เผยแพร่งานวิจัย เรื่อง การประกันคุณภาพภานในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง มส.เขต 1

รูปภาพของ Wanpira2503

หัวข้องานวิจัย     เรื่อง การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1SATISFACTION THE EDUCATION QUALITY ASSURANCE OF BANMAEUKHORLUNG SCHOOL IN MAEHONGSON EDUCATIONAL SERVIC AREA 1ชื่อผู้วิจัย                นายมานพ  วรรณภิละ                              

ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง

เลขที่ 94 หมู่ที่ 5 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 58140ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต การบริหารการศึกษาลงาน    งานวิจัยเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนายการเชี่ยวชาญเนื้อหา  

โรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่ผู้ปกครองตั้งความหวังไว้อย่างสูง เพื่อเป็นที่ประสาทความรู้ อบรมบ่มนิสัยลูกหลานให้มีคุณธรรมจริยธรรมดี เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ตั้งแต่ครอบครัวจนถึงประเทศชาติ แต่ในปัจจุบันนี้ผู้ปกครองต่างไม่แน่ใจในคุณภาพของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนว่ามีความเป็นมาตรฐานเท่าเทียมกันเพียงใด ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการได้ประชาสัมพันธ์กันมาตลอดว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนมีมาตรฐานเท่าเทียมกันในด้านองค์ประกอบทั้งอาคารเรียน อาคารประกอบ วัสดุอุปกรณ์ สื่อการสอน นอกจากนี้ยังมีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้เท่าเทียมกัน และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มาตรา 47 ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) แต่สิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองปรารถนาอย่างแรงกล้าคือคุณภาพของนักเรียนที่จบการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ (สมชาย เทพแสง. 2542 : 21) และสอดคล้องกับ ทัศนา แสวงศักดิ์ (2548) กล่าวว่าการศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับชุมชน และถือว่าชุมชนจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการศึกษา การจัดการศึกษาที่ดีจะต้องคำนึงถึงชุมชน สนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น บุคคลที่อยู่ในชุมชนจะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกิจกรรมการเรียนการสอนของสถานศึกษา และภานุวัฒน์ ภัคดีวงศ์ กล่าวว่า การกระจายอำนาจในการตัดสินใจในการจัดการและการบริหารการศึกษาให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงทั้งในแง่การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมประเมิน และร่วมรับผิดชอบ กับมีแผนยุทธศาสตร์เป็นเครื่องมือในการดำเนินการ

การศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การสืบสานวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคม การเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อกูลให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2542 มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นคนมีสติปัญญา มีความสุข และมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ                          โรงเรียนจึงจัดได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและมีศักยภาพได้ ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาโรงเรียนไปสู่การเป็น โรงเรียนดีมีคุณภาพ เพื่อให้เป็นที่รวมของความมีคุณภาพในทุกส่วนของโรงเรียนพึงมีพึงได้ เป็นการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนที่หนึ่งในโลกนั้น(โกวิทย์ ประวาลพฤกษ์.2548) ต้องยึดหลักตอบสนองความต้องการและความสนใจของเด็กเป็นสำคัญที่สุด โรงเรียนจากหลายประเทศมีการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของเด็กได้อย่างแท้จริง เมื่อถึงเวลาเรียนครูและนักเรียนจะตกลงกันว่าใครจะทำอะไร เด็กแต่ละคนจะเสนอสิ่งที่ตนอยากทำ เด็กที่สนใจในเรื่องเดียวกันก็ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน โดยโรงเรียนมีอุปกรณ์ให้พร้อม เด็กทุกคนจะได้ทำกิจกรรมต่างๆตามที่ตนสนใจ หากเด็กเบื่อหน่ายในการทำกิจกรรมนั้นก็ไม่บังคับ เมื่อสนใจใหม่อยากร่วมกิจกรรมใหม่ หรืออยากไปทำกิจกรรมใหม่ก็ทำได้ แต่ครูจะต้องมีวิธีที่จะหักเหความสนใจของเด็กให้กลับมาที่เดิมได้อย่างละมุนละม่อม ไม่หักหาญน้ำใจหรือไม่ใช่การสั่ง อย่างไรก็ตาม พนม พงษ์ไพบูลย์ (2548) กล่าวว่า โรงเรียนมีชื่อเสียงมีทัศนคติของคนโดยทั่วไปคือ ความเด่น ความมีชื่อเสียงของโรงเรียน ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งบอกความมีคุณภาพของโรงเรียนแต่โรงเรียนที่ไม่เด่นไม่ดังก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคุณภาพ และอาจมีคุณภาพไม่แพ้โรงเรียนเด่น โรงเรียนดังก็เป็นได้ การพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนดีมีคุณภาพ ต้องมีการพัฒนาความเข้มแข็งของผู้นำ และบุคลากรการบริหารจัดการ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน เป็นปัจจัยที่นำไปสู่โรงเรียนดีที่ทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพ โดยผ่านกระบวนการจัดการทางด้านวิชาการ การเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพของผู้เรียนตามมาตรฐาน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โรงเรียนทุกโรงเรียนจึงต้องพยามยามสร้างความเป็นมาตรฐานของโรงเรียนให้เป็นที่ยอมรับแก่ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมโดยหันมาเน้นการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน เพราะหัวใจของการศึกษาก็คือ นักเรียนนั่นเอง จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาขึ้นอย่างมากมายหลายประการ โดยเฉพาะการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งทุกโรงเรียนจะต้องเร่งพัฒนาจัดกระบวนการเรียนการสอนให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีคุณภาพทั้งมาตรฐานคุณภาพของนักเรียนและคุณภาพกระบวนการจัดการศึกษาของโรงเรียนและที่สำคัญก็คือจะทำอย่างไรจึงจะให้โรงเรียนเป็นที่พึงพอใจของผู้ปกครองและชุมชน (มานพ ช่องตะคุ. 2543 : 4-5)                           ดังนั้นผู้วิจัยสนใจที่จะวิจัยความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ทั้งนี้เพื่อโรงเรียนจะได้ใช้ผลการดำเนินงาน เป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชนและการเปลี่ยนแปลงสังคม ประสานความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อความเจริญงอกงามและคุณภาพชีวิตของเยาวชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนเป็นสำคัญ รวมทั้งการวางแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ให้มีมาตรฐานการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  แนวคิดทฤษฏี1.การประกันคุณภาพการศึกษา             1.1 ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา             1.2 ความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา             1.3 การดำเนินการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพการศึกษา2.แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับความพึงพอใจ             2.1 ความหมายของความพึงพอใจ              2.2 ความสำคัญของความพึงพอใจ              2.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงาน3.แนวคิด ทฤษฎี ของหลักการประกันคุณภาพภายใน             3.1 ความหมายของการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา             3.2 หลักการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา4.ขั้นตอนการดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา5.ความสัมพันธ์ระหว่างการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินภายนอก6.การประเมินภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)7.มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การพิจารณาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่สอง (พ.ศ. 2549 – 2553)8.เกณฑ์การพิจารณาเพื่อประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน: ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา9.การเปรียบเทียบมาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก10.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง11.กรอบแนวคิดในการวิจัย วัตถุประสงค์1.เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีเพศ วุฒิทางการศึกษา และเขตบริการต่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2.เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน:ประถมศึกษารอบแรกและรอบที่สอง จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 3 เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ คือ มาตรฐานที่ 4 มาตรฐานที่ 5 และมาตรฐานที่ 9 ตัวบ่งชี้ทั้งหมด 19 ตัวบ่งชี้ จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) โรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 สมมุติฐานการวิจัย  การวิจัยครั้งนี้มีสมมุติฐานดังนี้ คือ                      1 ผู้ปกครองนักเรียนที่มีเพศ วุฒิทางการศึกษา และเขตบริการ แตกต่างกันมีความพึงพอใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 แตกต่างกัน        2 ผลการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน: ประถมศึกษารอบแรกและรอบที่สองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)แตกต่างกัน                        3 ผลจากการศึกษาสภาพปัญหาและแนวปฏิบัติในการพัฒนาคุณภาพ ระดับมาตรฐาน สามารถรองรับการประเมินภายนอกรอบที่สาม ระเบียบวิธีวิจัย-วิจัยเชิงสำรวจ-วิจัยเชิงคุณภาพประชากรกลุ่มตัวอย่าง                        กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยในครั้งนี้                         1 เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีเพศ วุฒิทางการศึกษา