ฮาราคีรี

 ฮาราคีรี

 

              ฮาราคีรี....พวกเรารู้จักกันว่าเป็น วิธีการฆ่าตัวตายและวิธีการประหารชีวิต ของคนญี่ปุ่นในอดีต โดยเฉพาะสมัยที่มีซามุไรมากๆ ปัจจุบันนี้การฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้ยังมีอยู่หรือไม่ในสังคมญี่ปุ่น
                   ก่อนอื่นเรามารู้จักกับคํา ๆ นี้กันก่อนว่ารากศัพท์นี้มันมาจากไหน ฮาราคีรี มาจาก

                   ฮาระ       แปล        ว่าท้อง
                    คิริ            แปล        ว่าตัด

                   การประหารชีวิตและการฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้ เขาไม่ได้เอามีดแทงเข้าไปในท้องตัวเองเฉยๆ มันมีวิธีการที่เสียวกว่านั้น

                   แทงท้องทางด้านซ้าย

                   รวบรวมพละกําลังที่มีเหลืออยู่ดึงมีดที่ปักอยู่ในท้องไปทางด้านขวา ตัดไส้ตัดพุงให้ขาด(ถ้าทําได้)

                   ถ้ายังไม่ตายให้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่อาจจะยังเหลืออยู่ดึงมีดขึ้นข้างบน

                   แค่นึกภาพก็เสียวแทนแล้ว แต่นี่ยังธรรมดา ถ้าย้อนไปในอดีต สมัยแรกๆที่นํา ฮาราคีรี มาเป็นวิธีการประหารชีวิต สมัยนู้น ฮาราคีรี มีถึง 3 รูปแบบ แบ่งประเภทตามลักษณะของตัวคันจิ เลขหนึ่ง เลขสิบ แล้วก็ เลขสาม คือตัดเป็นรูปตัวอักษรคันจินั่นเอง

                   一           十            三
                       หนึ่ง             สิบ              สาม

                  แค่แทงเข้าท้องอย่างเดียวก็เสียวแล้ว นี่ต้องลากมีดจากซ้ายไปขวาให้เป็นเลขหนึ่งอีก เลขหนึ่งอาจจะพอลุ้น แต่ถ้าเป็นรูปเลขสิบกับเลขสามนี่ คงต้องแทงท้อง ปักเข้าถอนออกกันหลายเที่ยวทีเดียวกว่าจะตายสมใจ ...ซวบ! เอ้า...ซวบอีกที ยังไม่พอ ขออีกที ซวบ! ฮือ... ขนลุก
                  จริงๆแล้วในการประหารชีวิตด้วยวิธีนี้ จะมีเพชรฆาตรอตัดหัวอยู่ด้านหลังเพื่อไม่ให้ทรมาน หลายคนบอกว่า มันเป็นเรื่องยากมากที่จะดึงมีดที่อยู่ในท้องขึ้นๆลงๆ เพราะมนุษย์เราคงทนพิษบาดแผลไม่ไหว ถ้าไม่ตายก่อนก็คงไม่มีกําลังเหลือพอที่จะทําเรื่องที่เหนือมนุษย์ ทําได้หรือไม่ได้...ความจริงเป็นอย่างไรไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าเป็นจริง ก็ต้องทึ่งกับความเป็นเลือดซามุไรของคนญี่ปุ่นในอดีตจริงๆ

                  ปี 1868 นาย เอบี มิทฟอร์ด ชาวอังกฤษ ได้เป็นประจักษ์พยานการทำฮาราคีรีเขาบันทึกว่า

 "ซามูไรเซนได้นั่งคุกเข่าอยู่บนเสื่อภายในวิหารใหญ่  เมื่อได้เวลาทำการฮาราคีรี  เขาหยิบดาบสั้นขึ้นมาจากถาดที่วางอยู่เบื้องหน้าแล้วเพ่งมองดาบเล่มนั้นคล้ายกับจะดูครั้งสุดท้ายว่า ต่อไปเขาจะนำมันติดตัวไปไหนมาไหนได้อีกแล้ว เขานั่งเงียบสงบอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรวบรวมสมาธิครั้งสุดท้าย  แล้วจึงใช้ดาบสั้นแทงชายโครงทางด้านซ้ายตรงช่วงท้องลึกลงประมาณ 6 นิ้ว  จากนั้นก็ลากคมมีดกรีดท้องมาทางชายโครงด้านขวาลงช้า ๆ จนหน้าท้องเปิดเป็นแผลยาวลำไส้ไหลทะลักออกมา แต่เขาก็ยังมิได้หยุดยั้งเพียงแค่นั้น  เขาก็ได้มิหยุดยั้งเพียงแค่นั้น เขาดึงดาบสั้นออกมาแทงลงตรงตอนบนของหน้าท้องแล้วค่อย ๆ กรีดลงเบื้องล่างเป็นรูปกากบาท  ตลอดเวลาแห่งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนั้นเขามิได้แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย  เมื่อดึงดาบสั้นออกมาจากท้องอีกครั้งหนึ่งตัวของเขาเขาเอนไปข้างหน้า ขณะเดียวกัน.ในช่วงนั้นเอง ไคซากุ-นิน(คนลงดาบเพื่อตัดคอ) ที่เฝ้ามองอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นทางเบื้องหลังด้านซ้ายของเขาได้ลุกขึ้นจากท่าคุกเข่าเงื้อดาบยาวขาววับขึ้นกลางอากาศ  แล้วฟันอย่างรวดเร็วจนศีรษะของเซนขาดหลุดออกจากบ่าทันที"
                ในสมัยเอโดะ  ก็เปลี่ยนรูปแบบเป็นแค่พิธีการอย่างเดียว คือ คนที่จะถูกประหารชีวิตจะนั่งบนเสื่อตาตามิ ข้างหน้าจะมี มีด หรือไม่ก็ พัด วางอยู่ แต่มีดนั้นก็ไม่ใช่มีดจริง เป็นมีดไม้ พอผู้ที่จะถูกประหารหยิบมีดหรือพัดขึ้นมา เพชรฆาตที่เตรียมตัวอยู่ด้านหลังก็ลงมีด ตัดหัวทันที คือ ฮาราคีรีในสมัยหลังๆเป็นเพียงแค่พิธีการเท่านั้น จริงๆแล้วก็คือการตัดหัวประหารชีวิตเหมือนบ้านเรานั่นเอง

                ปัจจุบันนี้ การฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่น ส่วนมากจะนิยมแขวนคอกันซะมากกว่า พูดว่านิยมคงไม่ดีเท่าไหร่คงต้องบอกว่าเป็นสถิติ เดี๋ยวนี้คนที่อยากตายจะไม่ทําอะไรที่มันหวาดเสียวเหมือนแต่ก่อน แต่...เมื่อหลายปีที่แล้วช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ในช่วงทรุดหนัก พนักงานที่มีอายุในหลายๆบริษัทถูกบังคับให้ลาออก....แล้วก็มีคดีที่น่าหวาดเสียวเกิดขึ้น
              พนักงานคนหนึ่งของบริษัทแห่งหนึ่ง ทําฮาราคีรี แทงท้องตัวเองต่อหน้าผู้จัดการ คําพูดที่พนักงานคนนั้นทิ้งเอาไว้คือ....

              
           ผมอุทิศทั้งกายและใจเพื่อบริษัทมาตลอด ทําไมต้องทํากับผมแบบนี้

 

 

สร้างโดย  กัญญามาศ เฮงษฎีกุล  โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

ที่มา http://hokutoda.com/society/harakiri.html

http://my.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=219485&chapter=9

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 43 คน กำลังออนไลน์