คุณค่าของงานใบตอง

รูปภาพของ teena

 

              รูปแบบการประดิษฐ์งานใบตอง  ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันมีมากมายหลากหลายรูปแบบ ดังนี้


 

              การประดิษฐ์ภาชนะจากใบตอง  เช่น  จาน  ชาม  พาน  ผอบ  กระทง  กระเช้า  เป็นต้น  ภาชนะใบตองรูปทรงต่าง ๆ

เหล่านี้  ล้วนมีความสวยงามเรียบง่าย สื่อถึงความละเมียดละไมของคนไทย   การเตรียมใบตอง เพื่อประดิษฐ์เป็นภาชนะต่าง ๆ นั้น

ข้อสำคัญคือ  การเช็ดทำความสะอาดใบตองก่อนนำมาประดิษฐ์ชิ้นงาน เพราะตัวชิ้นงานนั้นจะต้องสัมผัสกับอาหาร

 ๑  ๒  ๓
๑. ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง ดอกไม้ เครื่องสด ๑ .หน้า ๖๗.
๒. ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง. หน้า ๖. 
๓. ที่มาภาพ : พรยุพรรณ พรสุขสวัสดิ์.ตองนวลมวลบุปผา.หน้า ๖๐.
 

 

                             

                                                       พุทธศาสนิกชนร่วมกันทำบุญหล่อเทียนใหญ่แห่ไปถวายวัด  ถวายเทียน

               พรรษาในเทศกาลเข้าพรรษา  วันเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่พระสงฆ์จะต้องหยุด

               การเดินทางไปค้างแรมที่อื่นจะอยู่จำพรรษาที่วัด วัดหนึ่งตลอด ๓ เดือน เริ่มตั้งแต่

               วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘  จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑  เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย

               และเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน  เข้าบวชเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นเวลา ๓ เดือน

                    การตกแต่งเทียนพรรษา   จะนิยมตกแต่งด้วยงายใบตอง และ

               ดอกไม้สด อย่างวิจิตรสวยงาม เพื่อรองรับเทียน  มีการร้อยตาข่ายคลุมต้นเทียน

               ตกแต่งยอดเทียน   สำหรับฐานรองรับเทียนนิยมการเย็บแบบ   เย็บกระทง

               ร้อยมาลัยตกแต่ง

 ที่มาภาพ : ปรัชญา  แพมงคล.เทียนพรรษา.หน้า ๑๑๕. 

 

   

               พานขันหมากที่จัดตกแต่งเครื่องขันหมากต่าง ๆ ลงไปในพานให้สวยงาม ถูกต้องตามประเพณี  ในขันจะมี หมาก ๙ ลูก

พลู ๙ เรียง  ใบเงิน ใบทอง ใบนาก อย่างละ ๙ ใบ  เครื่องมงคล ๔ อย่าง มี  ข้าวเปลือก ข้าวตอก ถั่วทอง งาดำ  ใส่ถุงเงิน ถุงทอง

เพื่อความงอกงามสมบูรณ์  ดอกไม้ ใบไม้ ที่มีชื่อความหมายเป็นมงคล  เช่น ใบแก้ว ใบมะยม ดอกรัก ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย

ดอกดาวเรือง ดอกเฟื่องฟ้า เป็นต้น  สามารถนำมาตกแต่งในพานขันหมาก 

 
ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง ดอกไม้ เครื่องสด ๑. หน้า ๕๑.

 

  

               เป็นพานที่จัดไว้สำหรับใส่เงินสินสอดที่ฝ่ายชายนำมามอบให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิง  ดอกไม้ใบไม้ที่ใช้จัด


พานสินอด  ควรมีชื่อและความหมายที่เป็นสิริมงคล 

     ๒
๑. ที่มาภาพ : อรรถวุฒิ เนตรจินดา.การจัดดอกไม้ในงานประเพณีไทย.หน้า ๑๔๖.   
๒. http://my.inlovephoto.com/07/d/210822-1/fa_0110_resize.JPG

 

 

  

              กระทงดอกไม้ ประดิษฐ์คล้ายลอยกระทง  แต่มีขนาดเล็กกว่า มีกรวยครอบในกระทง 

มีการจัดดอกไม้เป็นพุ่ม  โดยมากมักวางบนธูปเทียนแพ  บางคนเรียกกระทงดอกไม้ว่า

กระทงไหว้  พานไหว้ผู้ใหญ่  พานดอกไม้ธูปเทียนแพ  กระทงสักการะ  ใช้ในโอกาสทูลเกล้าฯ

ถวายเป็นเครื่องสักการะบูชาพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ก่อนที่สามัญชนจะเข้าเฝ้า 

เป็นเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย  กราบไหว้บิดามารดา ครูบาอาจารย์  ถวายพระอุปัชฌาย์

ในพิธีอุปสมบท  สำหรับคู่บาวสาวนำไปไหว้ผู้ใหญ่หลังการสมรส  กราบไหว้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

เพื่อขอพรในโอกาสต่าง ๆ  ทำพิธีขอขมาลาโทษ  หรือใช้ในงานพิธีมงคลต่าง ๆ   ซึ่งจะต้องเปิด

กรวยออกให้เห็นดอกไม้ ธูป เทียน เมื่อเริ่มทำพิธี     
                                                                                           
                                                                                           ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง หน้า ๙.

