นกปรอท

วงศ์นกปรอด
วงศ์นกปรอด (Bulbuls)
Family ; Pycnonotidae
เป็นนกขนาดกลาง อาศัยตามต้นไม้ มีขนอ่อนนุ่ม ส่วนใหญ่มีหงอน มีเสียงร้องที่หลากหลายมาก มักจะมีเสียงร้องที่ไพเราะ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือฝูง ปกติไม่กลัวหรือแตกตื่นเมื่อเจอคน กินผลไม้หลากหลายชนิด และมักจะพบครั้งละหลายๆชนิดหากินอยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกัน โดยปกติตัวผู้กับตัวเมียมีลักษณะเหมือนๆกัน ทำรังหยาบๆเป็นรูปถ้วยแคบๆโดยใช้หญ้าหรือไบไม้ตามพุ่มไม้หรือต้นไม้เตี้ยๆ ทั่วโลกมี 125 ชนิด พบในเมืองไทย 37 ชนิด มี 3 เหล่า
นกปรอทหัวโขน
นกปรอทหัวโขน . 2544 (ออนไลน์) . เข้าถึงได้จาก :
http://pet.sundayplaza.com/fish/story/discus.htm
นกปรอทหัวโขน(Pycnonotidac)
ถิ่นที่อยู่อาศัย
นกปรอทหัวโขนเป็นนกที่กระจายพันธุ์อยู่เฉพาะทางตอนใต้ของทวีป เอเซีย โดยพบได้ตั้งแต่ประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย และอิน โดจีน และเนื่องด้วยนกชนิดนี้เป็นนกที่มีสีสวยงามและเสียงไพเราะ จึงมีผู้นำไปเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้จะพบว่ามัก อาศัยอยู่ตามชายป่า ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม และตามแหล่งชุมชน ในชนบท โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน เรียกได้ว่าเป็น นกของสองภูมิภาคก็ว่าได้
นกปรอทหัวโขนเป็นนกในวงศ์นกปรอท (Pycnonotidac) ซึ่งนกในวงศ์ นี้พบอาศัยอยู่ตั้งแต่ละแวกบ้านจนไปถึงบนยอดดอยสูงและตามป่าที่ราบ ต่ำ มีอยู่ด้วยกัน 36ชนิด โดยนกปรอทหัวโขนจัดอยู่ในสกุลPycnonotus ซึ่งเป็นสกุลของนกปรอทสวนเพราะนกในสกุลนี้หลายชนิด มักพบอาศัย ใกล้ชุมชนหรือตามพื้นที่เกษตรกรรม
ลักษณะทั่วไปของนกปรอทหัวโขนก็คล้ายนกปรอทอื่น ๆ คือ มีความยาวประมาณ 20ซม. มีปากเรียวแหลม ปลายปากโค้งเล็กน้อย และ มีขนสั้นแข็งบริเวณโคนปาก คอสั้น ลำตัวเพรียว ปีกสั้น หางยาวนกปรอท หัวโขนมีหงอนยาวสีดำตั้งชันขึ้นมาบนหน้าผากเป็นลักษณะเด่น มองดู คล้ายกับคนที่สวมหัวโขนหรือสวมชฎาที่มียอดแหลมขึ้นมา นกชนิดนี้จึงได้ รับฉายา "นกปรอทหัวโขน"
นอกจากนี้ลักษณะพิเศษของนกปรอทหัวโขนมีปากดำกระหม่อม ก็มีสีดำเช่นเดียวกับหงอน แก้มสีขาวและมีเส้นสีดำลากจากโคนปากลงมาต่อ กับแถบสีดำข้างคอ ใต้ตามีแต้มสีแดง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาล ลำตัวด้านล่าง สีขาว โคนหางด้านล่างสีแดง ปลายขอบหางสีขาว ขาสีดำ นกปรอทหัวโขน ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกันสำหรับนกที่ยังโตไม่เต็มวัยบริเวณหน้า ผากและหงอนมีสีน้ำตาลอมดำแต้มสีแดงใต้ตายังไม่ปรากฏ เห็นเพียงแก้ม สีขาวใต้โคนหางก็เป็นสีชมพูจาง ๆ หรือสีส้มอ่อน ๆ ยังไม่แดงเข้มเท่ากับ พ่อแม่ สำหรับแต้มสีแดงใต้ตาเป็นลักษณะเด่นของนกปรอทหัวโขนและเป็น ที่มาของชื่อชนิดทางวิทยาศาสตร์ jocosus ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Locosus หมายถึง ครึกครื้นหรือขบขัน ทั้งนี้คงเป็นเพราะแต้มสีแดงของ นกมองดูคล้ายตลกของฝรั่งที่ชอบทาวงกลมสีแดงไว้ตรงแก้มทั้งสองข้าง ส่วนชื่อสกุล Pycnonotus มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก Puknos หมายถึง หนา หรือแน่น ส่วน noton หมายถึงหลัง เอามารวมกันจึงมีความหมายว่า นกที่มี "หลังหนาแน่น" นอกจากนี้สีแดงสดบริเวณโคนหางด้านล่าง ทำให้คนบางคน ตั้งชื่อนกชนิดยาวออกไปตามลักษณะว่า "นกปรอทหัวโขนแก้มแดง"







