12.7 การลำเลียงสารอาหารของพืช

12.7.1 การเคลื่อนย้ายสารอาหารในพืช 
 นักเรียนได้ทราบมาแล้วว่า การลำเลียงสารอาหารจะลำเลียงไปตามเนื้อเยื่อโฟลเอ็ม นักวิทยาศาสตร์หลายท่านศึกษาเพื่อให้ทราบถึงการลำเลียงสารอาหารในพืช ในปี พ.ศ. 2229 มัลพิจิ (Malpighi) ได้ควั่นเปลือกรอบลำต้น โดยให้รอบควั่นห่างกันประมาณ 2 cm เมื่อปล่อยให้พืชเจริญระยะหนึ่งพบว่าเปลือกของต้นไม้เหนือรอยควั่นจะพองออกดังภาพ 12-26

ในปี พ.ศ. 2471 เมสัน และมัสเคล (Mason และ Maskell) ได้ศึกษาการทดลองของมัลพิจิ แล้วมีความเห็นว่าการควั่นเปลือกไม้ไม่มีผลต่อการคายน้ำของพืช เนื่องจากไซเลมยังสามารถลำเลียงน้ำได้ ส่วนเปลือกต้นไม้ที่อยู่เหนือรอยควั่นพองออก เนื่องจากมีการสะสมของน้ำตาลที่ไม่สามารถลำเลียงผ่านมายังด้านล่างของลำต้นได้
 สิ่งที่น่าสงสัยคือ การลำเลียงน้ำตาลของโฟลเอ็มมีทิศทางการลำเลียงอย่างไร มีผู้ศึกษาการลำเลียงน้ำตาลในพืชโดยใช้ธาตุกัมมันตรังสีซึ่งได้แก่ 14C ที่เป็นองค์ประกอบของคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเตรียมคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของสารละลาย แล้วต่อมาคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะระเหย เป็นแก๊ส ซึ่งพืชจะดูดนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ผลการทดลองเป็นดังภาพ 12-27

 

หลังจากการทดลองให้ได้รับแสงเป็นเวลา 35 นาที แล้วนำเนื้อเยื่อต่างๆ มาทำให้แห้งโดยการแช่แข็ง และตัดเป็นแผ่นบาๆ นำไปวางบนแผ่นฟิล์มถ่ายรูปในห้องมืด เพื่อตรวจสอบน้ำตาลที่มี 14 C
 จากการทดลอง ก. พบน้ำตาลที่มี 14 C ที่ส่วนล่างของพืชการทลอง ข. จะพบ 14 C ที่ส่วนยอดของพืช ส่วนการทดลอง ค. พบ 14 C ที่ส่วนบนและส่วนล่างของพืช หรือทุกส่วนของพืชส่วนใหญ่จะพบ 14 C ในซีฟทิวบ์
 จากการทดลองในภาพ 12-27 พืชใช้คาร์บอนไดออกไซด์ที่รับเข้ามาทางปากใบเพื่อใช้ในการสร้างอาหาร อาหารที่พืชสร้างขึ้นจะมีการลำเลียงไปยังแหล่งที่สร้างได้น้อย เช่น ยอด หรือแหล่งที่สร้างไม่ได้ เช่น ราก การลำเลียงจะลำเลียงทางโฟลเอ็มมีทิศทางทั้งขึ้นและลงแตกต่างจากการลำเลียงน้ำและธาตุอาหารที่ลำเลียงทางไซเลม และมีทิศทางลำเลียงจากรากไปสู่ยอดและใบ
 สิ่งที่น่าสงสัยต่อไปคือ สารอาหารที่ลำเลียงในท่อโฟลเอ็มมีวิธีการเคลื่อนย้ายอย่างไร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามที่จะตอบคำถามดังกล่าวนี้ ประมาณปี พ.ศ. 2496 ซิมเมอร์แมน (M.H. Zimmerman) นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ค้นพบว่าเพลี้ยอ่อนสามารถใช้งวงแทงเข้าไปถึงโฟลเอ็มแล้วดูดของเหลวจากท่อโฟลเอ็มออกมากินจนเหลือแล้วปล่อยให้ของเหลวไหลออกทางก้นของเพลี้ยอ่อนดังภาพ 12-28  

ขณะที่เพลี้ยอ่อนกำลังดูดของเหลวอยู่นั้นก็วางยาสลบเพลี้ยอ่อนแล้วตัดให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นงวงติดอยู่ที่ต้นไม้ ของเหลวก็ยังคงไหลออกมาทางงวง เมื่อนำของเหลวนี้ไปวิเคราะห์พบว่า ส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลซูโครส และสารอื่นๆ เช่น กรดอะมิโน ฮอร์โมน และธาตุอาหาร

 

รูปภาพของ mswsompoch

Winkตรวจงานแล้วนะครับ...Tongue out

ควรบอกแหล่งที่มาของภาพ ใต้ภาพ ทุกภาพ นะคับ

ครับๆๆ ขอบพระคุณมากสำหรับคำแนะนำที่แสนดีครับผม ครั้งหน้า จะพยายามให้ดียิ