  มีเนื้อที่ภายในขอบเขต  เช่น  รูปทรงเรขาคณิต  รูปทรงอิสระ  เป็นต้น

                4. สัดส่วน (Proportion)คือ ความสัมพันธ์ระหว่างความกว้าง  ความยาว  และความสูง ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่าง ๆ  เป็นสัดส่วนต่อกันช่วยให้ส่วนประกอบของรูปทรงมีความสัมพันธ์กันในลักษณะกลมกลืนกัน หรือขัดแย้งกัน

                5. วัสดุและพื้นผิว (Material and Texture)คือ วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการออกแบบ มีลักษณะของพื้นผิวที่แตกต่างกัน สามารถรับรู้ได้จากการมองเห็นหรือการสัมผัส เพื่อที่จะนำมาใช้ในการออกแบบได้อย่างถูกต้อง

                6. สี (Color)  สีที่ให้ความรู้สึกที่ปรากฏให้เห็นด้วยคลื่นแสง  สีช่วยทำให้งานออกแบบมีความรู้สึกและได้อารมณ์มากยิ่งขึ้น

        การนำเอาหลักการทั้งหมดขององค์ประกอบในการออกแบบมาสร้างหรือผลิตชิ้นงานทางช่าง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความต้องการของผู้ออกแบบ  ที่จะจัดองค์ประกอบต่าง ๆ  ผสมผสานกัน จนเป็นผลงานที่มีความสมบูรณ์ออกมา 
        การเขียนแบบ หมายถึง การนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาเขียนหรือแสดงออกเป็นรูปแบบ โดยการใช้เส้น  รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ พร้อมรายการประกอบแบบ เป็นการแสดงให้เห็นรูปลักษณะที่เหมือนของจริง  สามารถนำไปใช้สร้างหรือผลิตชิ้นงานได้จริง เป็นการแสดงโครงสร้าง  รูปด้าน รูปลักษณะภายในของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ   ซึ่งแบบที่ใช้กันโดยทั่วไป ได้แก่  รูปแปลน (Plan)  รูปด้าน (Elevation)  รูปตัด (Section)  และรูปขยาย (Detail)

         โดยปกติทั่วไป สามารถมองเห็นว่าวัตถุทั้งหลายล้วนประกอบด้วยด้าน 6 ด้าน คือ ด้านบน ด้านล่าง  ด้านหน้า  ด้านหลัง  ด้านซ้าย  และด้านขวา    แต่ในวิชาเขียนแบบ  วัตถุที่นำไปเขียนจะประกอบด้วย  รูปแปลน  รูปด้านหน้า  รูปด้านข้าง  และรูปด้านหลัง  ซึ่งแต่ละรูปมีความหมายดังนี้