เครื่องดนตรีไทย และเครื่องดนตรีสากล

เครื่องดนตรีไทย และเครื่องดนตรีสากล

เครื่องดนตรีไทย : จะเข้

จะเข้

จะเข้เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดของไทย สันนิษฐานว่าน่าจะได้อิทธิพลมาจากเครื่องดนตรีของชาวมอญ มีการบรรเลงอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเพราะ มีคำจารึกไว้ในกฎมณเฑียรบาล สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถว่า

...ห้ามร้องเพลงเรือ เป่าปี่ เป่าขลุ่ย สีซอ ดีดจะเข้ กระจับปี่ ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน...

หลักฐานนี้แสดงว่า จะเข้เป็นที่นิยมบรรเลงตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว

แต่เครื่องดนตรีจะเข้นั้นนิยมนำมาเล่นร่วมกับวงมโหรีตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ ๒

วิธีการบรรเลง

จะเข้จะใช้ไม้ดีดกลมมีปลายแหลม นิยมทำด้วยกระดูกสัตว์หรืองาช้าง แล้วใช้เส้นด้ายเคียนให้ติดกับปลายนิ้วชี้ขวาของผู้เล่นโดยใช้นิ้วกลางขวากับนิ้วหัวแม่มือขวาช่วยจับประคองเพื่อให้มีกำลังในการดีด ส่วนมือซ้ายนั้นจะใช้สำหรับกดสายให้สอดคล้องกับจังหวะ ของการดีด

         

 ลักษณะของจะเข้

ส่วนประกอบของจะเข้


๑. ส่วนตัว
จะแบ่งออกเป็น ๒ ตอน ตอนแรกเป็นส่วนหาง มีรูปทรงยาว ส่วนกว้างประมาณ ๑๑-๑๒ เซนติเมตร ความยาวประมาณ ๗๗ เซนติเมตร หนาประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ตอนที่สองเป็นด้านหัว มีลักษณะเป็นกระพุ้งคล้ายใบพายลาดลงทั้ง ๒ ข้าง เพื่อเพิ่มความกังวานให้กับเสียง ส่วนที่กว้างที่สุดประมาณ ๒๕ เซนติเมตร ยาวที่สุดประมาณ ๕๓ เซนติเมตร ภายในขุดเป็นโพรงตลอด โดยใช้วางยาวตามพื้นราบ

๒. เท้าหรือขาจะเข้ มี๕เท้า ติดตอนที่เป็นกระพุ้ง ๔ เท้า และติดตอนด้านปลายอีก ๑ เท้า เท้าทั้ง ๕ นี้ จะทำเป็นรูปใบบัวและลูกแก้วเพื่อความสวยงาม โดยที่มีความสูงจากพื้นประมาณ ๘.๕ เซนตืเมตร

๓. ลูกบิด จะอยู่ส่วนด้านหัว สำหรับผูกสายเทียบเสียงตามความต้องการมี๓ อัน ซึ่งสอดทางด้านใน (ด้านคนดีด)๑ อัน และด้านนอกอีก ๒ อัน ลูกบิดแต่ละอันยาวประมาณ ๒๒ เซนติเมตร

๔. หลัก สำหรับตรึงสาย ทำด้วยโลหะ เป็นหลักเตี้ยๆ มีขื่อกลางสำหรับผูกสาย ตั้งอยู่ตอนหัวของจะเข้

๕. โต๊ะรองสาย ทำด้วยโลหะทองเหลืองหรือทองขาว กว้างประมาณ ๔ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๘ เซนติเมตร และสูงประมาณ ๒ เซนติเมตร ความสูงของโต๊ะนี้มีความสูงไม่เท่ากัน โดยด้านที่ติดกับหลักตรึงสาย จะมีความสูงเท่ากับหลักตรึงสาย และตรงกลางของโต๊ะรองสายจะนูนขึ้นเล็กน้อย จะมีความสูงเท่ากับหลักตรึงสาย และตรงกลางของโต๊ะรองสายจะนูนขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อที่จะให้สายได้แนบกับโต๊ะได้อย่างสนิท

๖. แหน คือ ผิวไม้ไผ่บางๆ เล็กๆที่มีความสำคัญกับเสียงของจะเข้หากวางไม่ถูกตำแหน่งเสียงจะเข้ก็จะไม่ได้เสียงที่ใสชัด ตำแหน่งที่วางแหนของจะเข้แต่ละตัวไม่เท่ากันต้องอาศัยการฟัง ปกติแหนนี้มักใช้รองรับสายเอกและสายทุ้ม ๑อัน และสายลวดอีก ๑ อัน

๗. นม ใช้สำหรับเป็นฐานรองสายเวลากดนิ้ว เพื่อให้เกิดเสียงสูง-ต่ำ มีทั้งหมด ๑๑ นม นมของจะเข้ด้านบนเรียกว่า “สาบ” จะต้องไม่ติดกับสายของจะเข้ นมที่อยู่ติดกับหย่องจะสูงประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร สำหรับนมอันสุดท้าย จะสูงประมาณ ๒ เซนติเมตร ซึ่งโต๊ะรองสายสูงประมาณ ๒.๕-๓ เซนติเมตตร

