ระบบต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์

  
(Digestive system)

         

อวัยวะระบบย่อยอาหารประกอบด้วย
1. ฟัน  (Teeth)
2. ลิ้น  (Tongue)
3. ต่อมน้ำลาย  (Salivary Grand)
4. หลอดอาหาร  (Esophagus)
5. กระเพาะอาหาร  (Stomach)
6. ตับอ่อน  (Pancreas)
7. ตับ  (Liver)
8. ถุงน้ำดี  (Gallbladder)
9. ลำไส้เล็ก  (Small intestine)
ลำไส้เล็ก มี 3 ส่วน  คือ
1.ลำไส้เล็กส่วนต้น  (Duodenum)
2.ลำไส้เล็กส่วนกลาง  (Jejunum)
3.ลำไส้เล็กส่วนปลาย  (Ileum)
10.ลำไส้ใหญ่  (Large intestine)
ลำไส้ใหญ่ มี 5 ส่วน  คือ
1.ลำไส้ใหญ่ส่วนขึ้น(Ascending Colon)
2.ลำไส้ใหญ่ส่วนขวาง (Transverse Colon)
3.ลำไส้ใหญ่ส่วนลง  (Descending Colon)
4.ลำไส้ใหญ่ส่วนโค้ง(Sigmoid Colon)
5.ไส้ติ่ง  (Vermiform Appendix)
11.ไส้ตรง  (Rectum)
12.ทวารหนัก  (Anus) 

 

กระบวนการในการย่อยอาหาร
1. การย่อยเชิงกล  เป็นการเปลี่ยนแปลงอาหารให้มีขนาดอนุภาคเล็กลง โดยการบดเคี้ยวของฟัน
2. การย่อยเชิงเคมี  เป้นการเปลี่ยนแปลงอาหารให้มีขนาดอนุภาคเล็กลง โดยอาศัยเอนไซม์หรือน้ำย่อย

เอนไซม์     
เอนไซม์เป็นสารประกอบประเภทโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่เร่งอัตราการเกิด
ปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกาย  เอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยสารอาหารเรียกว่า "น้ำย่อย" เอนไซม์มีสมบัติที่สำคัญ ดังนี้
-  เป็นสารประเภทโปรตีนที่สร้างขึ้นจากสิ่งมีชีวิต
-  ช่วยเร่งปฏิกิริยาในการย่อยอาหารให้เกิดเร็วขึ้นและเมื่อเร่งปฏิกิริยาแล้วยังคงมีสภาพเดิมสามารถใช้
เร่งปฏิกิริยาโมเลกุลอื่นได้อีก
-  มีความจำเพาะต่อสารที่เกิดปฏิกิริยาชนิดหนึ่ง ๆ
-  เอนไซม์จะทำงานได้ดีเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์
1.  อุณหภูมิ  เอนไซม์แต่ละชนิดทำงานได้ดีที่อุณหภูมิต่างกัน แต่เอนไซม์ในร่างกายทำงานได้ดี
ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส
2.  ความเป็นกรด-เบส  เอนไซม์บางชนิดทำงานได้ดีเมื่อมีสภาพที่เป็นกรด เช่น เอนไซม์เพปซินใน
กระเพาะอาหาร เอนไซม์บางอย่างทำงานได้ดีในสภาพที่เป็นเบส เช่น เอนไซม์ในลำไส้เล็ก เป็นต้น
3.  ความเข้มข้น  เอนไซมืที่มีความเข้มข้นมากจะทำงานได้ดีกว่าเอนไซม์ที่มีความเข้มข้นน้อย

การทำงานของเอนไซม์
       1.  เอนไซม์ในน้ำลาย ทำงานได้ดีในสภาวะเป็นเบสเล็กน้อย เป็นกลาง หรือเป็นกรดเล็กน้อยจะ
ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำตาลและที่อุณหภูมิปกติของร่างกายประมาณ 37 องศาเซลเซียส
2.  เอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ทำงานได้ดีในสภาวะเป็นกรด และที่อุณหภูมิปกติของร่างกาย
3.  เอนไซม์ในลำไส้เล็ก ทำงานได้ดีในสภาวะเป็นเบส และอุณหภูมิปกติของร่างกาย 
สารอาหารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่จะถูกย่อยให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด ดังนี้
คาร์โบไฮเดรต    -------------->          กลูโคส
โปรตีน              -------------->          กรดอะมิโน
ไขมัน               -------------->          กรดไขมัน + กลีเซอรอล

