เลือกครีมกันแดด....ปราการปกป้องผิว


เลือกครีมกันแดด....ปราการปกป้องผิว

        ในแสงแดดมีทั้งรังสี ยูวีบี ทำให้ผิวไหม้แสบร้อน และสร้างเม็ดสีเมลานิน และยูวีเอ ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสี และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย ทั้งยูวีบีและยูวีเอก่อให้เกิดฝ้าและกระ หากผิวของคุณเผชิญกับแสงแดดโดยปราศจากสารป้องกันเพียงไม่นาน ผิวจะร้อนแดง ตามด้วยผิวลอกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้น เมื่อเป็นบ่อยๆ ระยะเวลาหนึ่ง อาจเสี่ยงอันตรายต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง การเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว
        ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับผิวของตนเองเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะผิวแต่ละชนิดเหมาะกับครีมกันแดดแตกต่างกัน

        1.ผิวขาวแบบชาวยุโรป เป็นผิวบางมาก เกิดผิวไหม้ง่ายมากหลังสัมผัสกับแสงแดด จึงจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ (SPF 45-60)
        2.ผิวขาวอมชมพูในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บอบบางมาก เกิดผิวไหม้ได้ไว เกิดผิวสีแทนได้ ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-45)
        3.ผิวขาวเหลืองในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บางแต่ยังมีเมลานินอยู่บ้างจึงสามารถทนต่อแสงแดด การเกิดผิวหนังร้อนแดงได้ช้ากว่าผิว 2 ชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ปานกลาง (SPF30) 
        4.ผิวคล้ำ มีเมลานินสูง ผิวสีน้ำตาลไม่เกิดการไหม้ ไม่เกิดสีแทน ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำ (SPF 15)

 

เลือกครีมกันแดดอย่างฉลาด

      1.เลือกที่ป้องกันได้ทั้ง ยูวีเอ และ ยูวีบี
            ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพควรสามารถป้องกันทั้งรังสี ยูวีเอ และยูวีบี โดยสังเกตฉลากจากส่วนผสมแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ  Physical sunscreen (สารอนินทรีย์) ได้แก่ ไททาเนียมไดออกไซด์ (TiO2 ) มีคุณสมบัติป้องกันรังสี ยูวีบีและซิงค์ออกไซด์ (ZnO) ป้องกันรังสี ยูวีเอ สาร Physical sunscreen นี้ไม่กำหนดปริมาณที่อนุญาต แต่เมื่อทาแล้วไม่ก่ออันตราย ไม่แพ้ แต่ทาแล้วเป็นปื้นขาว ทำให้หน้าขาววอกเกินไป
Chemical sunscreen (สารอินทรีย์) ลักษณะเป็นน้ำมันไม่เกิดปื้นขาว เป็นสารผสมในเครื่องสำอางควบคุม ต้องขึ้นทะเบียน
อย. เพื่อควบคุมความเข้มข้นที่ไม่ก่ออันตรายกับผิวหนัง เพราะสารเคมีบางชนิดก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สารประเภทนี้ได้แก่
Padimate O อนุญาตให้ใช้ได้ถึง 8% , Octylmethoxycinnamte 10%, Octyl salicylate 5% , Homosalate 10% 
      2.SPF ยิ่งสูงยิ่งต้องระวังแพ้
            ผู้ผลิตครีมกันแดดนิยมเพิ่มสาร chemical sunscreen เข้าไปเพื่อเพิ่มค่า SPF ให้สูงและเพิ่มราคาได้มาก ทำให้มีส่วนผสม
ของสารเคมีที่อาจทำให้เกิดการแพ้มากกว่า SPF ต่ำซึ่งมีสาร physical sunscreen ในสัดส่วนที่มากกว่า 
     3.วิธีทดสอบการแพ้ครีมกันแดด
            ให้ทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคนบางประเภท (delay sensitivity) จะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ ดังนั้นจึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริงๆ

สร้างโดย: 
เมธินี ประสานดี ม.6/5 เลขที่ 3

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 27 คน กำลังออนไลน์