ประเภทวงดนตรีสากล
| วงดนตรีสากล | |
|
วงดนตรีสากลแบ่งได้เป็น 8 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. วงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ( Symphony Orchestra) วงประเภทนี้มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีครบทุกกลุ่ม ขนาดของวงมีขนาดเล็ก 40-60 คน ขนาดกลาง 60-80 คนและวงใหญ่ 80-110 คน หรือมากกว่านั้น ขนาดของวงจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับเครื่องสายเป็นหลัก และผู้เล่นต้องมีฝีมือดี รวมถึงวาทยากร(conductor)ก็ต้องมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยม ถ้าใช้เฉพาะเครื่องสายของวง Symphony Orchestra ก็เรียกว่า String Orchestra 2. วงโยธวาทิต (Military Band) ประกอบด้วยเครื่องเป่าครบทุกกลุ่ม คือ เครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องกระทบ ได้แก่เครื่องดนตรีที่ให้จังหวะทั้งหลาย วงโยธวาทิตมีมาตั้งแต่สมัยโรมันใช้บรรเลงเพลงเดินแถวเพื่อปลุกใจทหาร ในสมัยสงครามครูเสด ได้ซบเซาไปพักหนึ่ง และเจริญอีกในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ต่อมาในสมัยของนโปเลียน ได้ปรับปรุงให้มีเครื่องดนตรีอีกหลายชนิด เช่น พวกขลุ่ยผิว พวกปี่และแตร และต่อมาก็เป็นต้นแบบของวงโยธวาทิต ในราวกลางศตวรรษที่ 19 เมื่ออดอลฟ์แซกซ์ นักประดิษฐ์ชาวเบลเยี่ยมได้ประดิษฐ์แซกโซโฟนและแตรต่างๆ ในตระกูลแซกฮอร์น จึงได้นำมาไว้กับวงโยธวาทิตด้วย จึงสมบูรณ์ดังได้กล่าวมาแล้ว ปัจจุบันวงโยธวาทิตมาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 56 ชิ้น 3. แตรวง (Brass Band) คือ วงที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลืองและเครื่องกระทบ แตรวงเหมาะสำหรับใช้บรรเลงกลางแจ้ง การแห่ต่างๆ เช่น ในประเทศไทยใช้แห่นาค แห่เทียนพรรษา เป็นต้น แตรวงมาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 26 ชิ้น 4. วงแชมเบอร์มิวสิค (Chamber Music) หมายถึงวงดนตรีประเภทบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่เหมาะสำหรับแสดงภายในห้องโถง หรือสถานที่ที่จุผู้ฟังได้เพียงจำนวนน้อย ในสมัยแรกเล่นกันในห้องโถงตามราชสำนักหรือคฤหาสถ์ของขุนนางในยุโรป และนักดนตรีเล่นกันเองในหมู่เพื่อนฝูง ต่อมาคนเริ่มสนใจมากขึ้นสถานที่คับแคบ จึงเลื่อนไปเล่นในห้องโถงใหญ่และใน Concert Hall ซึ่งจัดไว้เพื่อการแสดงดนตรีโดยเฉพาะ แชมเบอร์มิวสิค เน้นความสำคัญของนักดนตรีทุกคนเท่าๆ กัน โดยปกติจะมีนักดนตรี 2-9 คน และเรียกชื่อต่างๆกันตามจำนวนของผู้บรรเลงดังนี้ จำนวนผู้บรรเลง 2 คน เรียกว่า ดู (Duo) จำนวนผู้บรรเลง 3 คน เรียกว่า ตริโอ (Trio) จำนวนผู้บรรเลง 4 คน เรียกว่า ควอเตท (Quartet) จำนวนผู้บรรเลง 5 คน เรียกว่า ควินเตท (Quintet) จำนวนผู้บรรเลง 6 คน เรียกว่า เซกซ์เตท (Sextet) จำนวนผู้บรรเลง 7 คน เรียกว่า เซปเตท (Septet) จำนวนผู้บรรเลง 8 คน เรียกว่า ออกเตท (Octet) จำนวนผู้บรรเลง 9 คน เรียกว่า โนเนท (Nonet) การเรียกชื่อจะต้องบอกชนิดของเครื่องและจำนวนของผู้เล่นเสมอ เช่น วูดวินควินเตท ( Wood -Wind Quintet) ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ 