"รับน้องสร้างสรรค์" สัตยาบันร่วม "มหา"ลัยกลุ่มภาคเหนือ"

รูปภาพของ benz_narak9

"รับน้องสร้างสรรค์" สัตยาบันร่วม "มหา"ลัยกลุ่มภาคเหนือ"


บรรยากาศในการระดมสมอง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การจัด "กิจกรรมรับน้องใหม่" ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน และผู้ปกครองของนักศึกษาเป็นอย่างมาก ถึงรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในเชิงลบของกิจกรรมดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการประสานกิจเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคเหนือ เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาผู้นำกิจกรรมรับน้องใหม่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้การจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาในเขตภาคเหนือในปีการศึกษา 2550 ในภาพรวม เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย กิจกรรมความรุนแรงลดน้อยลง รูปแบบการจัดกิจกรรม เป็นไปในแนวทางเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น

ขณะเดียวกันนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) การปฏิรูปการศึกษาที่เน้น "คุณธรรมนำความรู้" เพื่อให้คุณธรรมเป็นเครื่องมือ ในการกำกับการใช้ชีวิตการเรียนรู้ของนักศึกษา ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มีการพัฒนา กิจกรรมประชุมเชียร์ และรับน้องใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคเหนือร่วมผลักดัน เพื่อให้กิจกรรมรับน้องใหม่มีการพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของนักศึกษาใหม่อย่างแท้จริง

ด้วยการเล็งเห็นความสัมพันธ์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ร่วมกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคเหนือ เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติ และ สกอ.จึงเห็นสมควรจัดกิจกรรมสัมมนาผู้นำกิจกรรมรับน้องใหม่ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประกอบด้วยผู้นำนักศึกษา และคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคเหนือ 53 สถาบัน รวม 200 คน เพื่อให้แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการเสริมสร้างคุณธรรมเข้าไปในกิจกรรมดังกล่าว รวมทั้ง การร่วมลงนามทำสัตยาบันของตัวแทนของแต่ละสถาบันการศึกษา โดยมุ่งหวังว่าโครงการที่จะจัดขึ้นนี้ จะก่อให้เกิดพลังร่วมผลักดันการดำเนินกิจกรรมรับน้องใหม่ให้ไปในทางที่ทุกฝ่ายมุ่งหวัง และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักศึกษาใหม่อย่างแท้จริง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.น.อ.ยุทธนา ตระหง่าน รองอธิการบดี มฟล. ซึ่งคลุกคลีกับการรับน้องของนักศึกษาใหม่ได้กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า ที่จริงแล้วกิจกรรมรับน้องถือเป็นกิจกรรมที่ดี เป็นกระบวนการสร้างคนให้เป็นคนจากการเรียนรู้ผ่านชีวิตจริง ถือเป็นการเรียนรู้ในสังคมอีกด้วย แต่ด้วยความเป็นเด็ก การตัดสินใจทำอะไรบางอย่างอาจยังขาดวุฒิภาวะ ทำให้เกิดเรื่องเกิดราวขึ้น ดังนั้น การได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ซึ่งมีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งที่สมควร กล่าวคือเวทีนี้ต้องมีพี่เลี้ยงจะไม่เข้าไปสั่งการ อยากให้เด็กคิดเอง แต่อาจารย์จะคอยดู รวมทั้งให้การแนะนำเพื่อทำในสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ นักศึกษาน้องใหม่ทุกคนต้องได้รับความปลอดภัย

ด้าน อาจารย์สรณี เกิดทอง หัวหน้างานกลุ่มกิจกรรมนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพะเยา กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า เห็นด้วยกับการมาร่วมกันหาแนวทาง และสร้างกรอบในการทำงาน สถาบันแต่ละแห่งควรมีการแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่กันเพื่อเป็นการกรณีศึกษา ในการเตรียมการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรง



ขณะที่ อาจารย์สมชัย โต๊ะถม อาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมนักศึกษา สถาบันพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง บอกว่า ขอสนับสนุนกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ เพราะจะทำให้นักศึกษามีความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งมาจากต่างสถาบัน เป็นการเรียนรู้การทำงานจากชีวิตจริง และกระตุ้นให้นักศึกษาได้ทำสิ่งที่ดีให้กับส่วนรวม

มาฟังความคิดเห็นของตัวแทนนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ที่มาร่วมงานกันบ้าง มาเริ่มกันที่เจ้าภาพการสัมมนาในปีการศึกษา 2551 "หมู" วศิน เมฆานิมิตดี นายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษา มฟล. บอกว่า การส่งตัวแทนของแต่ละสถาบันมาร่วมกันระดมความคิดเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้เข้มแข็ง เฟ้นหาจุดดีว่าแต่ละแห่งมีจุดดีตรงไหน เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการจัดกิจกรรม การรวมตัวกันจะทำให้ผู้บริหารมองเห็นความสำคัญ รวมทั้งใส่ใจกับกิจกรรมรับน้องใหม่ นอกจากนี้ ยังมาปรับทัศนคติของระบบโซตัสให้ตรงกันอีกด้วย

ขณะเดียวกัน "เบน" ณัฐพล บ่อคำ นายกสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การมาร่วมสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการร่วมทำสัญญาใจ ร่วมทำสัตยาบันทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ถือว่ามาช่วยกันสร้างกรอบในการรับน้อง นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ถึงประเพณีการรับน้องของสถาบันอื่นๆ อีกด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถาบันของตนเองได้อย่างไร

ด้าน "จิ" จิโรจ จิ๋วแหยม อุปนายกสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา กล่าวว่า คิดว่าการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจะได้ทราบข้อดีข้อด้อยของแต่ละสถาบัน ซึ่งนำไปสู่จุดร่วมที่เหมาะสมที่สุด สำหรับข้อแนะนำคิดว่า ต่อไปน่าจะมีการสร้างเอกลักษณ์ของกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ปิดท้ายที่ "หนุ่ม" นฤภพ บุญท่น อุปนายกสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน บอกว่า การมาร่วมระดมสมองและลงนามทำสัตยาบันในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางในการป้องกันการรับน้องรุนแรงเกินกว่าเหตุได้ เพราะเป็นการสร้างกรอบร่วมกันสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ เป็นการเรียนรู้จากกรณีศึกษาของสถาบันอื่นๆ เพื่อนำมาปรับปรุงต่อไป ขณะเดียวกันยังสามารถนำแนวทางต่างๆ ที่หารือร่วมกันมาวางแผนวางรูปแบบในการจัดกิจกรรมรับน้อง

สำหรับบทสรุปของกิจกรรมรับน้องในปีการศึกษา 2551 จะเป็นเช่นไรนั้น คงต้องคอยติดตามกันต่อไป แต่อย่างน้อยสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มภาคเหนือได้พยายามสร้างมิติใหม่ขึ้นมา โดยการสร้างกรอบและแนวปฏิบัติร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับนักศึกษาใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย

สร้างโดย: 
หทัยรัตน์ เรณุมาน
แหล่งที่มา: 
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu01080651&day=2008-06-08&sectionid=0107

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์