๘. หย่อง มีสำหรับรองสายตอนปลาย โดยให้สายทั้ง ๓ สอดเข้าไปโดยทั่วไปหย่องจะทำด้วยกระดูกหรืองา

๙. รางไหม – ฝารางไหม รางไหมคือช่องที่เจาะตอนบนของส่วนหาง มีลักษณะเป็นช่องเพื่อให้สอดสายเข้าไปถึงลูกบิดได้ เรียกว่ารางไหม เจาะกว้างประมาณ ๓ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๙ เซนติเมตร และด้านบนมีกระดูก งาหรือไม้เหลามาปิดประกบเป็นฝารางไหมเพื่อความสวยงาม

๑๐. หย่องหรือซุ้ม คือส่วนที่สายจะต้องลอดผ่าน ก่อนนำไปผูกกับลูกบิด ตัวหย่องทำเป็นรูปซุ้ม สูงประมาณ ๘ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๖ เซฯติเมตร  ส่วนที่สายพาดลงไปจะบากเป็นซี่ๆ เพื่อแยกสายทั้ง ๓ ออกจากกัน

๑๑. สาย จะเข้จะมีอยู่ ๓ สาย เป็นสายไหม ๒ สาย และสายลวดอีก๑ สาย ปัจจุบันนิยมใช้สายเอ็นเบ็ดตกปลามาแทนสายไหมเนื่องจากคุณสมบัติที่เหนียวขาดยากกว่าสายไหม

๑๒. ไม้ดีด ทำด้วยไม้ งาช้าง หรือกระดูกสัตว์ ทำเป็นแท่งกลมๆ ส่วนปลายเรียวเล็ก กว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๕-๘ เซนติเมตร ด้านบนผูกเชือกติดกับไม้ดีด เพื่อไว้พันกับนิ้วชี้มือขวาให้แน่น เวลาดีดจะได้ไม่หลุด ส่วนด้านปลายของไม้นั้นเหลาปลายให้เล็กเรียวมน เพื่อให้มีความคล่องในการดีด


เครื่องดนตรีสากล : เชลโล

เชลโล

เชลโล เป็นเครื่องดนตรีที่มีรูปร่างที่นิยมเล่นในวงออร์เคสตราและวงเครื่องสาย ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากโลกตะวันตก เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีตระกูลไวโอลิน อันประกอบไปด้วยไวโอลิน วิโอล่า เชลโล และ ดับเบิลเบส เชลโลเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกับไวโอลิน มีโน้ตเพลงที่เขียนไว้สำหรับเชลโลโดยเฉพาะอยู่หลายบทเพลง แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม  ถึงอย่างไรก็ตามยังมีการเล่นเชลโลกับดนตรีประเภทแจ๊ส บลูส์ ป๊อป ร็อก ฯลฯ

ประวัติ

Cello คือชื่อย่อของ Violoncello ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเครื่องสายที่มีความโค้งมนเช่นเดียวกับไวโอลินและวิโอล่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เชลโลมีพัฒนาการของรูปทรงที่หลากหลายกว่าจะเป็นดังเช่นที่เห็นในปัจจุบัน และต้องใช้เวลานานกว่าจะเป็นที่ยอมรับในฐานะเครื่องดนตรีสำหรับการแสดงเดี่ยว

หลายคนเชื่อว่า เชลโล มีที่มาจากคำว่า Viol ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เชลโลเริ่มปรากฏขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในยุคบารอค จากเครื่องสายในตระกูลไวโอลิน ในขณะที่เครื่องดนตรีต่างๆ ที่มีรูปทรงคล้ายไวโอลินในสมัยนั้นมีแพร่หลายอยู่แล้ว เช่น ซอ Viol และ Rebec แต่ไวโอลินเป็นตระกูลเครื่องสายที่แยกออกมาจากเครื่องดนตรีเหล่านั้น

ในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาเชลโลมีการเปลี่ยนแปลงขนาดมาโดยตลอด แต่องค์ประกอบโดยทั่วไปแล้วแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย Antonio Stradivari เป็นช่างทำไวโอลินคนแรกที่กำหนดขนาดมาตรฐานของเชลโลสมัยใหม่ขึ้น เชลโลในยุคก่อนๆ นั้นมีขนาดความยาวประมาณ 80 ซม. ซึ่งไม่สะดวกต่อการเล่นเท่าใดนัก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1707 เขาใด้ปรับขนาดเชลโลให้สั้นลงเหลือเพียง 75 ซม. ซึ่งทำให้เล่นได้สะดวกขึ้น

โครงสร้างเชลโล

หัวเชลโล (Scroll)
ลูกบิด (Pegbox)
คอ (Neck)
หย่อง (Bridge)
ช่องเสียง (f-holes)
หางปลา (Tailpiece)
ตัวเชลโล (Body)
เหล็กขาตั้ง (Spike)


แหล่งอ้างอิง

เครื่องดนตรีไทย

http://www.funkysonglyrics.com/thailand/th/audio-sound/audio-sound-1.html

http://www.phattayakulschool.com/webpages/knowledge/jakhea.htm

เครื่องดนตรีสากล

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A5

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 193 คน กำลังออนไลน์