5 คน ได้แก่ ฟลุต ปี่โอโบ คลาริเนต บาสซูนและเฟรนซ์ฮอร์น สตริงควอเตท (String Quartet) มีไวโอลิน 2 คัน วิโอลา 1 คันและเชลโล 1 คัน แชมเบอร์มิวสิค ไม่จำกัดประเภทของเครื่องดนตรี แต่ตระกูลไวโอลินเหมาะที่สุด เพราะเสียงของเครื่องดนตรีตระกูลนี้กลมกลืนกัน และยังเล่นสไตล์ได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ String Quartet ได้รับความนิยมสูงสุดในแชมเบอร์มิวสิค โดยเริ่มเจริญแพร่หลายขึ้นในดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำไรน์และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในสมัยของไฮเดินและก็เจริญมาเป็นลำดับ
ถ้าการบรรเลงของแชมเบอร์มิวสิคเกิน 9 คน แต่ไม่ถึง 20 คน เรียก อังซังเบลอ (ensemble) เช่น วินด์อังซังเบลอกับดับเบิ้ลเบส ของ
5. วงแจ๊ซซ์ (Jazz) ดนตรีแจ๊ซซ์ เกิดจากพวกทาสนิโกร ที่นิวออร์ลีนหลังจากนโปเลียนขายนิวออร์ลีนให้อเมริกา พวกอเมริกันขาว โอไฮโอ แถบฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ พวกอเมริกัน จากอเมริกาตะวันตก ก็อพยพเข้าเมืองนิวออร์ลีนจึงทำให้เมืองนี้ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติรวมถึง ฝรั่งเศส สเปนและอังกฤษด้วย พวกนิโกรดังกล่าว พอว่างจากงานก็ชุมนุมกันร้องรำทำเพลง เครื่องดนตรีที่ใช้ทำขึ้นตามมีตามเกิด เอาไม้ไผ่มาเหลาเจาะเป็นเครื่องเป่า เอาหนังวัวมาขึงทำเป็นกลองตี พวกที่คิดแจซซ์ขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นพวกกองโก(Gongoes) พวกนี้บูชางูใหญ่ เป็นพวกที่มีจิตใจเมตตากรุณาและสุภาพที่สุด โดยได้รากฐานจากเพลงสวดของพวกนิโกร(Nigro spiritual) ซึ่งแต่งขึ้นก่อนพวกทาสจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ แบบของแจซซ์ที่ควรรู้จัก
Blues Jazz เพลงบลูส์ เป็นเพลงเก่าแก่ของแจซซ์มาจากเพลงสวดอันโหยหวลของพวกนิโกร เพลงบลูส์มีอายุร่วม 100 ปี เกิดขึ้นที่นิวออร์ลีนแถบปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี แต่สมัยแรกๆ ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ต่อมา พ.ศ. 2467 ได้มีการอัดแผ่นเสียงจำหน่ายจึงแพร่หลายได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งดนตรีได้มีโอกาสไปแสดงตามที่ต่างๆ ในสมัยแรกๆ เพลงบลูส์ใช้กีตาร์เล่นนำ และคลอเสียงร้อง เล่นกันตามข้างถนน ตามย่านชุมชน คนผ่านไปมาก็ให้เงินบ้างไม่ให้บ้าง เนื้อร้อง ร้องไปคิดไป ไม่มีการเตรียมไว้ล่วงหน้ามาก่อน ดังนั้นร้องกี่ครั้งก็ไม่เหมือนกัน นึกจะจบก็จบเอาดื้อๆ คล้ายกับเพลงฉ่อยของประเทศไทย เพลงบลูส์ได้รับอิทธิพลจากศาสนามาก ดังนั้นเนื้อร้องก็มีเกี่ยวกับเรื่องศาสนาเข้ามาปนอยู่ด้วย ต่อมาเพลงบลูส์ได้เจริญขึ้นก็นำไปเล่นกับวงแจซซ์ก็กลายเป็นบลูส์ แจซซ์ เพลงประเภทนี้ส่วนมากจังหวะช้าๆ ครั้งแรกที่ไม่ค่อยนิยมเพลงบลูส์เนื่องจากโน้ตค่อนข้างยาก ต่อมาอาร์มาสตรองนำมาเล่นในปี พ.ศ. 2472 จึงเป็นแรงหนึ่งที่ทำให้รับความนิยม จังหวะชองแจซซ์ในยุคหลังก็ได้เกิดขึ้นใหม่ๆ
