ว่าด้วย'ความเห็นแก่ตัว'

รูปภาพของ sss28261

สัปดาห์ที่แล้ว...หลายท่านก็ได้ ออกความเห็น ระบายความรู้สึก นึกคิด กันไปตามสภาพ ส่วนที่จะหยิบเอามาเป็นประเด็นแลกเปลี่ยนความเห็นกันต่อไป...ก็จึงยังไม่ถึงกับมีอะไรที่ชัดเจนมากนัก เท่าที่เห็น ก็คงจะมีแต่คำถามของคุณ “ผ่านมา”ที่ว่าเอาไว้ว่า... “พี่ชัชเคยมีเพื่อน หรือคนรู้จัก ที่เห็นแก่ตัวจ๋า(เห็นแก่ตัวมากๆ)หรือเปล่าครับ และทำอย่างไรกับเขา เวลาที่จะต้องมีปฏิสัมพันธุ์กัน...” 

    

เรื่องนี้...ก่อนที่จะตอบอะไรให้ชัดๆ ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องย้อนมามองตัวเราก่อน เพราะว่า “ตัวเรา” หรือ “ตัวผม” นั้น...เท่าที่ผ่านมาก็เคย “เห็นแก่ตัว” เอาเรื่องอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่จะถึงระดับ “จ๋า” หรือ “ไม่จ๋า” ก็ยังไม่เคยไปถามคนที่เคยเป็นเพื่อนกับตัวเองซักที เพราะส่วนใหญ่...ก็พอจะคบไป-คบมา ในแบบ “มึงมั่ง-กูมั่ง” มีทั้งเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนเล่น เพื่อนตาย ตลอดไปจนถึงเพื่อนร่วมวัฏสังสาร ที่สุดท้าย...ก็มักจะตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด ยังคงต้องไปมาหาสู่กันอยู่ในทุกวันนี้...

คือถ้าพูดไปแล้ว...โดยระบบ โดยความเป็นไปของโลก รวมทั้งความเป็นไปในสังคมแต่ละสังคม มันมักจะมีส่วนกระตุ้น ส่งเสริมให้เกิด “ความเห็นแก่ตัว” ไปด้วยกันทั้งสิ้น และในฐานะที่เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ของโลก และต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้ระบบใดระบบหนึ่ง...เราก็หนีไม่พ้นที่จะต้อง “เห็นแก่ตัว” หรือ “เคยเห็นแก่ตัว” อยู่บ้างไม่มากก็น้อย เอาง่ายๆแค่...ระบบการศึกษาในปัจจุบัน หรือระบบการศึกษาในแบบที่ท่าน “พุทธทาสภิกขุ” ท่านใช้คำว่า “ระบบหมาหางด้วน” นั่นแหละ มันก็มีส่วนสร้างสม ปลูกฝังความเห็นแก่ตัวของเรา ไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะลองนึกภาพย้อนกลับไปในอดีต ยุคที่เรายังเป็นเด็กๆ และถูกสอนให้เรียนรู้เพื่อที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโต เป็น “เจ้าคน-นายคน” แก่งแย่งแข่งขันเพื่อที่จะ “เป็นเลิศ” หรือ “เป็นที่หนึ่ง” ต้องพยายามถีบใครต่อใครทิ้ง(ทั้งที่อาจจะเป็นเพื่อนของเราเอง) เพื่อที่จะได้มีที่นั่ง ที่เรียน ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย...ฯลฯ อันนี้...ถือได้ว่าเป็นการปลูกฝังความเห็นแก่ตัวมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยกันแล้วก็ว่าได้...