การทำงานของระบบย่อยอาหาร

 ปาก  เมื่ออาหารเข้าปากฟันจะทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารให้มีขนาดเล็กลง โดยมีลิ้นช่วยในการคลุกเคล้าอาหารให้ผสมกับน้ำลายที่ผลิตจากต่อมน้ำลายใต้หู ใต้ลิ้น และใต้ขากรรไกร ทำให้อาหารลื่น อ่อนนุ่ม ในน้ำลายจะมีเอนไซม์ชื่อ ไทยาลิน(Ptyalin) ซึ่งเป็นอะไมเลสชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาในการย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล เราจึงรู้สึกหวานเมื่อเราอมข้าว
 หลอดอาหาร  เป็นกล้ามเนื้อเรียบทำหน้าที่บีบรัดอาหารให้เคลื่อนที่ลงสู่กระเพาะอาหาร
กระเพาะอาหาร จะสร้างเอนไซม์เพปซินและกรดไฮโดรคลอริออกมา เพื่อช่วยในการย่อยอาหารประเภทโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง และส่งไปย่อยต่อที่
ลำไส้เล็ก ส่วนสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และไขมันจะไม่มีการย่อยในกระเพาะอาหาร
 ลำไส้เล็ก

จะมีการย่อยสารอาหารทั้งประเภทโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตซึ่งจะมีเอนไซม์ที่ผลิตจากหลายแหล่งเพื่อช่วยในการย่อย ได้แก่

1. ผนังลำไส้เล็ก สร้าง      
เอนไซม์มอลเทส  ย่อยน้ำตาลมอลโทสเป็นน้ำตาลกลูโคส
เอนไซม์ซูเครส ย่อยน้ำตาลซูโครสเป็นน้ำตาลกลูโคสกับน้ำตาลฟรักโทส
เอนไซม์แลกเทส ย่อยน้ำตาลแลกโทสเป็นน้ำตาลกลูโคสกับน้ำตาลกาแลกโทส
2.  ตับอ่อน  สร้าง
เอนไซม์ไลเพสย่อยไขมันเป็นกรดไขมันกับกลีเซอรอล
เอนไซม์อะไมเลส ย่อยแป้งเป็นน้ำตาลมอลโทส 
เอนไซม์ทริปซินย่อยโปรตีนหรือเพปไทด์เป็นกรดอะมิโน

3.  ตับ  สร้างน้ำดี ไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี ซึ่งมีฤทธิ์เป็นเบสอ่อนๆ น้ำดีไม่ใช่เอนไซม์จึงไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการย่อยแต่น้ำดีจะช่วยทำให้ไขมันแตกตัวออกมาเป็นเม็ดเล็กๆเพื่อให้เอนไซม์ไลเพสย่อยไขมันได้ง่ายขึ้น บริเวณลำไส้เล็กจึงเป็นบริเวณที่มีการย่อยสารอาหารทั้งโปรตีน ไขมัน  คาร์โบไฮเตรต อย่างสมบูรณ์และสามารถดูดซึมผ่านหนังลำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือด และถูกส่งไปเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้  ส่วนกากอาหารจะเคลื่อนต่อไปยังลำไส้ใหญ่  

 ลำไส้ใหญ่ จะไม่มีการย่อยอาหารแต่จะมีการดูดซึมน้ำ แร่ธาตุ วิตามินบางชนิดและกลูโคสออก
จากกากอาหารกลับเข้าสู่กระแสเลือดทำให้กากอาหารเหนียวข้นและเป็นก้อน จากนั้นจะเคลื่อนไปรวมกันที่
ลำไส้ตรง และขับออกทางทวารหนักเป็นอุจจาระ  

สร้างโดย: 
ครูอ้อ&เจ

ผมกำลังเรียนอยู่เลยครับ

ดิฉันเพิ่งได้รู้จักเรื่องของ blog โดยอาจารย์พูนศักดิ์ เรียนตามตรงว่า  ดิฉันเป็นครูบ้านนอกที่พยายามศึกษาและก้าวให้ทัน ICT 

ดิฉันชอบที่จะเรียนรู้และตั้งใจที่จะเป็นครูที่ใช้ ICT ในการเรียนการสอนค่ะ  ดิฉันอยากเข้ารับการอบรมการสร้าง blog  และอยาก

ใช้งานblogในการสอนเร็วๆค่ะ  ไม่ทราบว่าจะเข้ารับการอบรม ฝึกทำ ที่ไหน  ขอคำแนะนำด้วยค่ะ  ขอบคุณมากค่ะ 

                                                                                                       ครูศรีกัลยา 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 17 คน กำลังออนไลน์