Swing แบบนี้กู๊ดแมน เป็นผู้ให้กำเนิดจังหวะนี้ เมื่อก่อนกู๊ดแมนเล่นคลาริเนทกับพวกผิวดำ ต่อมาได้แยกออกมาเล่นกับพวกผิวขาวด้วยกัน และเขาได้แต่งเพลงใหม่ขึ้น และได้ให้ชื่อเพลงใหม่นี้ว่า Swing 2. แซกโซโฟน(โซปราโน,อัลโต,เทเนอร์) 3. คอร์เน็ต 4. ทรัมเป็ต 5. ทรอมโบน 6. เบนโจ 7. เปียโน 8. กีตาร์ 9. เบส 10. กลองชุด ปัจจุบันแจซซ์ได้เล่นอย่างมีแบบแผน มีการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงดนตรี เครื่อง ดนตรีที่ใช้เล่นมีการกำหนดแน่นอน ซึ่งใช้แบบของวงดนตรีปอปปูลามิวสิค 6. วงปอปปูลามิวสิค (Popular Music) หรือวงดนตรีลีลาศ ใช้บรรเลงตามงานรื่นเริงทั่วไป ประกอบด้วยเครื่องดนตรีกลุ่ม แซกโซโฟนกลุ่มเครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะ วงปอปปูลามิวสิค ส่วนใหญ่มี 3 ขนาด ก. วงขนาดเล็ก(วง 4x4) มีเครื่องดนตรี 12 ชิ้น ดังนี้ กลุ่มแซก ประกอบด้วย อัลโตแซก 1 คัน เทเนอร์แซก 2 คัน บาริโทน แซก 1 คัน กลุ่มทองเหลือง ได้แก่ ทรัมเป็ต 3 คัน ทรอมโบน 1 คัน กลุ่มจังหวะ ได้แก่ เปียโน 1 หลัง กีตาร์คอร์ด 1 ตัว เบส 1 ตัว กลองชุด 1 ชุด วง 4 x 4 หมายถึง ชุดแซก 4 ชุด ทองเหลือง 4 ตามลำดับ ส่วนเครื่องประกอบจังหวะ 4 ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ก. วงขนาดกลาง (5 x 5) มีเครื่องดนตรี 14 ชิ้น คือ เพิ่ม อัลโตแซกและทรอมโบน ข. วงขนาดใหญ่ (5 x 7) มี 16 ชิ้น เพิ่ม ทรัมเป็ตและทรอมโบนอย่างละตัว ในปัจจุบันใช้กีตาร์เบสแทนดับเบิ้ลเบสและบางทีก็ใช้ออร์แกนแทนเปียโน 7. วงคอมโบ (Combo band) หรือสตริงคอมโบ เป็นวงที่เอาเครื่องดนตรีบางส่วนมาจาก Popular Music อีกทั้งลักษณะของเพลงและสไตล์การเล่นก็เหมือนกัน จำนวนเครื่องดนตรีส่วนมากอยู่ระหว่างประมาณ 3 –10 ชิ้น เครื่องดนตรีจะมีพวกริทึม(Rhythm) และพวกเครื่องเป่าทั้งลมไม้และเครื่องทองเหลือง เครื่องดนตรีที่ใช้เป็นหลักคือ กลองชุด เบส เปียโน หรือมีเครื่องเป่าผสมด้วยจะเป็นเครื่องลมไม้หรือทองเหลืองก็ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่รวมแล้วต้องไม่เหมือนกับปอปปูลามิวสิค วงคอมโบก็เป็น สมอลล์ แบนด์ (small Band) แบบหนึ่ง ดังนั้นวงนี้จึงเป็นวงที่มีขนาดไม่ใหญ่นักเหมาะสำหรับเล่นตามงานรื่นเริงทั่วๆ ไป นอกจากนั้นยังเหมาะสำหรับเพลงประเภทไลท์มิวสิค อีกด้วย เพลงไทยสากลในปัจจุบันที่ใช้วงคอมโบเล่นตามห้องอาหารหรืองานต่างๆ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ดังต่อไปนี้ 1. แซกโซโฟน 2. ทรัมเป็ต 3. ทรอมโบน 4. เปียโนหรือออร์แกน 5. กีตาร์คอร์ด 6. กีตาร์เบส 8. วงชาร์โด (Shadow) เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ 20 ปีมานี่เอง ในอเมริกา วงดนตรีประเภทนี้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ คณะ The Beattle หรือสี่เต่าทอง เครื่องดนตรีในสมัยแรก มี 4 ชิ้น คือ 1. กีตาร์เมโลดี้(หรือกีตาร์โซโล) 2. กีตาร์คอร์ด 3. กีตาร์เบส 4. กลองชุด วงชาโดว์ ในระยะหลังได้นำออร์แกนและพวกเครื่องเป่า เช่น แซกโซโฟน ทรัมเป็ตทรอมโบนเข้ามาผสม และบางทีอาจมี ไวโอลินผสมด้วย เพลงของพวกนี้ส่วนใหญ่จะเร่าร้อน ซึ่งได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น โดยเฉพาะเพลงประเภท อันเดอร์กราว |
ที่มา
www.mwk.ac.th/somsak/vongsk1.htm







