#_#อาณาจักรโพทิสตา#_#

รูปภาพของ msw7712

ต่อจากเลขที่ 36

ซิลิเอต (Ciliates) เป็นโพทิสต์ที่ใช้ซิเลียในการเคลื่อนที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือคววามชื้นสูง  โพทิสต์กลุ่มนี้มีความหลากหลายสปีชีส์มากที่สุด ตัวอย่างเช่น พารามีเซียม (Paramecium)วอร์ติเซลลา (Vorticella)

พารามีเซียม ที่มา http://www.bwc.ac.th/Science/sumena/d075.gif

วอร์ติเซลลา ที่มา http://www.thailandshrimp.com/data/agriculture_tiger_p3_files/image014.jpg

4. สตารมีโนพิลา (Starmenopila) เป็นโพทิสต์ที่ส่วนใหญ่มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงจึงเรียกโพรทิสต์กลุ่มนี้ว่า สาหร่ายหรือแอลจี (algae) มีลักษณะร่วมกันคือ เซลล์สืบพันธุ์มีแฟลเจลลาที่มีขนและไม่มีขน ตัวอย่างของโพทิสต์กลุ่มนี้ที่สำคัญเช่น
 สาหร่ายสีน้ำตาล (brown  algae)มีสารสีน้ำตาลที่เรียกว่า ฟิวโคเซนทินมากกว่าแคโรทีนและคลอโรฟิลล์ เป็นสาหร่ายที่มีขนาดใหญ่  มีโครงสร้างซับซ้อนมากที่สุด อาศัยอยู่ในทะเลมักอยู่ในกระแสน้ำเย็น มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำโดยเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยและใช้ในการหลบภัย เช่น สาหร่ายเคลป์ (kelp) ซึ่งอาจพบยาวถึง 60 เมตร สาหร่ายทุ่นหรือซาร์กัสซัม (Sargassum sp.) ลามินาเรีย (Laminaria sp.)  พาไดนา (Padina sp.) และฟิวกัส (Fucus sp.)  เป็นต้น
 สาหร่ายสีน้ำตาล เป็นสาหร่ายที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น สาหร่ายทุ่นหรือซาร์กัสซัมเป็นสาหร่ายที่มีธาตุไอโอดีนสูง สาหร่ายลามินาเรีย พาไดนา และฟิวกัส นำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยโพแทสเซียม

ลามินาเรีย ที่มา http://www.weloveshopping.com/shop/ab/Laminariadetox.jpg

 ไดอะตอม(Diatoms) เป็นสาหร่ายที่มีสารสีชนิดเดียวกับที่พบในสาหร่ายสีน้ำตาล ทำให้มีสีเหลืองหรือน้ำตาลแกมเหลือง มีผนังเซลล์ประกอบด้วยซิลิกา ไดอะตอมพบปริมาณมากทั้งในแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ มีการสะสมอาหารไว้ในรูปของน้ำมัน ซากของไดอะตอมที่ตายทับทมกันนานๆจะเป็นชิ้นส่วนของพื้นดินใต้แหล่งน้ำที่เรียกว่า ไดอะตอมเอเชียสเอิร์ท(diatomaceouas earth) เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุและน้ำมัน ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในการทำไส้กรองและยาขัดต่างๆ

ไดอะตอมชนิดหนึ่ง ที่มา http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/17/2/ThaiGoodView/euglenophyta/euglena.gif

5. โรโดไฟตา(Rhodophyta) หรือเรียกโพทิสต์กลุ่มนี้ว่า สาหร่ายสีแดง (red algae) มีสารสีไฟโคอีรีทริน (phycoerythrin) แคโรทีนและคลอโรฟิลล์ แตกต่างจากสาหร่ายสีอื่น คือระยะที่ไม่มีแฟลเจลลา ส่วนใหญ่พบในบริเวณเขตร้อนหรือในแหล่งน้ำจืดที่รู้จักกันดี คือ จีฉ่ายหรือพอร์ไฟรา (Porphyra sp.) นำมาทำเป็นอาหารสาหร่ายผมนางหรือกราซิลาเรีย (Gracilaria) ใช้ผลิตวุ้น เป็นต้น

พอรไฟรา ที่มา http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/17/2/ThaiGoodView/rhodophyta/22_14B.gif

