หลักฐานที่บ่งบอกถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

รูปภาพของ msw6634

                                                  หลักฐานนที่บ่งบอกถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
                 จากบทเรียนพันธุศาสตร์  นักเรียนได้ทราบมาแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน  DNA จะทำให้ลักษณะของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเปลี่ยนไปจากบรรพบุรุษและสามารถถ่ายทอดลักษณะนี้ไปยังรุ่นต่อไป ทำให้ลูกหลานที่เกิดขึ้นมีลักษณะแตกต่างจากบรรพบุรุษและลูกที่คัดเลือกให้มีชีวิตอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันในระยะเวลาที่ยาวนาน เรียกการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตนี้ว่า วิวัฒนาการ (evluiton)
หลักฐานซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิต
เมื่อพืชหรือสัตว์ตายลงมักจะถูกย่อยสลายจนไม่มีซากที่สมบรูณ์เหลืออยู่ โดยเฉพาะซากสิ่งมีชีวิตที่มีอายุนับล้านปีแต่ในบางครั้งซากของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะยังคงเหลืออยู่ในรูปของซากดึกดำบรรพ์ (fossil) เช่น โครงกระดูกไดโนเสาร์ รอยเท้าสัตว์ รอยพิมพ์ใบไม้ ต้นไม้ที่กลายเป็นหินและซากแมลงในอำพัน ดังตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในภาพ
                                                        
                                                              

                                                                 ต้นไม้กลายเป็นหิน
ที่มา  http://www.phuketdata.net/main/images/stories/easygallery/37/1198991452_ไม้หินพระ.gif
    

             ซากดึกดำบรรพ์เปรียบเสมือนการบันทึกเหตุการณ์สนับสนุนว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เคยปรากฏอยู่บนโลกในอดีต  แต่ในปัจจุบันสิ่งมีชีวิตหลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว  เช่น  ไดโนเสาร์   เป็นต้น แต่สิ่งมีชีวิตบางชนิด  เช่น  แมงดาทะเล  และยังมีลักษณะใกล้เคียงกับที่พบในปัจจุบันจากการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ในหินตะกอนชั้นต่างๆพบซากดึกดำบรรพ์ในหินแต่ละชนิดแตกต่างกันดังนี้
                                                                 

                                                                          
                                                                               

                                                                              ซากดึกดำบรรพ์ในชั้นหินต่างๆ
                                ที่มา    http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/images/bifossils.gif
              

                      นักวิทยาศาสตร์สามารถคาดคะเนอายุของซากดึกดำบรรพ์ได้จากอายุของชั้นหินตะกอนที่ซากกดึกดำบรรพฝังตัวอยู่ ดังนั้นหลักฐานซากดึกดำบรรพ์สามารถบอกลำดับการเกิดของสิ่งมีชีวิตบนโลกโดยซากดึกดำบรรพ์ที่มีอายุมากกว่าจะอยู่ในชั้นหินล่างที่มีอายุมากกว่าและซากดึกดำบรรพ์ที่มีน้อยกว่าจะพบอยู่ในหินชั้นบนที่มีอายุน้อยกว่า นอกจากนี้ซากดึกดำบรรพ์ที่มีอายุน้อยกว่าจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อน และมีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันมากกว่าซากดึกดำบรรพ์ที่มีอายุมาก ดังนั้นซากดึกดำบรรพ์นอกจากจะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงลำดับการเกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตแล้วยังเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตจากอดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย
             ในการศึกษาวิวัฒนาการโดยอาศัยหลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์นั้น ซากดึกดำบรรพ์จะต้องอยู่ในสภาพที่สมบรูณ์พอสมควรจึงจะสามารถอธิบายเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ได้ ดังตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ของม้าที่พบในช่วงเวลาต่างๆทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายเกี่ยวกับวิวัฒนาการของม้าจากอดีตถึงปัจจุบันได้ ดังภาพ
                                               

                                                                  
                                                                  

                                                                                            วิวัฒนาการของม้า
                        ที่มา    http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/images/bievolutionhorse.gif


