มงคลที่ 8 มีศิลปะ

                                                                    มงคลที่ 8 มีศิลปะ

                                                   

                                            แหล่งที่มา : http://www.kmitl.ac.th/buddhist/tumma/

 

ศิลปะ ต่างอย่าง ทางอาชีพ
ควรเร่งรีบ เรียนรู้ ชูศักดิ์ศรี
มีบางคน จนอับ กลับมั่งมี
ฉลาดดี มีศิลป์ หากินพอ

ศิลปะ แปลว่า ฉลาดทำ คือ ทำเป็นนั่นเอง
 พหูสูตนั้นเป็นผู้ฉลาดรู้ เรียนรู้ในหลักวิชา รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่าอะไรทำอย่างไร ส่วนศีลปะ เป็นความสามารถในทางปฏิบัติ
คือสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ให้บังเกิดผลได้

   คนที่มีความรู้นั้น ไม่ใช่ว่าจะมีศีลปะทุกคน เช่นรู้วิธีหุงข้าว ว่าจะต้องเอาข้าวสารใส่หม้อซาวข้าว แล้วใส่น้ำยกขึ้นตั้งไฟ
น้ำเดือดสักพักก็รินน้ำข้าวออกดงให้ระอุอีกครู่หนึ่ง ก็คดข้าวออกมากินได้ นี่คือหลักวิชา แต่คนที่รู้เพียงเท่านี้ไม่แน่นักว่าจะ
หุงข้าวกินได้ทุกคน อาจจะได้ข้าวดิบบ้าง แฉะบ้าง ไหม้บ้าง เพราะ ไม่มีศิลปะในการหุงข้าว ฉลาดรู้แต่ยังไม่ฉลาดทำ
 เรื่องอื่น ๆ ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะขับรถยนต์ เตะตะกร้อ ว่ายน้ำ ทำกับข้าว ลองดูก็ได้ว่า ถ้ารู้แต่ทฤษฎีอย่างเดียวจะทำได้หรือไม่

ประเภทของศิลปะ
ทางกาย คือ ฉลาดทำการช่างต่าง ๆ เช่น ช่างทอ ช่างเครื่อง ช่างวาด ช่างออกแบบ ช่างปั้น ช่างภาพ ช่างพิมพ์ รวมทั้งฉลาดใน
การทำอาชีพอื่น ๆ เช่น การทำสวน ทำไร่ ปลูกพืชผัก การเขียนหนังสือ การตรวจคนไข้ ตลอดจนถึงการยืน เดิน นั่ง นอน
อย่างมีมารยาท การแต่งตัวให้เหมาะสม การต้อนรับแขก การแสดงความเคารพ การสำรวมกายก็จัดเป้นศิลปะทั้งสิ้น
ทางวาจา คือ ฉลาดในการพูด มีวาทศิลป์ รู้จักเลือกพูด แต่สิ่งที่ดีเป็นประโยชน์สามารถยกใจของผู้พูดและผู้ฟังให้สูงขึ้นได้
ทางใจ คือ ฉลาดในการคิดมีสติสัมปชัญญะ สามารถควบคุมความคิดให้คิดไปในทางที่ดี คิดในทางสร้างสรรค์ คิดในทางที่ยกระดับ
จิตใจให้สูงขึ้นโดยย่อ ศิลปะ จึงหมายถึง คิดเป็น พูดเป็น ทำเป็น

 

องค์ประกอบของศิลปะ
สิ่งที่ทำแล้วจัดว่าเป็นศิลปะ ต้องประกอบด้วยองค์ 6 ประการ ดังนี้
1.ทำด้วยความประณีต
2.ทำให้สิ่งของต่าง ๆ นั้นมีคุณค่าสูงขึ้น
3.ทำแล้วส่งเสริมให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
4.ทำแล้วไม่ทำให้กามกำเริบ
5.ทำแล้วไม่ทำให้ความคิดพยาบาทกำเริบ
6.ทำแล้วไม่ทำให้ความคิดเบียดเบียนกำเริบ


คุณสมบัติของผู้สามารถมีศิลปะ
1.ต้องมีศรัทธา มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่จะทำว่าเป็นสิ่งดีจริง มีประโยชน์จริง มีใจรักที่จะทำ และมีความตั้งใจมั่นว่าเป็นสิ่งดีจริง
มีประโยชน์จริง มีใจรักที่จะทำ และมีความตั้งใจมั่นว่าจะต้องทำให้เสร็จ
2.ต้องไม่เป็นคนขี้โรค รู้จักระวังรักษาสุขภาพของตัวเอง
3.ต้องไม่เป็นคนขี้โม้ขี้คุย คนโอ้อวดไม่มีใครอยากสอน ไม่มีใครอยากแนะนำ คนพวกนี้มัวแต่อวด มัวแต่คุย จนไม่มีเวลา
ฝึกฝีมือตัวเอง
4.ต้องไม่เป็นคนขี้เกียจ มีความมานะพากเพียร อดทน
5.ต้องเป็นคนมีปัญญา รู้จักพินิจพิจารณาช่างสังเกต

วิธีฝึกตนให้มีศิลปะ
1.ฝึกตนเองให้เป็นคนช่างสังเกต รู้จักหาจุดเด่นของสิ่งรอบตัว
2.ตั้งใจทำงานทุกอย่างที่มาถึงตนให้ดีที่สุด อย่าดูถูกงาน อย่าเกี่ยงงาน
3.ตั้งใจทำงานทุกอย่างด้วยความประณีต ละเอียดลออ
4.ตั้งใจปรับปรุงงานให้ดีขึ้นเสมอ
5.หมั่นใกล้ชิดกับผู้มีศิลปะอย่างแท้จริงในสายงานนั้น ๆ
6.ฝึกสมาธิอยู่เสมอ เพื่อให้ใจสงบผ่องใส เกิดปัญญาที่จะฝึกและปรับปรุงตนเอง ให้มีคุณสมบัติของผู้มีศิลปะได้

อานิสงส์การมีศิลปะ
1.ทำคนให้เป็นคน
2.ทำคนให้ดีกว่าคน
3.ทำคนให้เด่นกว่าคน
4.ทำคนให้เลิศกว่าคน
5.ทำคนให้ประเสริฐกว่าคน
6.ทำคนให้สูงกว่าคน
7.ทำคนให้เลี้ยงชีพตัวได้
8.ทำคนให้ฉลาด
9.ทำคนให้มั่งคั่งสมบูรณ์
10.ทำคนให้ประเสริฐ
11.ทำคนให้ได้รับความสุขทั้งโลกนี้โลกหน้า
12.ทำโลกให้เจริญทั้งด้านวัตถุและจิตใจ

                                    “ผุ้มีศิลปะแม้เพียงอย่างเดียว ก็สามารถเลี้ยงชีพได้โดยง่าย” (พุทธพจน์)

           

                                                        

                                                                      สารบัญ คลิกที่นี่

 

 

สร้างโดย: 
นางปาลิดา สวนชังและนางสาวนันทิชา เรืองวินิตวงศ์

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 151 คน กำลังออนไลน์