ผงฟู

 

ประโยขน์- ใช้ดับไฟในป่า โดยเมื่อถูกความร้อนจะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาคลุมไฟไว้ไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปช่วยติดไฟได้เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หนักกว่าก๊าซออกซิเจนจึงลอยต่ำกว่า ทำให้ไฟดับได้
         - ทำหนมปังงัย ผงฟูโดนความร้อนจะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดช่องอากาศเป็นรูเล็กๆ ในขนมปังขึ้น ทำให้ขนมปังฟู สมชื่อ ผงฟู

 เบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดา ชื่อสารตัวนี้เรารู้จักกันดีในชื่อของผงฟู หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตที่ใช้ทำขนมนั่นเอง สารสามัญประจำบ้านตัวนี้นอกจากจะใช้ทำอาหารแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างอื่นที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย

1.นำขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร ใส่น้ำอุ่นเกือบครึ่งขวด

2.นำผงฟู 4 ช้อนโต๊ะผสมลงไปจะได้น้ำยาเบกกิ้งโซดา เป็นน้ำยาทำความสะอาดชั้นยอดสำหรับขจัดคราบฝังแน่นบนพื้นผิวแข็งอย่างกระเบื้องหรือหินอ่อนในห้องครัว เช็ดคราบออกแล้วทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าซ้ำอีกครั้ง คราบสกปรกจะหายไปพร้อมกับกลิ่นไม่พึงประสงค์

3.นำผ้าชุบน้ำยาเบกกิ้งโซดาจะสามารถทำความสะอาดรอยสกปรกใต้เตารีด และเครื่องใช้สเตนเลสทั้งหลายได้ หากนำน้ำยาตัวนี้ล้างเขียงก็จะช่วยขจัดกลิ่นได้อย่างหมดจด

4.หากคราบสกปรกฝังแน่นมากจนน้ำยาตัวแรกขจัดไม่ได้ ให้นำผงฟู 4 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 4-5 ช้อนโต๊ะ เราจะได้ยาขจัดคราบสกปรกชนิดแรงพิเศษ ด้วยการป้ายในบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง คราบสกปรกจะหลุดออกได้ง่ายขึ้น และทำความสะอาดซ้ำด้วยน้ำยาเบกกิ้งโซดาชนิดอ่อนเพื่อความชัวร์

5.นำผงฟู 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่า 1 แก้ว เราจะได้น้ำยาบ้วนปากที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อและดับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี หากต้องการความแรงเพิ่มสามารถผสมผงฟูเพิ่มได้อีกเล็กน้อย หรือถ้าต้องการรสชาติระหว่างการอม ก็ผสมน้ำผลไม้ลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ พออมได้นิดหน่อยก็พอครับ

6.หากถ่านดับกลิ่นในตู้เย็นทำงานได้ไม่ทันใจ ลองนำผงฟูใส่ถ้วยเปิดฝาทิ้งไว้ในตู้เย็นจะช่วยลดกลิ่นได้มากขึ้น ยกเว้นกลิ่นทุเรียนที่ผมทดลองแล้วว่าเบกกิ้งโซดานั้นเอาไม่อยู่

7.หลังการเดินทางหรือทำงาน 5-10 นาที น้ำยาเบกกิ้งโซดาอุ่นๆ มาเป็นน้ำแช่เท้า จะช่วยฆ่าเชื้อโรค ดับกลิ่นเท้า รวมทั้งความร้อนจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท้าได้อีกด้วย

8.หากมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับในกระติกน้ำ ให้ใส่น้ำยาเบกกิ้งโซดาปิดฝาเขย่าและทิ้งไว้สัก 10 นาที กลิ่นอับจะลดลงหรือหมดไปเร็วขึ้น จากนั้นค่อยนำมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานอีกครั้ง

9.หากมีปัญหาเรื่องท่ออุดตันด้วยคราบไขมันในอ่างล้าง ให้โรยเกลือรอบๆ ขอบท่อ จากนั้นนำน้ำยาเบกกิ้งโซดา 10 ช้อนโต๊ะผสมน้ำร้อนๆ 1 ขวดลิตร ค่อยๆ เทลงไป เกลือและน้ำยาจะช่วยให้คราบไขมันหลุดออกง่ายขึ้น และทำซ้ำอีก 2-3 รอบ ตามด้วยน้ำเปล่าปิดท้าย หากคราบยังไม่ยอมออกก็คงต้องพึ่งช่างมาช่วยแล้วละครับ

10.สำหรับพรมที่เปื้อนคราบน้ำมัน ให้เทน้ำยาเบกกิ้งโซดาลงตรงบริเวณที่เปื้อนคราบน้ำมัน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง คราบก็จะจางลง จากนั้นให้ใช้น้ำยาเบกกิ้งโซดาเช็ดทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง

 

 

 

สร้างโดย: 
sss28073

ขอบคุณมากๆค่ะ ได้ความรู้ขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 26 คน และ ผู้เยี่ยมชม 455 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29672
  • sss29854
  • sss29715
  • sss29829
  • sss29723