ประวัติศาสตร์สุโขทัย ^ ^ 4/1

 ประวัติศาสตร์สุโขทัย
        ประวัติศาสตร์สุโขทัย ตามตำนานกล่าวว่าพระยาพาลีราชเป็นผู้ตั้งเมืองสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. 1043 และมีกษัตริย์ปกครองต่อกันมาหลายองค์ ถึงสมัยพระยาอภัยขอมลำพูนมารุกรานพระยาอภัยจึงหนีขอมไปจำศีลอยู่ที่เขาหลวงและไปได้สาวชาวป่าชื่อนางนาคเป็นชายา ต่อมาพระยาอภัยก็กลับสุโขทัยเพื่อครองเมืองตามเดิม และได้มอบผ้ากำพลกับพระธำมรงค์ไว้ให้นางนาคเป็นที่ระลึก เมื่อพระยาอภัยกลับไปแล้ว นางนาคก็ให้กำเนิดบุตรชายแต่ไม่รู้จะเก็บลูกไว้ที่ไหน จึงทิ้งลูกไว้ที่เขาหลวงพร้อมผ้ากำพล และพระธำมรงค์ พรานป่าคนหนึ่งไปพบจึงนำกลับมาเลี้ยง

           ฝ่ายพระยาอภัยเมื่อกลับไปครองเมืองดังเดิมแล้วก็ได้เกณฑ์ชาวบ้านไปช่วยกันสร้างปราสาท นายพรานถูกเกณฑ์ไปด้วย ระหว่างการก่อสร้างปราสาทนายพรานได้วางเด็กน้อยไว้ข้างปราสาทนั้น เมื่อแสงแดดส่องถูกเด็กน้อยยอดปราสาทก็โอนเอนมาบังร่มให้เด็กอย่างอัศจรรย์ พระอภัยมาดูเหตุพบกุมารพร้อมผ้ากำพลและพระธำมรงค์จึงได้ขอเด็กไปเป็นบุตร ตั้งชื่อให้ว่าอรุณกุมาร         พระยาอภัยมีโอรสอีกองค์หนึ่งกับมเหสีใหม่ชื่อว่า ฤทธิกุมาร ต่อมาภายหลังได้ไปครองเมืองนครสวรรค์และมีนามใหม่ว่าพระลือ ส่วนอรุณกุมารไปได้ธิดาเมืองศรีสัชนาลัยเป็นชายาจึงไปครองศรีสัชนาลัยมีนามใหม่ว่า พระร่วงโรจนฤิทธิ์ พร้อมทั้งย้ายเมืองหลวงจากสุโขทัยไปศรีสัชนาลัย พระร่วงโรจนฤทธิ์ได้เสด็จไปเมืองจีนและได้พระสุทธิเทวีราชธิดากรุงจีนมาเป็นชายาอีกองค์หนึ่ง พร้อมทั้งได้นำช่างชาวจีนกลับมาตั้งเตาทำถ้วยชามที่ศรีสัชนาลัย ซึ่งเรียกว่าเตาทุเรียง ครั้งถึงปี พ.ศ. 1560 ขอมมารุกราน ศรีสัชนาลัย มีขอมดำดินมาจะจับพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระร่วงจึงสาบให้ขอมกลายเป็นหินอยู่ตรงนั้น         เมื่อสิ้นยุคพระร่วงโรจนฤทธิ์แล้ว ก็มีกษัตริย์ปกครองต่อมา คือพระเจ้าพสุจราชและพระธรรมไตรโลกและราชวงศ์กษัตริย์ก็ขาดลง บรรดาขุนนางจึงได้ไปเชิญพระร่วงซึ่งบวชอยู่ที่สุโขทัยมาครองเมือง ชื่อว่า พระยาศรีจันทราธิบดีพระร่วงองค์นี้เป็นบุตรของนายคงเครา นายกองส่งส่วยน้ำเสวยให้แก่ขอมที่ละโว้ ชาวบ้านเรียกว่า พระร่วงวาจาสิทธิ์ เมื่ออายุ 11 ปี พระร่วงพายเรือเล่นในน้ำที่ไหลเชี่ยวเมื่อหมดแรงพาย ได้สั่งให้น้ำไหลย้อนทางน้ำก็ไหลย้อนพาเรือพระร่วงกลับมาถึงบ้านได้ พระร่วงเป็นนายกองส่งส่วยน้ำต่อจากนายคงเครา