บทความชีวิตและบทเพลงของฉัน

รูปภาพของ sss27042

 บทความชีวิตและบทเพลงของฉัน


               ตอนอยู่อนุบาล ฉันเป็นเด็กเรียนเก่ง  พูดมาก  ตัวใหญ่กว่าเพื่อนในห้อง  ใครๆก็กลัวฉันทั้งนั้น  แล้วสงสัยตอนนั้นฉันคงชอบแกล้งเพื่อนด้วย  เพราะเรื่องที่จำได้แม่นที่สุดในวัยอนุบาลของฉันก็คือ  ฉันไปถลกกางเกงเพื่อนผู้ชายร่วมห้องคนนึง   ซึ่งบังเอิญเด็กคนนั้นไม่กางเกงใน  เห็นเต็มๆเลย  เพื่อนในห้องก็ล้อกันใหญ่  ช่างน่าอับอายซะจริงๆ พอขึ้นมาอยู่ประถม  ฉันก็เป็นที่รู้จักของคุณครูทั่วไป  เพราะแม่ฉันสวย  และแม่ฉันก็เป็นคนคุยเก่ง  ตอนนั้นแม่สอนการบ้านฉันทุกวันเลย  เวลาใกล้สอบ  แม่ก็จะหยุดงานมาสอนฉันทุกครั้ง  ฉันสอบได้ที่1ทุกปี  ได้รับทุนเรียนดีทุกปี  ตอนนั้นฉันเป็นความภาคภูมิใจของคนในครอบครัว  แล้วแม่ก็เริ่มปลูกฝังความคิดให้ฉันเป็นหมอ  คุณครูที่โรงเรียนชอบให้ฉันขึ้นไปเต้นบนเวที  ไปเป็นนางรำ  ไปเป็นเชียร์หรีดเดอร์  ไปตอบปัญหาชิงรางวัล  ไปเป็นนางเงือกคู่พระอภัยมณี  ฯลฯ  เอาเป็นว่าฉันเนี่ยแทบทุกงานเลยค่ะ  ทุกเวทีที่มีการแสดงก็มีฉันตลอด  แล้วทุกงานแม่ก็จะแต่งหน้าให้เอง  จำได้ว่าฉันต้องร้องไห้บ่อยๆ  เพราะแม่แต่งหน้าเข้มมากอย่างกับจะไปเล่นงิ้ว  เวลาเดินเข้าโรงเรียนนี่อายสุดๆ  แต่พอไปถึงคุณครูคนไหนๆก็ชมว่าแม่ฉันแต่งหน้าเก่งทั้งนั้นล่ะค่ะตอนนั้นชีวิตรุ่งเรืองค่ะ  ใครๆก็อิจฉา  ฉันจำได้ว่าตอนนั้นแม่เป็นฮีโร่มาก  ใครอย่ามาแกล้งฉัน  แม่ฉันมาเคลียร์ที่โรงเรียนเองเลย  เรียกเด็กคนนั้นมาคุยในห้องปกครองเลยค่ะ  โหดมั้ยล่ะคะฉันชอบเล่นพ่อ แม่ ลูก ชอบมากๆ  ต่อมาฉันก็เริ่มเล่นแต่งงาน  เข้าพิธีสวมแหวน  หอมแก้มด้วยนะ 

           คิดแล้วตลกดีจริงๆ  และแล้ว ฉันก็ได้พบรักแท้นะคะ  รักแรกของเด็กป.6  เกิดขึ้นในวันกีฬาสี  ฉันเป็นหรีดสีเขียว  ส่วนเค้าคนนั้นเป็นประธานสีเขียว  อยู่ม.3  ปลื้มมากค่ะ  พี่เค้ามาแกล้งตอนฉันล้างสเปรย์ออกจากหัว  น่ารักน่าชัง  แล้วเราก็แอบคบกันค่ะ 

           คู่เราน่ารักมาก  รักแบบใสๆ  ทั้งโรงเรียนรู้ว่าเราคบกัน  พี่เค้าชอบมาดึงผมแล้วพูดหวานใส่  ช่วงนั้นอะไรๆก็ดีค่ะ  พอถึงวันปัจฉิมฉันได้เป็นนักเรียนดีเด่นค่ะ  ผลการเรียนเป็นที่1  ของระดับ  แม่ฉันภูมิใจสุดๆ    