 

 

 

 

 

               คำอธิบายความหมายของพานไหว้ครู

              - พานดอกไม้                     

                พานที่ใช้ในการไหว้ครูนั้น ประกอบด้วยสองพาน คือ พานดอกไม้ และพานธูปเทียน  โดยพานทั้งสองจะตกแต่งประดับ

ประดาด้วยดอกไม้ที่สวยงามต่างๆ   แต่ทั้งนี้ ดอกไม้และสิ่งของสำคัญที่ต้องมีประดับอยู่ในพานคือ  ๑) ดอกมะเขือ ๒) หญ้าแพรก

๓) ดอกเข็ม   ๔) ข้าวตอก  เพราะดอกไม้และสิ่งของทั้งสี่ มีความหมายต่อวันไหว้ครู ดังนี้

                ๑) ดอกมะเขือ  หมายถึง  ความเคารพนพน้อมต่อผู้อื่น และยังแสดงถึงความเคารพเหมือนดอกมะเขือที่ออกดอกโค้งลง

เหมือนคนที่กำลังแสดงความเคารพอยู่

                ๒) หญ้าแพรก หมายถึง ความอดทน คุณสมบัติของหญ้าแพรก คือความอดทน  ตามสนาม  ตามทางเดิน  เมื่อมีคน

เหยียบย่ำมากๆ หญ้าชนิดอื่นทนไม่ได้ก็เฉาตาย  ส่วนหญ้าแพรกนั้นแค่สลบฟุบใบเรียบลงดิน  ครั้นมีฝนตกก็จะตั้งยอดขึ้นมาใหม่ทันที

                ๓) ดอกเข็ม  หมายถึง  ความฉลาดเฉียบแหลมของสติปัญญา เปรียบดังเข็ม ซึ่งมักจะมีลักษณะแหลมคมอยู่เสมอ

                ๔) ข้าวตอก มีความหมายว่า ข้าวเปลือกเรารับประทานไม่ได้ แต่ถ้าเอาไปคั่ว เป็นข้าวตอก สามารถนำมาปรุงเป็น

กระยาสารทรับประทานได้หรือรับประทานเปล่าๆก็ได้เช่นกัน เปรียบได้กับการที่ครู “คั่ว”นักเรียนคนใดคนหนึ่ง กล่าวคือ “คั่ว” คือการ

เคี่ยวเข็ญ ว่ากล่าวตักเตือน อบรมสั่งสอนนั่นเอง วิชาความรู้ของนักเรียนเหล่านั้นจะ “แตกฉาน”   สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิต

ประจำวันได้

                - พานธูปเทียน              

                พานธูปเทียนเป็นพานคู่กับพานดอกไม้ โดยถือว่าเป็นพานที่ประกอบไปด้วย เครื่องสักการะแด่ครูบาอาจารย์ นั่นคือ ธูป

เทียน และตกแต่งด้วยดอกไม้ให้สวยงาม   ความหมายของพาน ธูป เทียน นอกจากเป็นสิ่งสักการะ ครู – อาจารย์แล้ว

เทียนนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่ให้แสงสว่าง สามารถส่องให้เห็นทาง ดุจดั่งครู ผู้ให้ความรู้ส่องทางแก่นักเรียน  ครูเสมือนผู้จุดเทียนนำทาง

ชีวิตให้แก่นักเรียน เพราะเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ ถือเป็นแม่คนที่สองของนักเรียนทุกคน อย่างไรก็ตาม พานธูป เทียน ก็ยังคง

ประกอบไปด้วย  ดอกไม้สำคัญสามชนิดเช่นเดียวกับพานดอกไม้ นั่นคือ ดอกเข็ม , หญ้าแพรก , ดอกมะเขือ  ทั้งนี้ความหมายของดอกไม้

ทั้งสามชนิด ก็ได้กล่าวไว้แล้วในความหมายของพานดอกไม้

      

 

 

 

              พานรับน้ำพระพุทธมนต์  หรือพานรับน้ำสังข์ในงานแต่งงานตามประเพณีไทย  พิธีรดน้พดำหัว หรือรดน้ำขอพร

ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในโอกาสต่าง ๆ เช่น  วันสงกรานต์  วันเกษียณอายุราชการ  วันคล้ายวันเกิดครบรอบสำคัญ ๆ  

พานรับน้ำโดยทั่วไปนิยมจัดรูปแบบทรงเตี้ย 

 
ที่มาภาพ : ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ.งานใบตอง. หน้า ๒๐.