เมื่อขนส่วยไปส่งนั้นได้ใช้ชะลอมเป็นภาชนะใส่น้ำโดยที่น้ำไม่ไหลออกจากชะลอม ขอมเห็นพระร่วงมีฤทธิ์จึงได้ตามจับพระร่วง พระร่วงจึงหนีขอมไปบวชอยู่ที่สุโขทัย ระหว่างที่พระร่วงกวาดลานวัดอยู่ ขอมดำดินโผล่มาถามหาพระร่วง พระร่วงจึงสั่งให้ขอมกลายเป็นหินอยู่ตรงนั้นเมื่อขึ้นครองเมือง พระร่วงได้ย้ายเมืองหลวงจากศรีสัชนาลัยมาที่สุโขทัย เมื่อสิ้นรัชกาลแล้วพ่อขุนนาวนำถม ได้ปกครองสุโขทัยต่อมา และสุโขทัยก็ตกเป็นเมืองขึ้นของขอม พ่อขุนนาวนำถมและพ่อขุนศรีเมืองมานพยายามช่วยกันขับไล่ขอมจากสุโขทัยแต่ไม่สำเร็จ         ปี พ.ศ. 1800 พ่อขุนบางกลางทาวกับพ่อขุนผาเมืองสามารถขับไล่ขอมได้สำเร็จ พ่อขุนบางกลางท่าวขึ้นเป็นกษัตริย์สุโขทัยทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์         สุโขทัยเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงและสมัยพระยาลิไทย สมัยพ่อขุนรามคำแหงนี้มีการเชิญพระสงฆ์จากนครศรีธรรมราชมาช่วยกันประดิษฐ์ลายสือไทยเป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัยเอง ซึ่งพัฒนาต่อมาเป็นหนังสือไทยในปัจจุบัน          พ.ศ. 1893 พระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนาอยุธยาเป็นราชธานีอีกแห่งหนึ่งของคนไทย แต่อยุธยากับสุโขทัยก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน          ในสมัยพระยาลิไทนั้นขุนหลวงพะงั่วแห่งอยุธยาได้มาร่วมมือกันเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้ เจริญรุ่งเรืองมีการนิมนต์พระสงฆ์มาช่วยรวบรวมพระธรรมวินัยที่กระจัดกระจายเพราะศึกสงคราม และให้คณะสงฆ์ร่วมกันร่างไตรภูมิพระร่วงเพื่อใช้สอนพุทธบริษัทให้ทำความดี ในสมัยพระยาลิไทยนี้ได้มีการสร้างพระพุทธรูปสำคัญของไทยสามองค์ คือ พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศากยมุนี          ยุคหลังพระยาลิไท อาณาจักรสุโขทัยอ่อนแอลง ในที่สุดจึงถูกผนวกรวมเป็นอาณาจักรเดียวกับอยุธยา เมื่ออยุธยาเสียกรุงแก่พม่าครั้งที่ 2 เมืองสุโขทัยก็ยิ่งเสื่อมลง พลเมืองสุโขทัยส่วนใหญ่ อพยพหนีสงคราม เมื่อตั้งกรุงธนบุรี สุโขทัยก็ถูกฟื้นฟูขึ้นใหม่ด้วย โดยไปตั้งเมืองอยู่ที่บ้านธานีริมแม่น้ำยม ต่อมาก็ถูกยกฐานะเป็นอำเภอธานีขึ้นอยู่กับจังหวัดสวรรคโลก พ.ศ. 2475 เปลี่ยนชื่ออำเภอธานีเป็น อำเภอสุโขทัยธานี และ พ.ศ. 2482 ยุบจังหวัดสวรรคโลกเป็นอำเภอ และยกฐานะอำเภอสุโขทัยธานีขึ้นเป็น จังหวัดสุโขทัยแทน   

