ปฏิวัติอังกฤษ

ประชาธิปไตยในอังกฤษ
คำสำคัญ
   1. แมกนาคาร์ตา   2. การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์  3. Reform  Bill 
คำถามชวนคิดเพราะเหตุใดการปฏิวัติในอังกฤษจึงเป็นการปฎิวัติโดยไม่เสียเลือดเนื้อ
การปฏิวัติในอังกฤษ
  อังกฤษเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่บทของประชาธิปไตย ลักษณะการปกครองของอังกฤษ
ถือได้ว่าเป็นแบบสถาบันกษัตริย์โดยรัฐธรรมนูญ (Constitutional monarchy) และประชาธิปไตยโดยรัฐสภา การพัฒนาการเมืองของอังกฤษมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายสมัยกลาง กล่าวคือ ใน ค.ศ. 1215 ขุนนางบีบบังคับให้พระเจ้าจอห์นที่ 5 ยอมรับใน  กฏบัตรแมกนาคาร์ตา (Magna Carta) ซึ่งจำกัดพระราชอำนาจของกษัตริย์อังกฤษ อย่างไรก็ตามกษัตริย์อังกฤษหลายพระองค์พยายามที่จะหลีกเลี่ยงและละเมิดกฏบัตรดังกล่าว

 

http://farm1.static.flickr.com/48/144922112_19ff6c2755_o.jpg


    หลังจากสงครามกลางเมือง (Civil War) ค.ศ.1642-1649   กษัตริย์อังกฤษพระเจ้าชาร์ลสที่ 1  ถูกสำเร็จโทษ อังกฤษปกครองระบอบสาธารณรัฐชั่วระยะเวลาหนึ่ง(ค.ศ. 1649-1659)โดย โอลิเวอร์  ครอมเวลล์ มีการปราบผู้ที่ไม่เห็นด้วย  ถือว่าเป็นยุคแห่งความหวาดกลัว  เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม  เกิดการสู้รบนองเลือดจนมีการประกาศยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของอังกฤษยุบสภาโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เสียชีวิตลงรัฐสภาได้ฟื้นฟูระบบกษัตริย์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยเชิญกษัตริย์ในราชวงศ์สจ๊วตมาปกครอง 
   การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างถาวรเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1688 เนื่องจากพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ไม่ยอมรับอำนาจรัฐสภา  รัฐสภาร่วมมือกับประชาชนต่อต้านจนพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ต้องสละราชสมบัติและมีการสถาปนาพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 แห่งฮอนแลด์( เมื่อมาปกครองที่อังกฤษเปลี่ยนเป็นพระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 3 ) ร่วมกับพระนางแมรีที่ 2 การปฏิวัติในครั้งนี้ได้มีการประกาศ พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิ(Bill of Rights ค.ศ. 1689) ที่ย้ำถึงสิทธิและเสรีภาพที่ชาวอังกฤษควรมีได้รับเท่าเทียมกันและอำนาจของรัฐสภามีเหนือสถาบันกษัตริย์ ซึ่งท้ายที่สุดได้เกิดการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์(Bloodless  Revolution หรือ Glorious Revolution) โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ถือว่าเป็นการสิ้นสุดระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

 

http://www.spartacus.schoolnet.co.uk/Pcommons.jpg

   อังกฤษได้พัฒนามาสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติปฏิรูป (Reform  Bill  ) ใน ค.ศ. 1832 และ ค.ศ. 1867 ซึ่งขยายสิทธิการเลือกตั้งให้กับสามัญชน    และการเพิ่มอำนาจและบทบาททางการเมืองของสภาสามัญให้มากขึ้น
สรุป   อังกฤษได้วางรากฐานการปกครองไว้ 3 ประการ คือ
   1. การมีรัฐบาลโดยได้รับความยินยอมพร้อมใจ
   2. การมีตัวแทนของประชาชน
   3. การมีกฎเกณฑ์ของกฎหมายโดยรัฐธรรมนูญ
   รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของอังกฤษ เป็นรัฐธรรมนูญที่มิได้มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการฉบับเดียวที่แน่นอน   ดังเช่นในประเทศอื่นๆ  บางส่วนเป็นกฎหมายที่ออกตามสถานการณ์ เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ หรือเป็นกฎที่มาจากการปฏิบัติที่เป็นประเพณีสืบกันมา

 

                                                                                        

สร้างโดย: 
น.ส.สุธิดา เด่นประภา โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ครูที่ปรึกษา อ.กัญฐินีภรณ์ ประถมด้วง

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 15 คน และ ผู้เยี่ยมชม 416 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • topkung
  • maitzaza255
  • swk37084
  • Thaksaphon Siripant
  • xyho0850