นอกเหนือไปจากนั้น...แทนที่เราจะถูก อบรม เคี่ยวเข็ญ บังคับ ให้ต้องหาทางนำเอาวิชาความรู้ที่เรียนมา ไปช่วยเหลือ เผื่อแผ่ ไปแจกจ่าย เสียสละ เพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม เพื่อชาติ หรือโลกก็ตามที แต่โดยส่วนใหญ่...ด้วยเนื้อหาของระบบการศึกษาชนิดนี้นี่แหละ เรามักจะได้รับอิสระเสรี หรือไม่ก็ถูกกระตุ้นด้วยซ้ำ ให้เรานำเอาความรู้เหล่านี้ ไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อื่น จากสังคม หรือจากโลกเป็นหลัก ยิ่งถ้าหากเราเรียนเก่งๆ สามารถถีบใครต่อใครที่เป็น “เพื่อน” หรือเป็น “คู่แข่ง” ทิ้งไปได้เยอะๆ จนสามารถผงาดขึ้นมา เป็นแพทย์ เป็นวิศวกร เป็นทหาร ตำรวจ ทนายความ...ฯลฯ เราก็จะยิ่งสามารถแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่น หรือจากสังคมได้มากขึ้นเท่านั้น...ส่วนพวกที่โง่กว่าเรา หรือเก่งน้อยกว่าเรา...ก็จำเป็นจะต้องฝืนใจรับบท เป็นผู้เสียสละให้กับสังคม ให้กับเด็กๆเยาวชน กลายเป็น “ครู” อยู่ในโรงเรียนประชาบาลอันสุดแสนจะทุรกันดาร หรืออย่างมากก็เป็นปลัดฯ เป็นพัฒนากร เป็นนายอำเภอต๊อกต๋อย...ฯลฯอะไรประมาณนั้น...

ระบบเช่นนี้มันได้ถูกออกแบบขึ้นมา โดยผู้มีอำนาจในระดับโลก เมื่อประมาณ 200 กว่าปีที่แล้ว หรือโดย “นักล่าอาณานิคมตะวันตก” ซึ่งก็คือผู้ที่เห็นแก่ตัวแบบ...จ๋าสุดๆ...มาโดยตลอดนั่นเอง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม...เราก็ยังไม่สามารถที่จะ “เลิกคบ” กับมันได้เลย ยังคงต้องมีปฏิสัมพันธุ์กับมันในแบบ ตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด ตราบใดที่เรายังต้องเป็นส่วนหนึ่งของโลก และไม่อาจย้ายประเทศ ย้ายสังคมของเราไปอยู่บนอวกาศ โดยไม่ต้องมีปฏิสัมพันธุ์ใดๆกับใครต่อใครอีกต่อไป...

ถ้าหากพูดกันตามประโยคต่อประโยคที่ “ท่านพุทธทาสภิกขุ” ท่านได้เขียนเอาไว้...ก็จะเป็นไปดังนี้... “ปัญหาของโลกปัจจุบันคือวิกฤตกาลของบุคคล-สังคม-ประเทศ ทั้งในทางเศรษฐกิจ-สุขภาพ(วิถีชีวิต)-การเมือง แย่งกันครองโลก จนเดือดร้อนทั้งโลก คนมั่งมีกับคนจนเป็นข้าศึกกัน มูลเหตุทั้งหมดก็คือ...ความเห็นแก่ตัว...เห็นแก่ตัวเกินกว่าสัญชาติญาณ เบียดเบียนตนก่อน แล้วก็ถึงผู้อื่น ยึดมั่นในศาสนาที่ถือประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง บูชาวัตถุ และเนื้อหนัง...” พูดง่ายๆว่า...มันเห็นแก่ตัวกันไปทั้งโลก หรือความเห็นแก่ตัวกำลังครองโลก มีอำนาจเหนือโลกไปแล้วก็ว่าได้...