การก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย

          การก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัยเท่าที่ปรากฏหลักฐานแว่นแคว้น สุโขทัยได้ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๘ โดยศูนย์กลางอำนาจของสุโขทัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำน่าน ต่อมาจึงได้ขยายตัวไปทางด้านตะวันตกบริเวณลุ่มแม่น้ำปิงและทิศตะวันออกบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสัก         จากศิลาจารึกหลักที่ ๒ ศิลาจารึกวัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย ได้กล่าวถึงการขยายอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของชุมชนเมืองในลุ่มแม่น้ำยม และลุ่มแม่น้ำน่าน ในรัชสมัยของพ่อขุนศรีนาวนำถม ขุนในเมืองเชลียง (ศรีสัชนาลัย) เป็นเจ้าเมืองปกครองในฐานะเมืองขึ้น ขอมได้ครอบครองเมืองศรีสัชนาลัย และสุโขทัยเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการขยายเมือง โดยการรวบรวมเมืองเป็นเมืองคู่ ดังปรากฏเรียกในศิลาจารึกว่า นครสองอันการรวมเมืองเป็นเมืองคู่นี้เป็นการรวมทรัพยากรสำหรับการขยายเมืองให้เป็นแว่นแคว้นใหญ่โตขึ้น พระองค์มีโอรส ๒ พระองค์ คือ พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด และพระยาคำแหงพระราม เจ้าเมืองสระหลวงสองแคว (เมืองพิษณุโลก)         พ่อขุนผาเมืองน้ำ ปรากฏความในจารึกว่ากษัตริย์ขอมในสมัยนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่า คือพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ (พ.ศ. ๑๗๒๔ ๑๗๖๑) ได้ยกราชธิดาคือนางสุขรมหาเทวีให้ เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีพร้อมทั้งพระราชทางเครื่องราชูปโภค คือพระขรรค์ชัยศรีและพระนามเฉลิมพระเกียรติว่า ศรีอินทราทิตย์ หรือ ศรีอินทรบดินทราทิตย์อาณาเขตของกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนศรีนาวนำถม คงไม่กว้างขวางเท่าใดนัก สันนิษฐานว่า ครอบคลุมถึงเมืองฉอด (เมืองสอด) ลำพูน พิษณุโลก และอำนาจในสมัยขอมในการควบคุมเมืองในอาณาเขตในสมัยของพ่อขุนศรีนาวนำถมคงไม่มั่นคงนัก แต่ละเมืองคงเป็นอิสระในการปกครองตนเอง เมืองหลายเมืองคงเป็นเมืองในระบบเครือญาติ หรือเมืองที่มีสัมพันธไมตรีต่อกัน ภายหลังเมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถมสิ้นพระชนม์ คงเกิดความวุ่นวายในเมืองสุโขทัย ขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งสินนิษฐานว่าอาจเป็นเจ้าเมืองลำพง ซึ่งเป็นเมืองที่ปรากฏชื่อในศิลาจารึก หรืออาจเป็นขุนนางขอมที่กษัตริย์ขอมส่งมากำกับดูแลอยู่ที่สุโขทัย ได้นำกำลังเข้ายึดเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และเมืองใกล้เคียงไว้ได้ พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดและพระสหายคือพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยาง ได้รวมกำลังกันปราบปรามจนได้ชัยชนะ พ่อขุนบางกลางหาวยึดได้เมืองศรีสัชนาลัย ส่วนพ่อขุนผาเมืองเข้ายึดเมืองสุโขทัยไว้ได้ เมื่อได้เมืองสุโขทัยแล้ว พ่อขุนผาเมืองได้ทรงมอบเมืองสุโขทัยให้แก่พ่อขุนบางกลางหาวพร้อมทั้งพระนามที่กษัตริย์ขอมเคยแต่งตั้งพ่อขุนผาเมืองคือศรีอินทรบดินทราทิตย์ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ พ่อขุนบางกลางหาว จึงได้ขึ้นครองราชย์ ณ เมืองสุโขทัย มีพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง ส่วนพ่อขุนผาเมืองได้กลับไปครองเมืองราดดังเดิม          หลักฐานในศิลาจารึกกล่าวว่า หลังสมัยพ่อขุนรามคำแหงฯ เมืองต่าง ๆ ในอาณาเขตของสุโขทัยได้แยกตัวเป็นอิสระ ไม่ยอมรับศูนย์อำนาจที่เมืองสุโขทัยเหมือนดังเช่นสมัยที่พ่อขุนรามคำแหงฯ ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ ปรากฏข้อความในศิลาจารึกหลักที่ ๓ ศิลาจารึกนครชุม จังหวัดกำแพงเพชรว่า บ้านเมืองขาดหลายบั้น หลายท่อนแชว หลายบั้นหลายท่อน ดังเมืองพนกเป็นขุนหนึ่งเมืองคนที พระบาง หาเป็นขุนหนึ่ง เมืองเชียงทองหาเป็นขุนหนึ่ง…” ความแตกแยกของเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรสุโขทัย หลังสมัยพ่อขุนรามคำแหงฯ นั้น อาจเนื่องมากจากศูนย์กลางอำนาจปราศจากความเข้มแข็ง บ้านพี่เมืองน้องในอาณาจักรสุโขทัยได้แตกแยกออกถืออำนาจปกครองตนเองโดยไม่ขึ้นแก่กัน เมืองประเทศราชที่มีกำลังกล้าแข็งพากันแยกตัวเป็นอิสระ เช่นเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองหงสาวดี อาณาจักรสุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองสืบมาประมาณ ๒๐๐ ปีเศษ ( พ.ศ. ๑๗๖๒๑๙๘๑) ภายหลังจึงตกอยู่ใต้อำนาจของกรุงศรีอยุธยา และถูกรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา)

 

 

จัดทำโดยนางสาววิไลพันธ์   คำแหงพล  ม.4/1  เลขที่  17 แหล่งอ้างอิง  http://61.19.145.8/student/web42106/502/502-4546/www2.html

รูปภาพของ msw7567

สาวัสดีคัพ

ได้รู้เรื่องสุโขทัยเยอะเลยไงก็ช่วยเม้นให้หน่อย

น้าคัพ...*-*

รูปภาพของ silavacharee

Embarassed อ่านแล้วอยากจะร้องให้ในเนื้อหา ทำไมจึงไม่อธิบายอะไรเลย ทำใหม่นะจ๊ะ Frown

สวัสดิ์ดีค่ะ

อาจารย์หนูแก้แระนะคะ

นางสาววิไลพันธ์  คำแหงพล  ม.4/1  เลขที่ 17

ตรวจได้ค่ะ

และพร้อมรับคอมเม้นhttp://www.thaigoodview.com/node/32094

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 143 คน กำลังออนไลน์