 

  

              ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือน ๑๒  (ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน

ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระคงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่ง

แม่น้ำนัมทามหานที  และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้

กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์

ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

              ในวันลอยกระทง  ผู้คนจึงคิดประดิษฐ์กระทงเพื่อใช้ลอยเป็นรูปแบบต่าง ๆ  วัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ  เช่น  ใบตอง 

ใบกระบือ  ใบหมากผู้ หมากเมีย  หยวกกล้วย  ผักตบชวา  ดอกดาวเรือง  ดอกพุด  ดอกกล้วยไม้ ฯลฯ  พร้อมด้วยธูปเทียน และ

หมากพลู
   


 

  

               ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยส่วนหนึ่งยังมีการผูกพันกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ และมักจะ

หาสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นสิ่งที่ยังพบอยู่และนับวันจะมีความนิยมมากขึ้นและพบมาก ในการประกอบพิธีกรรม

ต่าง ๆ เพื่อเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในช่วงต่าง ๆ ของมนุษย์  สิ่งนั้นคือ บายศรี

               บายศรีเป็นงานเครื่องสดประเภทงานใบตอง เป็นการประดิษฐ์ใบตองเป็นนิ้ว หรือเป็นกาบ หรือเป็นเกร็ด เข้าตัวเป็นชั้น ๆ

จัดลงในชาม หรือพาน หรือภาชนะอื่น ตกแต่งด้วยดอกไม้มงคล  บายศรีเป็นของสูงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวไทยตั้งแต่โบราณมาจนถึง

บัดนี้นับแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่เราจะจัดพิธีสังเวย และทำขวัญในวาระต่าง ๆ ซึ่งต้องมีบายศรีเป็นสิ่งสำคัญในพิธีนั้น ๆ มีผู้รู้ได้ให้ความ

หมายของบายศรีไว้ดังนี้

               บายศรี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “เครื่องเชิญขวัญหรือรับขวัญ ทำด้วย

ใบตอง รูปคล้ายกระทงเป็นชั้น ๆ มีขนาดใหญ่เล็กสอบขึ้นไปตามลำดับ เป็น ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้น ๙ ชั้น มีเสาปักตรงกลางเป็นแกน

มีเครื่องสังเวยวางอยู่ในบายศรี และมีไข่ขวัญเสียบอยู่บนยอดบายศรี  บายศรีมีหลายอย่าง เช่น บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่”

               บายศรี ในภาษาถิ่นอีสานแปลความหมายเป็นดังนี้ บาย ภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า จับต้อง สัมผัส ศรี เป็นคำมาจากภาษา

สันสกฤตตรงกับ ภาษาบาลี ว่า สิริ แปลว่า มิ่งขวัญ คำว่า “บายศรี” ความหมายของชาวอีสาน แปลว่า ข้าวขวัญ หรือ สิ่งที่น่าสัมผัส

กับความดีงาม

                 ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า บายศรี หมายถึงภาชนะบรรจุอาหารที่เป็นมงคลเพื่อใช้ในพิธีกรรมที่เป็นมงคล โดยอาจประดิษฐ์

ตกแต่งด้วยเครื่องสด เช่น ใบตอง ดอกไม้ จัดตกแต่งบนภาชนะรองเช่นพาน โตก วางเรียงเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป จำนวนชั้นขึ้นอยู่กับโอกาส

การใช้งาน

                 การทำบายศรีในสมัยโบราณ  มีรูปแบบที่นิยมทำกันคือ  บายศรีต้น  บายศรีปากชาม  และบายศรีใหญ่  แต่ในปัจจุบันได้

มีการทำบายศรีประยุกต์ขึ้นเพื่อความสวยงาม และความเชื่อของผู้ทำบายศรี

                 โอกาสงานพิธีที่นิยมใช้บายศรีขึ้นบูชา  มีดังนี้

                 ๑. ในพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น  การบวงสรวงเทพ เทวดา  และดวงพระวิญญาณของบูรพมหากษัตริย์

                 ๒. การทำขวัญต่าง ๆ เช่น ทำขวัญแรกเกิด  ทำขวัญเดือน  สู่ขวัญรับขวัญ  และส่งขวัญ

                 ๓. การสังเวยพระภูมิเจ้าที่

                 ๔. การยกเสาเอก

                 ๕. การไหว้ครูต่าง ๆ เช่น  ครูดนตรี  โขน  ละคร  ฯลฯ

                 ๖. การบวงสรวงสังเวยเทวาอารักษ์ในกรณีต่าง ๆ

 

 
ที่มาภาพ : ภัทราวุธ  ทองแย้ม.บายศรี. หน้า ๑๑๓.

อยากรู้วิธีการพับใบตองกลีบแบบต่าง ๆ คลิ๊กเลยค่ะ    http://www.thaigoodview.com/node/50367

 

 

สร้างโดย: 
ครูทิศนา, หนูวาวา

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 67 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • theresasaulsvemzqpqn