และเขตบริการต่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 คือ ผู้ปกครองนักเรียนบ้านแม่อูคอหลวงทั้งหมด จำนวน 79 คน จากหย่อมบ้านแม่อูคอหลวง 43 คน หย่อมบ้านพะทิคี 14 คน หย่อมบ้านห้วยบง 12 คน และหย่อมบ้านแม่อูคอเหนือ 10 คน ซึ่งมาได้โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sample) แบบจับฉลากร้อยละ 80 ของแต่ละกลุ่มประชากร และผู้ตอบแบบสอบถามคือผู้ปกครองนักเรียนที่สุ่มได้                        2 เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน:ประถมศึกษารอบแรกและรอบที่สอง จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)ของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 คือ ผู้บริหารโรงเรียน 1 คน ครูผู้สอน 4 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2 คน รวมทั้งหมด 8 คน ซึ่งมาได้โดยการเลือกแบบเจาะจง                         3 เพื่อศึกษาปัญหาและแนวปฏิบัติในการพัฒนาระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ คือมาตรฐานที่ 4 มาตรฐานที่ 5 และมาตรฐานที่ 9 ตัวบ่งชี้ทั้งหมด 19 ตัวบ่งชี้ จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) โรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ผู้บริหารโรงเรียน 1 คน ครูผู้สอน 4 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน 4 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 7 คน รวมทั้งหมด 20 คน ซึ่งมาได้โดยการเลือกแบบเจาะจง  ตัวแปร ตัวแปรในการวิจัยในครั้งนี้มีดังนี้                        1 ตัวแปรต้น ได้แก่ เพศ วุฒิทางการศึกษา และเขตบริการของผู้ปกครองนักเรียน                         2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 นิยามศัพท์เฉพาะ1.เขตพื้นที่การศึกษาหมายถึง พื้นที่ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและประกาศให้เป็นเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ในเขตพื้นที่การศึกษามีองค์กรและหน่วยงานหลัก ด้านการศึกษา คือ เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในที่นี้ หมายถึง เขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต1 ซึ่งรับผิดชอบกำกับ ติดตามตรวจสอบ การจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่อยู่ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอปาย อำเภอปางมะผ้าและอำเภอขุนยวม                        2.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หมายถึง หน่วยงานทางการศึกษาที่อยู่ในสังกัดและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พุทธศักราช 2546 ในที่นี้หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต                        3.การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน หมายถึง การประเมินผลและการติดตาม ตรวจสอบและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษา หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับ ติดตาม ดูแลสถานศึกษา                        4.การประเมินคุณภาพภายนอก หมายถึง การประเมิน การติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง                        5.ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกที่ดี ได้แก่การยอมรับ ความชื่นชม ความประทับใจต่อสถานการณ์ต่างๆ แบ่งเป็นระดับความพึงพอใจ 4 ระดับ ได้แก่ พอใจมากที่สุด พอใจมาก พอใจน้อย และพอใจน้อยที่สุด                        6.ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง การแสดงออกตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง นักเรียนที่มีต่อการดำเนินการต่างๆในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง ว่าพอใจอยู่ในระดับใดซึ่งสามารถวัดหรือประเมินได้จากผู้ปกครองนักเรียนโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น        7.ผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง บิดามารดาหรือบุคคลซึ่งรับนักเรียนไว้ในความปกครองอุปการะเลี้ยงดู หรือ บุคคลที่นักเรียนนั้นอาศัยอยู่ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ และไม่อยู่ในสภาพการเป็นนักศึกษา                          8.เขตบริการ หมายถึง พื้นที่หมู่บ้าน/หย่อมบ้านที่มีสภาพเป็นพื้นที่ปกติ รับผิดชอบหมู่บ้าน/หย่อมบ้านหรือมากกว่า 1 แห่ง แต่ห่างไกลจากสถานศึกษาไม่เกิน 3 กิโลเมตร สามารถดำเนินการจัดการศึกษาได้สะดวก เด็กนักเรียนสามารถเดินทางมาเรียนนอกเขตบริการด้านการจัดการศึกษาของตนเองได้                        9.โรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง หมายถึง โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา และประถมศึกษา ตั้งอยู่บ้านแม่อูคอหลวง เลขที่ 94 หมู่ที่ 5 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน10.ผลการประเมินคุณภาพภายนอก หมายถึง ผลจากการรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน: ประถมศึกษา ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ.                        