6.คลอโรไฟตา (Chlorophyta) หรือเรียกโพทิตส์กลุ่มนี้ว่า สาหร่ายสีเขียว (green algae) มีลักษณะคล้ายพืชทั้งในแง่โครงสร้างผนังเซลล์และส่วนประกอบของสารสี คือ คลอโรฟิลล์ เอ คลอโรฟิลล์ บีและแคโรทีน ส่วนใหญ่จะพบในแหล่งน้ำจืด มีบางสปีชีส์เท่านั้นที่พบในน้ำทะเล เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำและช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในแหล่งน้ำนั้น สาหร่ายสีเขียวที่สำคัญได้แก่ คลอเรลลา (Chlorella sp.) เป็นสาหร่านสีเขียวเซลล์เดียวที่มีโปรตีนสูงนิยมนำมาผลิตเป็นอาหารเสริม สไปโรไจรา (Spirogyra sp.) หรือเทาน้ำอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พบบริเวณผิวน้ำของแหล่งน้ำไหลช้า มีคลอโรพลาสต์เรียงตัวเป็นเกลียวอยู่ในเซลล์ สาหร่ายไฟ (Chara sp.) มีลักษณะคล้ายพืช เชื่อกันว่ามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทางวิวัฒนาการกับพืช

คลอเรลลา ที่มา http://61.19.127.107/bionew/bio6new/unit21/u21-3/images/Chlorella2.jpg

 

สไปโรไจรา ที่มา http://dit.dru.ac.th/biology/image/protista/scenere_chlorophyta1.gif

สาหร่ายไฟ ที่มา http://www.doae.go.th/pest/rice/stonewort.jpg

7.ไมซีโทซัว(Mycetozoa) หรือเรียกโพทิสต์กลุ่มนี้ว่าราเมือก พบในบริเวณที่ชื้นแฉะและตามขอนไม้หรือใบไม้เปื่อยเน่า มี 2 กลุ่ม คือ ราเมือกชนิดพลาสโมเดียม (plasmodial slime molds ) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหลายนิวเคลียส และราเมือกชนิดเซลลูลาร์ (cellular  slime  molds) เป็นเซลล์ที่มี 1 นิวเคลียสและอยู่ได้อิสระ ราเมือกมีบทบาทเป็นผู้ย่อยสลายที่สำคัญในระบบนิเวศ ตัวอย่างได้แก่ สเตโมนิทิส (Stemonitis sp.) ไฟซาลัม (  Physarum sp.) เป็นต้น

วัฎจักรของราเมือก ทีมา http://portal.ipst.ac.th/cs/ContentServer?c=IPSTArticle&pagename=Spark/Page/RssContentDisplayLayout&cid=1173660036595

อะมีบา ที่มา http://133.25.19.145/PDB/Images/Sarcodina/ap/intactcell.jpg

นอกจากโพทิสต์ทั้ง 7 กลุ่มที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีโพทิสต์อีกกลุ่มหนึ่งที่มีการศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการน้อยมาก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถจัดอยู่ในสายวิวัฒนาการของโพทิสต์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ ได้แก่ ไรโซโพดา (Rhizopoda) เป็นโพทิสต์ที่มีการเคลื่อนที่หรือกินอาหารโดยการสร้างเท้าเทียม เช่น อะมีบา อาศัยอยู่ได้ทั้งในดิน แหล่งน้ำจืดและแหล่งน้ำเค็ม ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตแบบอิสระแต่บางสปีชีส์เป็นปรสิตที่สำคัญ เช่น Entamoeba histolytica เป็นสาเหตุของโรงบิดในคน เป็นต้น

ที่มา : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ . หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติมชีววิทยาเล่ม 5 หน้า 14 - 15 . พิมพ์ครั้งที่ 3 .  สำนักพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว . 2550 .

รูปภาพของ mswsompoch

ตรวจงานแล้วนะครับ...Wink 

เนื้อหามาจากไหนคับ

ควรนำมาจาก หนังสือชีววิทยา เล่ม 5 ของ สสวท.

รูปภาพของ mswsompoch

ตรวจงานให้แล้วนะครับTongue out

ดีมากคับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 246 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • kanan