นกปรอท

รูปภาพของ pch5227

วงศ์นกปรอด
วงศ์
นกปรอด (Bulbuls
)

Family ; Pycnonotidae

เป็นนกขนาดกลาง อาศัยตามต้นไม้ มีขนอ่อนนุ่ม ส่วนใหญ่มีหงอน มีเสียงร้องที่หลากหลายมาก มักจะมีเสียงร้องที่ไพเราะ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือฝูง ปกติไม่กลัวหรือแตกตื่นเมื่อเจอคน กินผลไม้หลากหลายชนิด และมักจะพบครั้งละหลายๆชนิดหากินอยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกัน โดยปกติตัวผู้กับตัวเมียมีลักษณะเหมือนๆกัน ทำรังหยาบๆเป็นรูปถ้วยแคบๆโดยใช้หญ้าหรือไบไม้ตามพุ่มไม้หรือต้นไม้เตี้ยๆ ทั่วโลกมี 125 ชนิด พบในเมืองไทย 37 ชนิด มี 3 เหล่า

นกปรอทหัวโขน


นกปรอทหัวโขน . 2544 (ออนไลน์) . เข้าถึงได้จาก :

http://pet.sundayplaza.com/fish/story/discus.htm

นกปรอทหัวโขน(Pycnonotidac)

ถิ่นที่อยู่อาศัย

นกปรอทหัวโขนเป็นนกที่กระจายพันธุ์อยู่เฉพาะทางตอนใต้ของทวีป เอเซีย โดยพบได้ตั้งแต่ประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย และอิน โดจีน และเนื่องด้วยนกชนิดนี้เป็นนกที่มีสีสวยงามและเสียงไพเราะ จึงมีผู้นำไปเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้จะพบว่ามัก อาศัยอยู่ตามชายป่า ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตรกรรม และตามแหล่งชุมชน ในชนบท โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน เรียกได้ว่าเป็น นกของสองภูมิภาคก็ว่าได้

นกปรอทหัวโขนเป็นนกในวงศ์นกปรอท (Pycnonotidac) ซึ่งนกในวงศ์ นี้พบอาศัยอยู่ตั้งแต่ละแวกบ้านจนไปถึงบนยอดดอยสูงและตามป่าที่ราบ ต่ำ มีอยู่ด้วยกัน 36ชนิด โดยนกปรอทหัวโขนจัดอยู่ในสกุลPycnonotus ซึ่งเป็นสกุลของนกปรอทสวนเพราะนกในสกุลนี้หลายชนิด มักพบอาศัย ใกล้ชุมชนหรือตามพื้นที่เกษตรกรรม

ลักษณะทั่วไปของนกปรอทหัวโขนก็คล้ายนกปรอทอื่น ๆ คือ มีความยาวประมาณ 20ซม. มีปากเรียวแหลม ปลายปากโค้งเล็กน้อย และ มีขนสั้นแข็งบริเวณโคนปาก คอสั้น ลำตัวเพรียว ปีกสั้น หางยาวนกปรอท หัวโขนมีหงอนยาวสีดำตั้งชันขึ้นมาบนหน้าผากเป็นลักษณะเด่น มองดู คล้ายกับคนที่สวมหัวโขนหรือสวมชฎาที่มียอดแหลมขึ้นมา นกชนิดนี้จึงได้ รับฉายา "นกปรอทหัวโขน"

นอกจากนี้ลักษณะพิเศษของนกปรอทหัวโขนมีปากดำกระหม่อม ก็มีสีดำเช่นเดียวกับหงอน แก้มสีขาวและมีเส้นสีดำลากจากโคนปากลงมาต่อ กับแถบสีดำข้างคอ ใต้ตามีแต้มสีแดง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาล ลำตัวด้านล่าง สีขาว โคนหางด้านล่างสีแดง ปลายขอบหางสีขาว ขาสีดำ นกปรอทหัวโขน ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกันสำหรับนกที่ยังโตไม่เต็มวัยบริเวณหน้า ผากและหงอนมีสีน้ำตาลอมดำแต้มสีแดงใต้ตายังไม่ปรากฏ เห็นเพียงแก้ม สีขาวใต้โคนหางก็เป็นสีชมพูจาง ๆ หรือสีส้มอ่อน ๆ ยังไม่แดงเข้มเท่ากับ พ่อแม่ สำหรับแต้มสีแดงใต้ตาเป็นลักษณะเด่นของนกปรอทหัวโขนและเป็น ที่มาของชื่อชนิดทางวิทยาศาสตร์ jocosus ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน Locosus หมายถึง ครึกครื้นหรือขบขัน ทั้งนี้คงเป็นเพราะแต้มสีแดงของ นกมองดูคล้ายตลกของฝรั่งที่ชอบทาวงกลมสีแดงไว้ตรงแก้มทั้งสองข้าง ส่วนชื่อสกุล Pycnonotus มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก Puknos หมายถึง หนา หรือแน่น ส่วน noton หมายถึงหลัง เอามารวมกันจึงมีความหมายว่า นกที่มี "หลังหนาแน่น" นอกจากนี้สีแดงสดบริเวณโคนหางด้านล่าง ทำให้คนบางคน ตั้งชื่อนกชนิดยาวออกไปตามลักษณะว่า "นกปรอทหัวโขนแก้มแดง"


 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 135 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • nbr13865
  • ssspoonsak