www.thaigoodview.com จัดสร้างเพื่อใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
หากท่านคิดว่ามีคุณค่าต่อเยาวชนไทย ต่อลูกหลานเยาวชนไทย ช่วยกันบอกต่อไป และคลิก ตั้งเป็นหน้าแรก

ชนิดของประโยค




                                        ประโยค     ความหมายของประโยค

         

   ประโยค คือ ถ้อยคำที่มีเนื้อความครบสมบูรณ์ ทำให้รู้ว่าใครทำอะไร เช่น นักเรียนอ่านหนังสือ,    ใครมีสภาพอย่างไร เช่น หน้าต่างเปิด,    หรือใครรู้สึกอย่างไร เช่น คุณพ่อโกรธ      ส่วนประกอบของประโยค

         

   ประโยคแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ ภาคประธานกับภาคแสดง

         

   ภาคประธาน คือส่วนสำคัญของข้อความ เพื่อบอกให้รู้ว่าใคร หรือสิ่งใด มักเป็นคำนามหรือสรรพนาม แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ บทประธานและบทขยายประธาน

         

   ภาคแสดง คือส่วนที่แสดง อาการของภาคประธาน ให้ได้ความหมายครบถ้วน ว่าแสดงอาการอย่างไร แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบทขยายกรรม

         

   ประโยคแต่ละประโยคจะต้องมี บทประธาน  บทกริยา หรือ บทประธาน บทกริยา และบทกรรม ส่วนบทขยายนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้                          รูปของประโยค

      

เราสามารถแบ่งรูปประโยคได้หลายชนิด ดังนี้     1. ประโยคบอกเล่า  คือประโยคที่มีใจความเพื่อบอกให้ทราบ ว่าใครทำอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร เป็นการแจ้งเรื่องราวให้ทราบ หรือบอกเรื่องราวต่าง ๆ เช่น ฉันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6,  พ่อของฉันเป็นชาวนา

      

   2. ประโยคปฏิเสธ  คือประโยคที่มีใจความไม่ตอบรับ มีเนื้อความตรงกันข้ามกับประโยคบอกเล่า มักใช้คำว่า ไม่ ไม่ได้ ไม่ใช่ มิได้ ประกอบ เช่น ฉันไม่ได้ลอกการบ้านเพื่อน  ปากกาด้ามนั้นไม่ใช่ของฉัน

      

   3. ประโยคคำถาม  คือประโยคที่มีใจความเป็นคำถาม เพื่อต้องการคำตอบ คำที่เป็นคำถามจะอยู่ต้นประโยค หรือท้ายประโยคก็ได้ ประโยคคำถามมี 2 ลักษณะดังนี้

           

   1.ประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบรับหรือปฏิเสธ มักมีคำที่ใช้ถามว่า หรือ  หรือไม่  ไหน  อยู่ท้ายประโยคคำถาม  เช่น              ถามว่า    เธอชอบอากาศหนาวมากกว่าอากาศร้อนหรือ              คำตอบคือ ครับผมชอบอากาศหนาวมากกว่าอากาศร้อน

           

   2.ประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบเป็นเนื้อความใหม่ มักมีคำที่ใช้ถามว่า  ใคร  อะร  ที่ไหน  เมื่อไร  อย่างไร  เหตุใด  เท่าใด  คำเหล่านี้จะอยู่ต้นประโยคหรือท้ายประโยคก็ได้  เช่น             ถามว่า ใครเป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียนในวันนี้             คำตอบคือ สมบัติเป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียนวันนี้ครับ

      

   4. ประโยคขอร้อง  คือประโยคที่มีข้อความแสดงความต้องการให้ช่วยเหลือในลักษณะต่าง ๆ มักจะมีคำว่า  โปรด  กรุณา  ช่วย  วาน  อยู่หน้าประโยค และมักจะมีคำว่า  หน่อย  ซิ  นะ  อยู่ท้ายประโยค เช่น โปรดมานั่งข้างหน้าให้เต็มก่อน  กรุณาอย่าจอดรถขวางประตู  วานลบกระดานดำให้ครูหน่อย

       

   5. ประโยคคำสั่ง  คือประโยคที่บอกให้บุคคลอื่นทำ หรือไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักจะละประธานไว้  เช่น  ห้ามเดินลัดสนาม  อย่าคุยกันในห้องเรียน

      

   6. ประโยคแสดงความต้องการ  คือประโยคที่แสดงความอยากได้  อยากมี  อยากเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักมีคำว่า  อยาก  ต้องการ  ปรารถนา  ประสงค์     อยู่ในประโยค  เช่น  พ่อต้องการให้ฉันเป็นทหาร  ฉันอยากเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษา  พี่ปรารถนาจะให้น้องเรียนหนังสือเก่ง  ครูประสงค์จะให้นักเรียนลายมืองาม

 

 



สร้างโดย: 
พฤฒ

ประกวดสื่อดิจิทัล ครั้งที่ 4

ลิงค์ผู้สนับสนุน

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่ทำการบ้านส่งครู
โดยการสร้างบล็อก
กรุณาอย่าคัดลอกข้อมูล
มาจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรจะนำมาจากหลายๆเว็บ
แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์
แล้วเขียนขึ้นมาใหม่
หากคัดลอกมาทั้งหมด
จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง
ช่วยกันนะครับ
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ
ไม่ถูกปิดเสียก่อน
ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 3310 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • soondwyerapojbpjtul