11.มาตรฐานการศึกษา หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ และเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริม กำกับดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษา                        12.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หมายถึง องค์การมหาชนทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำหน้าที่ประเมินผลการจัดการศึกษา เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการ และแนวการจัดการศึกษาในแต่ละระดับ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย                        ตอนที่ 1 แบบสอบถามสถานภาพส่วนตัวและความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีเพศ วุฒิทางการศึกษาและเขตบริการต่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง มีลักษณะแบบตรวจสอบรายการ (Check List) 4 ด้าน คือ ด้านผู้เรียน ด้านครู ด้านบริหารและจัดการ และด้านชุมชนแห่งการเรียนรู้ แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)                        ตอนที่ 2 แบบบันทึกข้อมูลรายงานการเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรกและรอบที่สองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ (องค์การมหาชน)                        ตอนที่ 3 แบบเก็บข้อมูล การศึกษาปัญหาและแนวปฏิบัติจากการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ จากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพภายใน โดยการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เชิญครู ศึกษานิเทศก์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อร่วมหาแนวทางปรับปรุงและพัฒนาการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1  เครื่องมือในการวิจัย                        เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือแบบสอบถามตรวจสอบรายการ (Check List) มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) แบบบันทึกข้อมูล แบบเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยในการทำวิจัยในครั้งนี้ ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/FW (Statistic Package for Social Science for Window) การหาค่าความถี่ (Frequency) และการหาค่าร้อยละ (Percentage) การหาค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) และการหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างระหว่างรายคู่โดยใช้ Scheffe เปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรกและรอบที่สองของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) สรุปผลเป็นความเรียงต่อท้ายตาราง การศึกษาปัญหาและแนวปฏิบัติในการพัฒนาระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ คือ มาตรฐานที่ 4 มาตรฐานที่ 5 และมาตรฐานที่ 9 นำข้อมูลจากการประชุมสัมมนา มาวิเคราะห์และสรุปประเด็นเป็นรายตัวบ่งชี้และนำเสนอพรรณนาวิเคราะห์  ผลการวิจัยพบว่า                         1.ผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นเพศชายมีความพึงพอใจมากที่สุด เกี่ยวกับนักเรียนรู้จักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นอบายมุข สิ่งเสพติด สิ่งมอมเมาและการพนัน                         2.ผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นเพศหญิงมีความพึงพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับนักเรียนปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาโดยเฉพาะการเข้าแถวเคารพธงชาติ การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ครูมีการเข้าร่วมประชุมสัมมนา อบรม กิจกรรมทางวิชาการ ศึกษา ค้นคว้าแสวงหาความรู้ และใช้องค์ความรู้เทคนิคใหม่ๆในการจัดการเรียนรู้                          3.ผู้ปกครองนักเรียนที่ไม่มีวุฒิทางการศึกษามีความพึงพอใจมากเกี่ยวกับกับประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1                         4 ผู้ปกครองนักเรียนที่มีวุฒิระดับประถมศึกษามีความพึงพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับนักเรียนปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาโดยเฉพาะการเข้าแถวเคารพธงชาติและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ 5.ผู้ปกครองนักเรียนที่มีวุฒิมัธยมศึกษามีความพึงพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับนักเรียนรู้จักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นอบายมุข สิ่งเสพติด สิ่งมอมเมาและการพนัน ครูมีการเข้าร่วมประชุมสัมมนา อบรม กิจกรรมทางวิชาการ ศึกษา ค้นคว้าแสวงหาความรู้ และใช้องค์ความรู้เทคนิคใหม่ๆในการจัดการเรียนรู้                        6 ผู้ปกครองนักเรียนหย่อมบ้านแม่อูคอคอหลวง มีความพึงพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับครูมีการจัดทำแฟ้มนักเรียนเป็นรายบุคคล และการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคล                          7.