            เพื่อนผู้หญิงส่วนใหญ่มาเรียนที่สตรีศรีสุริโยทัย  ส่วนเพื่อนผู้ชายก็ไปเข้าวัดสุทธิวราราม  ไม่รู้สึกเลยว่าจากเพื่อนไปไหน  เจอแต่เพื่อนหน้าเดิมๆทั้งนั้น  พอมาเรียนที่นี่  ก็ขอแม่มานอนบ้านอาม่าเพราะอยุ่ใกล้โรงเรียน  ตอนม.ต้นก็เรียนห้อง9  สมัยนั้นเค้าเรียนกันว่าห้องอินเตอร์  ออกจะไฮโซนิดนึง  เพื่อนส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างมีฐานะ  แล้วก็ขยันเรียนกันมาก  รู้เลยว่าต้องactive ตัวเองให้มากขึ้น  เรียนที่นี่การบ้านเยอะ  โครงงานเยอะ  แต่อันที่จริงก็ชิวมาก  เรียนแบบสบายๆ  จะมาอ่านหนังสือก็ตอนใกล้จะสอบ  การเรียนก็ถือว่าเป็นที่พอใจ  ได้เกรด 3 กว่าตลอด  พอม.3  เนี่ยแหละจุดพลิกผันชีวิต  ตอนนั้นตั้งใจจะเข้าศิลป์ภาษา  เลยทิ้งเลขไปเลย  เพราะคะแนนเลขดีอยู่แล้ว  ขี้เกียจมานั่งปวดหัวกับวิชานี้  พอเวลาเลือกสายเรียนม.ปลาย  คะแนนฉันค่อนข้างสูงทีเดียว  แต่คะแนนศิลป์ภาษาต่ำมาก  แม่เลยไม่อยากให้เรียน  บอกให้เข้าวิทย์คณิต  ไม่รู้ไปๆมาๆลงศิลป์คำนวณได้ยังไง 

             งงตัวเอง  ทั้งๆที่ทิ้งเลขไปแล้ว  ตอนนั้นโง่เลขมาก  ข้อสอบมามั่วตลอด  ไม่เคยอ่านข้อสอบเลย

             พอขึ้นม.ปลาย  นรกก็มีจริงค่ะ  เรียนเลขมาได้ 2 ได้ 3 ตลอด  หน่วยกิตวิชานี้เป็นอะไรที่ดึงเกรดสุดๆ  แต่ช่างมันเถอะ  ตอนนี้ฉันเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้นแล้ว  ว่าอยากมีอาชีพอะไรอนาคต  

             ฉันชอบร้องเพลงมาก  ชอบตั้งแต่เด็กๆ  ฉันมีพี่ดา  เอนโดรฟิน  เป็นไอดอล  พลังเสียงเธอเกินร้อยค่ะ  ฉันปลื้มในกล่องเสียงและพรสวรรค์ของเธอ  เธอมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองครั้งแรกเมื่อวันที่  31  พฤษภาคม  2551  แถมยังต้องเพิ่มรอบอีกต่าง  ตอนนี้เธออายุ  22  เท่านั้น  แต่โด่งดังขนาดนี้  น่าภาคภูมิใจนะคะ  นักร้องผู้หญิงที่เมืองไทยแบบนี้หายากมาก  ฉันเองก็เปนอีกคนหนึ่งที่อยากมีโอกาสดีๆแบบนั้นบ้าง  

             มันน่าจะดีถ้าเรารู้ว่าตัวเราอยากเป็นอะไรตั้งแต่เด็กๆ  แล้วก็มุ่งมั่นทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่  ฉันเชื่อว่า  ไม่ว่าฉันหรือใครๆก็สามารถไขว่คว้าฝันของตัวเองเอาไว้ได้  ส่วนเรื่องของฉัน  ฉันมีความสุขกับการฟังเพลง  มันทำให้ฉันอารมณ์ดี  ทำให้ฉันลุกขึ้นมาเต้น  ขยับแขน  ขยับขา  ปลดปล่อยอารมณ์ความเศร้า  ความเครียดที่มีมาทั้งวันออกไปกับเสียงเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

             ฉันมีความภาคภูมิในตัวของนักดนตรี  ผู้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลง  พวกเขาสามารถทำให้คนฟังยิ้มอย่างสุขใจ  หรือร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดก็ยังได้  ตอนนี้แนวเพลงที่ฉันชอบมาก็คือ  เพลงคลาสสิก  ฉันว่ามันเป็นบทเพลงที่ไม่มีวันตายจริงๆ  เสียงของมันโรแมนติกที่สุด  เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสุนทรียภาพอันยิ่งใหญ่ทางด้านความคิด

 

"ชนใดไม่มีดนตรีกาล....ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก"

 

เพลงคลาสสิก......        เนื่องจากเนื้อหาต่อจากนี้ไป เนื้อหาบางส่วนได้ทำการคัดลอกมามาจากวิกีพีเดีย แม้จะอ้างอิงถูกต้องก็ตาม จึงได้ทำการลบข้อมูลนี้ทิ้ง เพื่อมิให้เกิดปัญหากับทางวิกิพีเดีย 

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล
วันที่ 5 กรกฎาคม 2552

สร้างโดย: 
จันนิภา ชุนชำนิ ม.6/4 เลขที่ 21 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพฯ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 149 คน กำลังออนไลน์