٩(̾●̮̮̃̾•̃̾)۶ ต้นไม้ใหญ่: ต้นไม้ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ٩(̾●̮̮̃̾•̃̾)۶




     ความจริงแล้วต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพมหานครมีมากมาย หลังจากที่ได้พยายามค้นคว้ามาหลายที่ ก็ได้ข้อมูลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนที่จะเล่าถึงรายละเอียดต้นไม้ใหญ่ข้างโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โรงเรียนที่หนูเรียนอยู่ หนูขอเสนอข้อมูลจากหนังสือพิมพ์สวัสดีกรุงเทพ ฉบับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551 เรื่อง "ตามล่าหา “ปู่ทวด” ต้นไม้ ประวัติศาสตร์มีชีวิตแห่งบางกอก" ดังนี้


ที่มาของภาพ :: http://www.bkknews.net/newbkk1/admin/picnews/chipa21-02-51.jpg

     กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยมีพื้นที่เพียง 978,263 ไร่ แต่ข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานครระบุว่า เมืองแห่งนี้มีต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านต้นกันเลยทีเดียว
     แน่นอนว่า ในเมืองที่มีความเป็นมาเช่นนี้ หากจะกล่าวถึงเฉพาะเรื่องต้นไม้แล้ว ยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่ยืนต้นอยู่หลากหลายชนิด บางต้นมีอายุหลายร้อยปี มีความเป็นมาบอกได้ว่า “ไม่ธรรมดา”
     ย่านใจกลางเมืองหลายแห่งจึงเต็มไปด้วยต้นไม้เก่า อายุหลายร้อยปี เช่น ย่านศูนย์การค้าวรจักร ยังมีต้นไทรโบราณอยู่หลายต้น หรือที่วัดทองสุธาวาส ย่านบางซื่อ ยังมีป่าดงดิบต้นยางโบราณอีกนับร้อยๆ ต้นขึ้นกระจายอยู่ ส่วนบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์บริเวณริมคลองหลอดพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงปลูกต้นตะเคียนทองไว้ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ตลอดฝั่งคลองหลอด เพื่อใช้ในการต่อเรือ ปัจจุบันเหลืออยู่บนถนนอัษฏางค์ริมคลองหลอด หลังวัดราชบพิตร จำนวน 9 ต้น ต้นไม้ที่นี่มีอายุมากเกินสองร้อยปี อาจจะถือได้ว่าเป็นไม้ยืนต้นที่ปลูกและมีอายุเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานครก็ได้ !
     ข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า ต้นไม้อายุมากที่สุด 3 อันดับในมหานครแห่งนี้คือ ต้นจันแห่งวัดยานนาวา ต้นตะเคียนทองแห่งวัดสุวรรณคีรี และต้นกร่างแห่งชุมชนศรีสุริโยทัยนั่นเอง
     “ชีพจรเมือง” ฉบับนี้ อาสาพาไปดูปูทวดต้นไม้เหล่านี้ว่า วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง !
     แชมป์ปู่ทวดต้นไม้ของเมืองกรุง ที่ถูกบันทึกไว้คือ “ต้นจัน” ที่วัดยานนาวา เขตสาทร อายุ 300 กว่าปี กว้าง 480 ซม. สูงประมาณ 20 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ติดกับคณะ ก.2 อยู่เยื้องๆ กับโบสถ์เก่ายุคอยุธยาของวัดนั่นเอง
     พระสิริธีรคุณ (หลวงพ่อพรหมา  ชยานันโท) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา เล่าว่า อายุที่แน่นอนไม่มีใครยืนยันได้ แต่จากการสำรวจและตรวจสอบจากกทม.พบว่า เป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองนี้ ซึ่งเคยได้รับรางวัลที่ 2 ของการประกวดต้นไม้เก่าของกทม.มาแล้ว เพราะแต่เดิมวัดได้สร้างกุฎิพระ 3 หลังและมีกำแพงผ่ากลางต้นไม้นี้ขนาบเอาไว้
     “เดิมทำเลที่ตั้งต้นไม้นี้ไม่โดดเด่น จึงได้เพียงอันดับที่ 2 แต่ตอนนี้ท่านเจ้าอาวาสได้รื้อกุฎิพระออกไป 3 หลัง แล้วทุบรั้วที่ผ่ากลางต้นจันออก บริเวณโคนต้นไม้กำลังปรับปรุงภูมิทัศน์ จัดทำสวนหย่อมและลานจอดรถ ซึ่งจะทำให้ต้นจันต้นนี้ดูโดดเด่นมากขึ้น” พระสิริธีรคุณ อธิบาย
     ต้นจันต้นนี้มีมาตั้งแต่สร้างวัดแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดคอกควาย ในสมัยกรุงธนบุรีได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเรียกว่า วัดคอกกระบือ ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงสร้างพระอุโบสถใหม่ และต้นไม้ต้นนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญคู่มากับวัดจนถึงปัจจุบัน 
     “คนส่วนมากไม่รู้หรอกว่า นี่คือต้นไม้ที่มีอายุมากที่สุดของกรุงเทพมหานคร” ผู้ช่วยเจ้าอาวาส กล่าว
ส่วน “รองแชมป์ปู่ทวดต้นไม้” ของบางกอกนั้น กลับเป็นต้นตะเคียนทองซึ่งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย ในวัดสุวรรณคีรีแห่งเขตบางกอกน้อย หากต้องการยลโฉมแล้ว สามารถเข้าไปวัดนี้ได้ที่ซอยโรงพยาบาลเจ้าพระยานั่นเอง 
     ต้นตะเคียนทองต้นนี้ตามข้อมูลระบุว่า มีอายุกว่า 250 ปี มีลำต้นกว้าง 470 ซม. สูง 35 เมตรกันเลยทีเดียว !