ผู้ปกครองนักเรียนหย่อมบ้านพะทิคี มีความพึงพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับนักเรียนปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาโดยเฉพาะการเข้าแถวเคารพธงชาติและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ รู้จักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นอบายมุข สิ่งเสพติด สิ่งมอมเมาและการพนัน มีมารยาทการเดินผ่านครูและผู้ใหญ่ และมารยาทการรับประทานอาหาร ใช้ภาษาพูด เขียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงทัศนะเชิงสร้างสรรค์ในโอกาสต่างๆ ทำให้โรงเรียนสะอาด น่าอยู่ ปลูกและดูแล ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ครูมีการส่งเสริมและพัฒนา นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และสื่ออุปกรณ์การเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ครูจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางการศึกษา และได้รับมอบหมายภาระงานตรงตามตรงวุฒิหรือตามความถนัด ครูมีการจัดทำแฟ้มนักเรียนเป็นรายบุคคล และการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ ของผู้เรียน ครูมีการเข้าร่วมประชุมสัมมนา อบรมกิจกรรมทางวิชาการ ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้ และใช้องค์ความรู้เทคนิคใหม่ๆในการจัดการเรียนรู้ มีครูครบชั้น มีสัดส่วนครูต่อนักเรียน มีสัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน และมีจำนวนชั่วโมงการสอนเฉลี่ยตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด สถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีอาคารสถานที่ มีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ มีการประชุม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสถานศึกษากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง8.ผู้ปกครองนักเรียนหย่อมบ้านห้วยบง มีความพึงพอใจมากที่สุดเกี่ยวกับนักเรียนปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาโดยเฉพาะการเข้าแถวเคารพธงชาติและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ                          9.ผู้ปกครองนักเรียนหย่อมบ้านแม่อูคอเหนือ มีความพึงพอใจมากที่สุเกี่ยวกับนักเรียนปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาโดยเฉพาะการเข้าแถวเคารพธงชาติและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ครูจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางการศึกษา และได้รับมอบหมายภาระงานตรงตามตรงวุฒิหรือตามความถนัด มีการส่งเสริมและพัฒนา นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และสื่ออุปกรณ์การเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ นักเรียนรู้จักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นอบายมุข สิ่งเสพติด สิ่งมอมเมาและการพนันนักเรียน ร่วมกิจกรรมตามประเพณีเรียนรู้ สืบสาน ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ระลึกถึงพระคุณของครู อาจารย์ รักและเคารพพ่อแม่ ผู้ปกครองแสดงออกซึ่งตอบแทนพระคุณ ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูมีความรู้ ความเข้าใจ รู้เป้าหมายของการจัดการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีครูครบชั้น มีสัดส่วนครูต่อนักเรียน มีสัดส่วน จำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน และมีจำนวนชั่วโมงการสอนเฉลี่ยตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด สถานศึกษาจัดสถานการณ์การเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นสถานศึกษามีการกระจายอำนาจการบริหาร การจัดการศึกษา การบริหารเชิงกลยุทธ์ และใช้หลักการมีส่วนร่วม                          10.ผู้ปกครองนักเรียนที่มีเพศแตกต่างกันมีความพึงพอใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือนักเรียนรู้จักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นอบายมุข สิ่งเสพติด สิ่งมอมเมาและการพนัน                         11.ผู้ปกครองนักเรียนที่มีเขตบริการแตกต่างกันมีความพึงพอใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านแม่อูคอหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนี้ครูมีความรู้ ความเข้าใจ รู้เป้าหมายของการจัดการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน การบริหารที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผู้เกี่ยวข้องพึงพอใจ ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ สถานศึกษามีระบบการประกันคุณภาพภายใน มีการจัดกิจกรรมให้บริการชุมชน                         12.ผู้ปกครองนักเรียนเขตบริการหย่อมบ้านแม่อูคอหลวงมีความพึงพอใจการประกันคุณภาพภายในแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ครูมีความรู้ ความเข้าใจ รู้เป้าหมายของการจัดการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาจัดสถานการณ์การเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีการจัดกิจกรรมให้บริการชุมชนมากกว่าหย่อมบ้านห้วยบง 13.