เอกกษัตรีแห่งแผ่นดินมอญ

รูปภาพของ sss28262

เชง สอ บู

ขันติยนารีมอญนางหนึ่งนามเชงสอบู (Shin Saw Bu)
ผู้ได้ครองราชย์ ณ กรุงหงสาวดี
(พ.ศ. 1996 - พ.ศ. 2003) พระนางไม่เพียง
เป็นสตรีนางแรกและนางเดียวใน
ประวัติศาสตร์รามัญประเทศที่ได้ขึ้น
เสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน
ยังมีพระราชประวัติอันพิศดาร
ปรากฏอยู่ในราชสำนักพม่า
ว่าทรงเป็นผู้ปกครองที่กษัตริย์รุ่นหลังควรยึด
เป็นแบบอย่างยากหาสตรีในหล้าเสมอเหมือน
             เริ่มจาก พระนางเชงสอบู (Shin Saw Bu) ผู้ขึ้นครองราชย์ ณ กรุงหงสาวดี (พ.ศ.1996-2003) พระนางไม่เพียงเป็นสตรีนางแรกและนางเดียวของพม่า ที่ได้ขึ้นเสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ยังมีพระประวัติอันพิสดาร ทรงเป็นพระราชธิดาพระเจ้าราชาธิราช และถูกพระอนุชาพระยาราน ส่งขึ้นไปถวายพระเจ้ากรุงอังวะช้างเผือกสีหตุ เป็นการตอบแทนที่ได้ช่วยเหลือให้พระองค์ได้ขึ้นเสวยราชย์ที่พะโคหรือกรุงหงสาวดี ขณะนั้นพระนางมีพระชนมายุ 29 พรรษา มีพระโอรส 1 พระองค์ และพระธิดา 2 พระองค์ ดร.สุเนตร กล่าวว่า

           "พระเจ้าอังวะทรงหลงใหลพระนางเชงสอบูอย่างยิ่ง ทำให้มเหสีอีกองค์หนึ่งคือ พระนางเชงโบ เม (Shin Bo Mai) ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับทางไทยใหญ่ ริษยา พระนางเชงโบ เมให้พี่น้องไทยใหญ่มาล้มบัลลังก์พระเจ้าอังวะ และวางยาพิษลูก ในที่สุดผู้คนทนไม่ได้ ขับไสพระนางไปแล้วยอมรับพระนางเชงสอบู คือมีพระภิกษุ 2 รูป หนึ่งในจำนวนนั้นคือธรรมธรหรือธรรมเจดีย์ ได้ลอบนำพระนางเชงสอบูกลับคืนสู่กรุงหงสาวดี ตอนหลังไม่เหลือเชื้อสายพระเจ้าราชาธิราชที่เป็นชายสืบสกุล พระนางเชงสอบูจึงได้ขึ้นเสวยราชย์ในที่สุด"

ซอปุ๊ พระนางเชงสอบู เป็นผู้สร้าง

            เหล่าประชายอมรับนับถือพระนางอันเนื่องมาจากพระจริยวัตรที่แสดงความเป็นกษัตริย์ผู้มีธรรมะ ทรงทำนุบำรุงพระศาสนา ถวายทองคำเท่าน้ำหนักของพระนางทำเป็นทองหุ้มองค์เจดีย์ชเวดากองเป็นพุทธบูชา

เจดีชเวดากอง

           "ผู้แต่งพงศาวดารพม่าไม่ได้คำนึงว่าพระนางเป็นพม่าหรือมอญ ตรงกันข้ามได้ใช้พระนางเป็นต้นแบบและตัวแทนส่งผ่านหลักการปกครองแก่กษัตริย์พม่าองค์อื่นๆ นี่เองเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้หญิงก็สามารถมีบทบาท มีพื้นที่ทางการเมืองพม่า เพียงแต่บทบาทนั้นไม่เป็นที่เปิดเผยในพงศาวดารมากนัก

รูปปั้นสิงห์จำลองเมืองหงสาวดีในภาพยนต์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรเกร็ดความรู้การถูกชิงตัวไปอังวะ           ในครั้งที่พระนางเชงสอบูยังครองราชย์อยู่ที่กรุงหงสาวดีนั้น ชาวหงสามักจะขนานนามพระนางว่า ตละเจ้าท้าว และในตอนนั้นพระเจ้าอังวะส่งขุนนางมาชิงตัวพระนางเชง-สอบูให้ไปประทับที่กรุงอังวะ พงศวดารบางฉบับก็เล่าว่า เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าราชาธิราชแล้ว พระเจ้าสุทโธธรรมราชาพระโอรสได้ครองราชย์สืบมา พระองค์มีพระประสงค์ที่จะเป็นไมตรีกับพม่าจึงยกนางตละเจ้าท้าวผู้เป็นขนิษฐาให้เป็นมเหสีของพระเจ้ากรุงอังวะก็คือพระเจ้าอังวะสีหสุ ต่อมาพระเจ้าอังวะสีหสุได้ถูกลอบปลงพระชนม์และเกิดการแย่งชิงสมบัติขึ้นในพม่า ตละเจ้าท้าวจึงต้องตกอยู่ในกรุงอังวะกลับหงสาวดีไม่ได้