             อย่างไรก็ตามหลักฐานที่เป็นซากดึกดำบรรพ์อาจไม่เพียงพอที่ใช้ในการศึกษาวิวัฒนาการ เนื่องจากซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบมักไม่ครบสมบรูณ์หรืออาจถูกทำลายจากปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือยังไม่ค้นพบและสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่ไม่มีโอกาสเกิดซากดึกดำบรรพ์ได้ดังนั้นต้องอาศัยหลักฐานอื่นๆ มาสนับสนุนเพิ่ม
หลักฐานจากกายวิภาคเปรียบเทียบ
สิ่งมีชีวิตบางชนิดที่มีรูปร่างลักษณะภายนอกแตกต่างกันและไม่น่าจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน  แต่เมื่อศึกษาโครงสร้างโดยตรงพิจารณารยางค์คู่หน้าของสัตว์มีกระดูกสันหลังบางชนิดแล้วนำมาเปรียบเทียบกันจะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกัน  
          การเปรียบเทียบโครงสร้างของกระดูกในรยางค์คู่หน้าของสัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่มนี่แล้วพบว่ามีองค์ประกอบเหมือนกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกันในการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันเรียกโครงสร้างลักษณะนี้ว่า
ฮอมอโลกัส (homologous structure) ซึ่งเป็นหลักฐานที่สนับสนุนว่าสัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่มนี้มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน
หลักฐานจากคัพภะวิทยาเปรียบเทียบ
ในบางกรณีที่ไม่สามารถศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบในระยะตัวเต็มวัยได้แต่เมื่อศึกษาการเจริญเติบโตในระยะเอ็มบริโอแล้วพบว่าใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนการเกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตได้ดังตัวอย่างการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตในระยะเอ็มบริโอของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
        จากการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอของสัตว์มีกระดูกสันหลังระยะแรกๆ จะเห็นว่ามีอวัยวะบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน เช่น ช่องเหงือก (gill slit)และหางเป็นต้น ต่อมาเมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยปลาและตัวอ่อนของซาลามานเดอร์ยังคงมีช่องเหงือกไว้ใช้ในการหายใจ แต่ในสัตว์อื่นได้ปรับเปลี่ยนไปในระหว่างการเจริญเติบโตเพื่อให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต  เช่น เป็นท่อยูสเตเชียนในคน  ส่วนทางห่างยังคงพบอยู่ในสัตว์หลายชนิด ยกเว้นคน
           ความคล้ายคลึงกันของการเจริญเติบโตในระยะเอ็มบริโอนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่า สัตว์มีกระดูกสันหลังเหล่านี้ต่างมีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษเดียวกันแต่การปรับเปลี่ยนรูปร่างที่เกิดขึ้นในระยะตัวเต็มวัยเป็นผลมาจากการเกิดวิวัฒนาการเพื่อให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันนั่นเอง
หลักฐานด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล
  หลักฐานด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล เป็นหลักฐานที่ได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าสิ่งมีชีวิตมี  DNA เป็นสารพันธุกรรม ยกเว้นไวรัสบางชนิด และสิ่งมีชีวิตมีกลไกการสังเคราะห์ DNA  RNA และโปรตีนแบบเดียวกัน โดยใช้รหัสพันธุกรรมเดียวกันในการสังเคราะห์โปรตีน  หลักฐานทางชีววิทยาระดับโมเลกุลนี้ใช้บอกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตได้ ดังตัวอย่างการเปรียบเทียบกรดอะมิโน 146 โมเลกุลในฮีโมโกบินระหว่างคนกับลิงรีซัส หนู ไก่ กบ และปลาปากกลม พบว่ามีลำดับกรดอะมิโนแตกต่างกัน 


                                                                  หลักฐานทางชีวภูมิศาสตร์
             ถ้าได้สังเกตพืช และสัตว์ที่แพร่กระจายในบริเวณภูมิศาสตร์ต่างๆ บนพื้นโลกนี้ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกัน และมีจำนวนมากหลายสปีชีส์
             การแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในหมู่เกาะต่างๆที่มีสภาพแวดล้อมคล้ายกัน คาดว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตามกลับพบว่าสิ่งมีชีวิตที่พบมีลักษณะแตกต่างกันและยังพบอีกว่าสิ่งมีชีวิตบนเกาะต่างๆมีลักษณะเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินใหญ่หรือเกาะบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างมาก  ตัวอย่างเช่น การแพร่กระจายของนก ฟินช์ (finch) ชนิดต่างๆในหมู่เกาะกาลาปากอส
หมู่เกาะกาลาปากอสเป็นหมู่กะที่ที่เกิดจากภูเขาไฟในมหาสมุทรแปรซิฟิกตอนใต้อยู่ห่างจากทวีปอเมริกาใต้ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 960 กิโลเมตร  พบว่านกฟินช์ในหมู่เกาะกาลาปากอสมีลักษณะคล้ายคลึงกับนกฟินช์ที่อาศัยบนทวีปอเมริกาใต้มากว่านกฟินช์ที่อาศัยอยู่ในหม่เกาะต่างๆ อาจเป็นไปได้ว่าบรรพบุรุษของนกฟินช์ได้มีการอพยพมาจากทวีปอเมริกาใต้ และได้แพร่กระจายดำรงชีวิตอยู่บนเกาะต่างๆ จนกระทั่งมีวิวัฒนาการเป็นนกฟินช์หลากหลายสปีชีส์อาศัยอยู่บนเกาะต่างๆในหมู่เกาะกาลาปากอสนั้น
                                              

ที่มา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยาเล่ม 5 พิมพ์ที่โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 466 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29798
  • nbr.13923