ผู้ปกครองนักเรียนเขตบริการหย่อมบ้านพะทิคีมีความพึงพอใจ การประกันคุณภาพภายในแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สถานศึกษามีระบบการประกันคุณภาพภายใน จัดสถานการณ์การเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา และมีการจัดกิจกรรมให้บริการชุมชนมากว่าหย่อมบ้านห้วยบง                         14.ผู้ปกครองนักเรียนเขตบริการหย่อมบ้านห้วยบงมีความพึงพอใจการประกันคุณภาพภายในแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ครูมีความรู้ ความเข้าใจ รู้เป้าหมายของการจัดการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ สถานศึกษามีระบบการประกันคุณภาพภายใน จัดสถานการณ์การเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาและมีการจัดกิจกรรมให้บริการชุมชนน้อยกว่าหย่อมบ้านแม่อูคอหลวง หย่อมบ้านแม่อูคอเหนือ หย่อมบ้านพะทิคี          15.ผู้ปกครองนักเรียนเขตบริการหย่อมบ้านแม่อูคอเหนือมีความพึงพอใจการประกันคุณภาพภายในแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ครูมีความรู้ ความเข้าใจ รู้เป้าหมายของการจัดการศึกษา และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ สถานศึกษามีระบบการประกันคุณภาพภายใน จัดสถานการณ์การเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการจัดกิจกรรมให้บริการชุมชนมากกว่าหย่อมบ้านห้วยบง                         16.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 1 รอบที่สองเปรียบเทียบมาตรฐานที่ 1 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพดี                        17.ผลการเปรียบเทียบคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 2 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 10 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพดี                        18.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 3 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 12 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพพอใช้                        19.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 4 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 4 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพพอใช้                        20.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 5 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 5 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพพอใช้                        21.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 6 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 6 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพดี                        22.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 7 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 9 รอบแรก มีการพัฒนาการ ระดับคุณภาพดี                        23.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 8 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 24 รอบแรก มีระดับการพัฒนาการ ระดับคุณภาพดี                        24.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 9 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 24 รอบแรก มีระดับการพัฒนาการ ระดับคุณภาพพอใช้                         25.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 10 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 24 รอบแรก มีระดับการพัฒนาการ ระดับคุณภาพดี                        26.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 11 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 13 รอบแรก มีระดับการพัฒนา ระดับคุณภาพดี                        27 ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 12 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 18 รอบแรก ระดับการพัฒนา ระดับคุณภาพดี                         28.ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 13 รอบที่สองเปรียบเทียบมาตรฐานที่ 25 รอบแรก มีระดับการพัฒนา ระดับคุณภาพดี                              29 ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง มาตรฐานที่ 14 รอบที่สอง เปรียบเทียบมาตรฐานที่ 14 รอบแรก มี มีระดับการพัฒนา ระดับคุณภาพดี                          30.ปัญหาและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 4 สภาพปัญหาโดยทั่วไปที่พบ คือ ผู้เรียนขาดความสามารถ ทักษะในการคิด วิเคราะห์ ใช้ภาษาท้องถิ่นในการสื่อสารและการเรียนรู้ ไม่สามารถวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ได้เรียน โดยใช้เหตุผลประกอบได้ไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลหรือความคิดเห็นต่างๆได้อย่างมีเหตุผล ไม่มีทักษะในการประเมินความเชื่อถือของข้อมูลหรือข่าวสารที่ได้รับฟัง ไม่มีทักษะในการเลือกทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อตัดสินใจสภาพปัญหา ไม่สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ขาดความสามารถในการคิดนอกกรอบ รวมทั้งการคิดริเริ่มสร้างสรรค์งานใหม่ ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้โดยใช้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสมได้ ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายในอนาคตได้อย่างมีเหตุผล ไม่มีโอกาสเลือกเรียนตามความสนใจหรือความถนัด ครูไม่มีเทคนิคการสอน ยังคงใช้รูปแบบการสอนเช่นเดิม แนวทางปฏิบัติ                                1.จัดหาบุคลากรให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน                              2.จัดแผนผังความคิดหรือฝึกวิเคราะห์เพิ่มเติม                                 3.จัดการเรียนการสอนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา                                 4.กระตุ้นให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม                                 5.ปรับและเปลี่ยนวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเห็นความสำคัญของผู้เรียนเป็นหลัก                                 6.ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันในการประกอบการเรียนการสอนให้มากที่สุดและใช้อย่างต่อเนื่อง                                 7.การสอนทักษะการคิด โดยบูรณาการในสาระการเรียนรู้ เช่นการสอนแบบโครงงาน 8.จัดกิจกรรมปฏิบัติจริงด้วยการทดลอง เช่น การทำโครงงาน กลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่ม                                9.ใช้แบบการวัดความสามารถในการคิด เช่น แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์                                 10.จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากร เช่น การส่งเสริมให้ครูผู้สอนเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการคิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน                                27.ปัญหาและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 5 สภาพปัญหาโดยทั่วไปที่พบ คือคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศอยู่ในระดับปรับปรุง และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุมสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี อยู่ในระดับดี แนวทางปฏิบัติ                         1.การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความสำคัญให้ผู้เรียนได้ฝึกและปฏิบัติเป็นประจำและต่อเนื่อง                         2.จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิค วิธีการสอน วิธีการวัดประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ                         3.จัดทำโครงการยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ                         4.คณะกรรมการนิเทศภายในมีการนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนการสอนของคณะครู และนำผลการดำเนินงานมาพัฒนาและปรับปรุง อย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน                         5.สร้างความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญในการอ่านที่มีต่อชีวิตประจำวันและความสำคัญต่อการเรียนและประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน ในการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน                         6.จัดแหล่งเรียนรู้ทั้งภายใน ภายนอกโรงเรียน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะและรู้จักการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง                         28.ปัญหาและแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 9 สภาพปัญหา โดยทั่วไป พบว่า ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ศิลปะ ภาษาตางประเทศ ขาดประสิทธิภาพการสอนและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แนวทางปฏิบัติ                                1.โรงเรียนจัดทำแผนยุทธศาสตร์.ในระยะ 3 – 5 ปี เพื่อรองรับแผนปฏิบัติงานประจำปี จากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน                                2.ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอน                                3 ควรจัดอัตรากำลังที่เพียงพอ เหมาะสม ให้ครูมีเวลาสอนอย่างเต็มที่                                4.ควรมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ/อบรม สัมมนาให้ครูได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรระดับสถานศึกษา                                5.สนับสนุนให้ครูใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน  

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 56 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss28969_1