            เมื่อพระมหาปิฎกธรพระสงฆ์ที่ตละเจ้าท้าวทรงอุปถัมภ์ทราบเรื่อง จึงพาศิษย์สี่คนไปคิดกลอุบายพานางตละเจ้าท้าวมาขึ้นครองราชย์ในแผ่นดินหงสาวดีได้สำเร็จส่วนพระมหาปิฎกธรก็มีความรู้สึกไม่ดีไม่สบายใจที่ตนเข้าไปมีส่วนร่วมในการคิดกลอุบายดังกล่าวจึงเกิดความละอายแล้ขอลาสิกขา และได้มาช่วยนางตละเจ้าท้าวในการครองเมืองและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมหาอุปราชสำเร็จราชการแผ่นดิน ต่อมาตละเจ้าท้าวได้มอบราชสมบัติให้พระมหาปิฎกธรเป็นพระเจ้าหงสาวดี มีพระนามตามจารึกไว้ในหลักศิลากัลยาณีว่า พระเจ้ารามาธิบดี แต่พงศาวดารรามัญเรียกว่า พระเจ้าธรรมเจดีย์

เครื่องราชอิสริยยศการสละราชสมบัติของพระนางเชงสอบู

             ตางพงศาวดารมอญกล่าวว่าพระนางทรงเห็นว่าตนเองนั้นชราภาพและมีพระประสงค์ที่จะใช้เวลาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มากขึ้น จึงสละราชสมบัติให้แก่พระธรรมเจดีย์พระโอรสบุญธรรมของพระนางซึ่งขณะนั้นทรงเป็นพระมหาอุปราชอยู่ด้วยแต่ก็มีหนังสือประวัติศาสตร์บางเล่มให้รายละเอียดแตกต่างกันไปเช่น ในหนังสือประวัติสาสตร์พม่าของหม่องทินอ่องกล่าวถึงการสละราชสมบัติว่า วันหนึ่งขณะที่พระนางทรงช้างเลียบพระนครทหารรักษาพระองค์ก็พยายามกั้นทางในถนนให้เสด็จผ่าน แต่มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นพูดว่า “หญิงแก่คนนี้เดินทางไปโน่นมานี่อยู่เสมอๆเมื่อไหร่จะรู้จักอยู่บ้านสักที”เมื่อพระนางได้ยินดังนั้นพระนางก็ยิ้มพร้อมกับตอบชายคนนั้นไปว่า “พูดได้ถูกต้องอย่างยิ่ง” ดังนั้นพระนางเชงสอบูจึงคิดหาหนทางที่จะสละราชสมบัติ แต่เนื่องจากพระนางไม่มีพระราชโอรส จึงทรงนึกถึงพระอาจารย์คือพระธรรมเจดีย์ และพระธรรมปาละ แต่พระทั้งสองรูปนี้ก็มีอายุและความรู้ความสามารถใกล้คียงกัน พระนางจึงไม่อาจตัดสินพระทัยเลือกผู้หนึ่งผู้ใดมาเป็นกษัตริย์ได้ ด้วยเหตุนี้พระนางจึงใช้วิธีการเสี่ยงทายด้วยการเลือกบาตรใหญ่มาสองใบ ใบหนึ่งบรรจุอาหารที่เลือกสรรแล้วอย่างวิเศษ และบาตรอีกในหนึ่งก็ใส่เครื่องราชอิสริยยศ จากนั้นพระนางก็นิมนต์ให้พระทั้งสองรูปมาบิณฑบาตในท้องพระโรงต่อหน้าข้าราชสำนัก เมื่อพระทั้งสองรูปมาถึงก็ให้เลือกบาตรองค์ละใบ และผู้ที่เลือกได้บาตรที่มีเครื่องราชอิสริยยสคือ พระธรรมเจดีย์ ทำให้ต้องสึกออกมาอภิเษกสมรสกับพระธิดาของพระนางเชงสอบู และได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองหงสาวดี ส่วนพระนางเชงสอบูก็สละราชย์สมบัติและออกบำเพ็ญพระราชกุศลทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามพระราชประสงค์ของพระองค์

เกร็ดความรู้จาก : หนังสือการ์ตูนความรู้ประวัติศาสตร์ชุดมหาราชันโลก 2 เชงสอบู

สร้างโดย: 
ปาจรีย์ หวังวิไล

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 187 คน กำลังออนไลน์