เพราะฉะนั้น...การคิดจะไปทำให้ใครต่อใคร ไม่เห็นแก่ตัว หรือคิดจะไปขจัดความเห็นแก่ตัวของผู้อื่น...เจอใครที่เห็นแก่ตัวเมื่อไหร่...ก็เลิกคบ เลิกเป็นเพื่อนกันไปง่ายๆ มันคงลำบากเอามากๆ สู้หันมาขจัดความเห็นแก่ตัวของตัวเราเอง น่าจะดีกว่าเป็นไหนๆ แม้นว่าจะขจัดไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าหากพอทำให้มันลดๆลงไปได้เท่าไหร่ การที่เราไม่ต้องไปเบียดเบียนใครต่อใคร มีแต่จะยังประโยชน์ หรือมีแต่จะเผื่อแผ่ความสุขให้แก่ผู้อื่นนั่นเอง ที่จะทำให้ไม่ว่าผู้ที่เห็นแก่ตัว หรือไม่เห็นแก่ตัวก็ตาม...ต่างก็ต้องรู้สึกว่าตัวเรานั้น...น่าจะเป็นอะไรที่ “พบเห็นสบายตา...คบหาสบายใจ” อยากจะมาคบ มาเป็นเพื่อน หรืออยากจะมีปฏิสัมพันธุ์กับเราด้วยกันทั้งนั้น...ส่วนเราจะเป็นเพื่อนกับเขาหรือไม่ แบบไหน มีปฏิสัมพันธุ์กับเขาอย่างไร? ถ้าหากสำหรับผู้ที่ไม่เห็นแก่ตัวแล้ว...มันก็คงขึ้นอยู่กับ “ประโยชน์ของผู้อื่น” เป็นสำคัญอีกนั่นแหละ ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความสุข ความเมามันซ์ซ์ของตัวเราเองล้วนๆ...

ซึ่งวิธีในการขจัดความเห็นแก่ตัวของตัวเราเอง... “ท่านพุทธทาส” ท่านก็ได้ให้คำแนะนำเอาไว้ดังนี้... “มูลเหตุแห่งความเห็นแก่ตัวก็คือ...การบังคับจิตใจของตนเองไม่ได้...เห็นความเพลิดเพลินอันหลอกลวงเป็นสุข เป็นทาสอายตนะ(ความรู้สึกที่ผ่านมาทางหู-ตา-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ)ภายใน และอารมณ์ภายนอก วิธีการที่จะทำลายความเห็นแก่ตัวจึงมีอยู่ 3 วิธีด้วยกันคือ 1.มี “พระเจ้า” หรือยกตัวตน(อัตตา)ของตนให้แก่พระเจ้าเสีย (ศีล) หรือ 2.มี “กำลังจิต” โดยการทำสมาธิเมตตา(สมาธิ) 3. มี “ปัญญา” มองเห็นความว่างจากตัวตนของตน(ปัญญา)... ” สรุปง่ายๆว่า ก็โดยการหันมาหา“ความรู้ในทางศาสนา” นั่นแหละ อันเป็นความรู้ที่ไม่ใช่ “ความรู้แบบหมาหางด้วน” ไม่ว่าจะเป็นศาสนาที่เสนอให้เชื่อมั่น-ศรัทธาในสิ่งที่เรียกว่า “พระเจ้า” หรือศาสนาที่เน้นหนักในเรื่อง “ศีล” หรือจะเป็นศาสนาที่เสนอให้หาทางยกระดับพัฒนาในทาง “จิต” (สมาธิ) ตลอดไปถึงศาสนาที่กระตุ้นให้เกิดการ “ตื่นรู้” ด้วย “พุทธิปัญญา” ...

ความเห็นแก่ตัวที่จะถูกลดระดับลงไป โดยวิธีการต่างๆ ของศาสนาแต่ละศาสนา ตามแต่ “จริต” ที่สอดคล้องกับบุคลิกลักษณะ ของผู้ที่นับถือ-ศรัทธานั่นเอง มันก็จะช่วยทำให้โลกๆนี้...อันเต็มไปด้วย “เพื่อนร่วมวัฏสังสาร” ด้วยกันทั้งนั้น...มีโอกาสรอดพ้นไปจากวิกฤตกาลต่างๆนานา ได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าหากความเห็นแก่ตัวมันยังไม่ได้ถูกลดระดับลงไปตั้งแต่ “ตัวของตัวเราเอง” เป็นเบื้องต้นแล้วล่ะก็ ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันก็คงจะต้องจบลงไปแบบที่ “ท่านพุทธทาส” ท่านได้สรุปเอาไว้นั่นแหละว่า... “ศีลธรรมไม่กลับมา...โลกาจะวินาศ”

สร้างโดย: 
ด.ญ.ธนภรณ์ สุขสิงห์โตรีตน์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร
แหล่งที่มา: 
http://www.innnews.co.th/chatcharin.php?nid=114688

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 34 คน กำลังออนไลน์