ความเป็นมาของอังกะลุง

อังกะลุง

ที่มารูป : http://gotoknow.org/file/chaowmobile/IMG_6680.jpg

  อังกะลุง  เป็นเครื่องดนตรีประเภท  “ ตี ” มีเสียงที่เกิดจากการกระทบของไม้ไผ่ กับรางไม้     ต้นแบบจากประเทศชวา (ประเทศอินโดนิเชีย )  ที่เรียกว่า “อุงคะลุง ”
จากตอนหนึ่ง  ในหนังสืออนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ ครูนาม  พุ่มอยู่ ได้มีบทความเกี่ยวกับเรื่องราวของอังกะลุงซึ่งรวบรวมและเขียนโดย อาจารย์พูนพิศ  อมาตยกุล ว่า“ อังกะลุง ”เข้ามาในประเทศไทยเมื่อราว พ.ศ.  2451โดยท่านครูจางวางศร ศิลปบรรเลง (หลวงประดิษฐ์ไพเราะ )เป็นผู้นำเข้ามา เมื่อครั้งท่านครู ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระอนุชาธิราช  เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมหลวงพันธุ์วงศ์วรเดช ( อนุชาร่วมพระชนกชนนี กับพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 )  ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสประเทศชวากล่าวกันว่า อังกะลุงชวาที่นำเข้ามาครั้งแรกเป็นอังกะลุงชนิดคู่ ( ใช้ไม้ไผ่เพียง 2 กระบอก )  มีขนาดใหญ่มากและมีน้ำหนักมาก เกินกว่าจะเขย่าโดยวิธียกได้ นอกจากจะใช้วิธีการบรรเลงแบบชวา  คือมือหนึ่งถือไว้ อีกมือหนึ่งไกวให้เกิดเสียงอังกะลุงที่นำเข้ามาสมัยนั้น  มี  5  เสียง  ทำด้วยไม้ไผ่ทั้งหมด ทั้งตัวอังกะลุงและรางที่เป็นตัวกลอกไปมาของฐาน  ไม่มีเครื่องประกอบตกแต่งใด ๆเช่นหางนกยูง หรือธงชาติอย่างในปัจจุบัน

 

ที่มารูป : http://www.thaifastads.com/adpics/4a98b0bb5d24147c12bd2e7e5.jpg

ในสมัยต่อมาจึงมีการพัฒนาอังกะลุง โดยขยายจำนวนไม้ไผ่เป็น  3  กระบอก  ลดขนาดให้เล็กและเบาลงเพิ่มเสียงจนครบ 7 เสียง ในสมัยรัชการที่ 6 เชื่อกันว่า มีการพัฒนาการบรรเลง จากการไกว  เป็นการเขย่าแทน นับว่า เป็นต้นแบบของการบรรเลงอังกะลุงในปัจจุบัน


 หลวงประดิษฐ์ไพเราะ  ได้นำวงอังกะลุง จากวังบูรพาภิรมย์  ไปแสดงครั้งแรกในงานทอดกฐินหลวง  ที่วัดราชาธิวาส ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่  6   แต่ไม่ทราบว่าเป็นปีใด
ปัจจุบัน  วงอังกะลุง ได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและเป็นที่ชื่นชอบของคนที่ได้ฟังเสียงเพราะเสียงที่เกิดจากการกระทบของกระบอกไม้ไผ่กับรางมีความไพเราะที่แปลกไปจากเครื่องดนตรีชนิดอื่นแม้แต่ชาวต่างประเทศที่ได้เห็น ได้ฟัง ยังแสดงความชื่นชอบจนต้องขอซื้อเครื่องดนตรีชนิดนี้  ไปเป็นที่ระลึกด้วย
วงอังกะลุง  จะประกอบไปด้วยชุดอังกะลุงซึ่งมีจำนวนอย่างน้อย 7 คู่   เครื่องประกอบจังหวะเช่น ฉิ่ง,ฉาบเล็ก, กรับ,โหม่ง, กลองแขกและเครื่องตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงาม เช่นธงชาติ,หางนกยูง เป็นต้น  ตามสถานศึกษาต่าง ๆ มักนิยมนำมาฝึกหัดให้กับนักเรียน  เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีไทย ที่ให้เสียงไพเราะ ฝึกหัดไม่ยาก  ใช้งบประมาณในการจัดตั้งวงไม่สูงมากนัก (ประมาณ 10,000  บาท)  ทั้งยังเป็นการสร้างความสามัคคีและความพร้อมเพรียงให้กับหมู่คณะอีกด้วย เพราะวงอังกะลุงปกติ ผู้บรรเลงเพียงคนเดียว ทำไม่ได้  (นอกจากจะใช้แบบ อังกะลุงราว)

 

 

 

สร้างโดย: 
น.ส. อนันตพร โอตตัปปะวงศ์ เเละ อ.เพ็ญศรี รอดจากภัย โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 7 คน และ ผู้เยี่ยมชม 394 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • jeffereybr
  • nathida
  • noopoo27
  • ssspoonsak
  • sss29266