     ป้าสดศรี  จันทร์จร วัย 74 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับวัด และอยู่ใกล้ต้นตะเคียนทองต้นนี้เล่าให้ฟังว่า ต้นตะเคียงทองต้นนี้มีมาเมื่อใดไม่มีใครรู้ได้ แต่สมัยที่เธอเป็นเด็กบริเวณย่านนี้คือป่าไม้หลายชนิด ซึ่งขึ้นอยู่ริมคลองบางกอกน้อย ส่วนต้นตะเคียงต้นนี้เดิมชาวบ้านจะเรียกว่าตะเคียนคู่ เพราะมีอยู่ 2 ต้น ซึ่งเกิดขึ้นเองอยู่ห่างกันเพียง 10 เมตรเท่านั้น
     “ปัจจุบันเหลือเพียงต้นเดียวอย่างที่เห็น อีกต้นเห็นเพียงตอเท่านั้น เพราะในช่วงปี 2538 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ต้นตะเคียนอีกต้นแห้งตายลง ทางวัดจึงได้โค่นลงมาและนำไม้บางส่วนไปสร้างเป็นกุฎิพระ อีกส่วนหนึ่งนำมาสร้างเป็นเจ้าแม่ตะเคียนทอง แล้วนำมาประดิษฐานไว้โคนต้นตะเคียนต้นที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน คนแถวนี้จะมากราบไหว้ของพรเป็นประจำ ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก” ป้าสดศรี เล่าให้ฟัง
     จะเห็นได้ว่า บริเวณโดยรอบรองแชมป์ปู่ทวดต้นไม้แห่งนี้ดูร่มรื่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะทางวัดได้ปลูกต้นไทร และต้นไม้อื่นอีกเป็นจำนวนมากเอาไว้โดยรอบ โดยมีการปูหินเป็นลานสวนหย่อมเอาไว้อย่างดี โดยมีคลองบางกอกน้อยโอบล้อมอยู่ด้านหลัง ปัจจุบันกำลังมีการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครอยู่
     ป้าสดศรีเล่าว่า วัดสุวรรณคีรีหรือวัดขี้เหล็กแห่งนี้ตั้งอยู่บนทางน้ำสามแพร่ง โดยมีคลองบางกอกน้อยเป็นแนวเขต ส่วนอีกด้านหนึ่งมีคลองชักพระพุ่งตรงเข้าหาวัด วัดจึงได้สร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรประดิษฐานเอาไว้ในซุ้มหน้าวัด ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากต้นตะเคียนทองมากนัก สร้างเอาไว้ตามความเชื่อที่ว่าเพื่อป้องกันอาถรรพ์อันเกิดจากอำนาจลึกลับและบริเวณย่านนี้ก็เป็นวัดเก่าโบราณมาก่อน และต้นตะเคียนทองก็เชื่อกันว่า เป็นต้นไม้ของรุกขเทวดา มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ ใครๆ จะไปลบหลู่ไม่ได้ 
     “ขนาดต้นคู่กันที่ตายไป มีบางคนมาขโมยเอาเศษไม้ต้นนั้นไปก็ยังต้องเอามาคืน เพราะเจอดีเข้า” ป้าสดศรีเผย
จะเห็นได้ว่า วัดสุวรรณคีรี สถานที่ตั้งของรองแชมป์ปู่ทวดต้นไม้เมืองกรุงนั้น เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาคงทรุดโทรมลง ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่  ที่นี่นับได้ว่าเป็นวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในชุมชน และเป็นวัดที่สวยงามแห่งหนึ่งในคลองบางกอกน้อย 
     แต่น่าเสียดายที่ความเป็นไปหรือเรื่องเล่าของประวัติศาสตร์ของต้นไม้เหล่านี้ที่มีมานานได้ถูกมองข้ามไปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง !
     ส่วนต้นไม้เก่าแก่อันดับ 3 ถูกจารึกเอาไว้ มีอายุ 205 ปีเท่ากัน คือ ต้นกร่างแห่งชุมชนศรีสุริโยทัยแห่งเขตสาทร ต้นแสมดำใกล้วัดแสมดำแห่งเขตบางขุนเทียน และต้นจันที่วัดราชาธิวาสแห่งเขตดุสิต
     จะขอกล่าวถึงเฉพาะ “ต้นกร่าง” ที่ชุมชนศรีสุริโยทัยในเขตสาทรเท่านั้น  เพราะว่ากันว่า ที่นี่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากป่าช้าวัดดอนมากนัก และต้นไม้นี้เล่าลือกันว่า “เฮี้ยน” กันน่าดู !
     นายสุเวทย์  โชติวรรณพงศ์ อดีตประธานชุมชนศรีสุริโยทัยเล่าว่า ต้นกร่างต้นนี้ตั้งอยู่ด้านหลังชุมชนของเขา และอยู่ติดกับคลองวัดยานนาวา ปัจจุบันที่ตั้งของต้นกร่างอยู่ในบริเวณที่ดินของโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย และที่ดินของเอกชนรายหนึ่ง โดยมีช่องทางเล็กๆ (ซอยเจริญกรุง 55) เชื่อมมาถึงพอดี
     เขาเล่าว่า เมื่อปี 2542 ต้นกร่างแห่งนี้ได้รับรางวัลชมเชยจากกรุงเทพมหานครในโครงการประกวดต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพมหานครอีกด้วย ซึ่งความใหญ่โตของมันที่แน่นอนนั้นเขาบอกไม่ได้ว่าเป็นเท่าใด
     “แต่เท่าที่รู้พวกเราเอาผ้าแพร 7 สีมาผูกล้อมโคนต้นจะต้องเอาผ้าที่ยาวกว่า 19 เมตรมาล้อมเอาไว้ และบริเวณกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกไปกว้างไม่น้อยกว่า 90-100 เมตร ซึ่งหากมองเข้ามาแต่ไกลจะเห็นมันปกคลุมตึกสูง 5 ชั้นที่อยู่โดยรอบได้อย่างสบาย”
     นายสุเวทย์เล่าว่า บริเวณโคนต้นกร่างแห่งนี้มีศาลเจ้าซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมานานชื่อ “ศาลเสด็จพ่อเทพาดำทุ่ง” ซึ่งจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองศาลเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จะจัดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์
     ส่วนเรื่องเล่าขานที่กล่าวถึงอำนาจบางสิ่งบางอย่างที่อยู่กับปู่ทวดต้นไม้แห่งนี้ เขายืนยันว่า มีหลายครั้ง อย่างเมื่อครั้งที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยได้ทำรั้วโรงเรียน ซึ่งจะต้องสร้างเป็นแนวเส้นตรงโดยจะมาชนกับต้นกร่างพอดิบพอดี
     “ไม่รู้ว่าเพราะอะไรคนงานก่อสร้างได้ตายไปหลายคน จนทางโรงเรียนต้องสร้างรั้วหลบต้นกร่างต้นนี้ ปล่อยให้ต้นไม้อยู่นอกกำแพงรั้ว แล้วจึงสร้างรั้วต่อได้จนสำเร็จ และเจ้าของที่อีกด้านจะสร้างตึก 4 ชั้นเป็นคอนโดนให้เช่า เจออาถรรพ์หลายอย่างจึงต้องถอยร่นแนวตัวคอนโดฯออกไปจากโคนต้นไม้นี้กว่า 10 เมตร เพราะกลัวอาถรรพ์จากต้นไม้แห่งนี้” เขาอธิบาย
นี่เป็นเพียงบางส่วนของปู่ทวดต้นไม้ของเมืองกรุง ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตให้ลูกหลานได้ศึกษาคุณค่ามาจนถึงวันนี้ !

สร้างโดย: 
ครูกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์ และ เด็กหญิงสุดารัตน์ ภัคโชค โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 24 คน กำลังออนไลน์