ราชาศัพท์

ที่มาของราชาศัพท์
                ที่มาของราชาศัพท์อาจพิจารณาได้  ๒  ทาง  คือ  ที่มาทางสังคมและประวัติศาสตร์ทางหนึ่ง  กับทางภาษาอีกทางหนึ่ง
                ในทางประวัติศาสตร์  ราชาศัพท์เกิดขึ้นชั้นแรกเพื่อเทิดพระเกียรติพระราชาธิบดีหรือพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ทรงเป็นประมุขของชาติให้สูงกว่าคน
ในชาติ
                ในทางภาษา  หากพิจารณาคำราชาศัพท์จะเห็นว่าคำศัพท์ที่ใช้เรียก
เครือญาติ  ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย  สิ่งของ  กิริยาอาการและกิจกรรมต่าง ๆ ของพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์  มีทั้งที่มาจากคำไทยดั้งเดิมและคำที่รับมาจากภาษาอื่น ที่สำคัญคือภาษาบาลี  ภาษาสันสกฤต  และภาษาเขมร  คำที่มาจากภาษาอื่นนอกจากสามภาษานี้มีไม่มากนัก
                เหตุที่ใช้คำภาษาเขมร  ภาษาสันสกฤต  และภาษาบาลีเป็นคำราชาศัพท์ของไทยนั้น  นักปราชญ์ทางประวัติศาสตร์และทางภาษากล่าวว่า  การนำคำในภาษาเขมรมาใช้นั้นเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวไทยในฐานะทรงเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน  ส่วนที่ใช้คำภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต  เป็นราชาศัพท์นั้น  เพราะคำทั้งสองเป็นคำทางพระศาสนาซึ่งถือว่าเป็นคำสูง  จึงนำมาใช้เป็น
ราชาศัพท์ด้วย
                ราชาศัพท์ส่วนมากเป็นศัพท์ที่มาจากภาษาบาลี  สันสกฤต  เขมร  และคำไทยรุ่นเก่าจะสังเกตได้ว่ามักเป็นคำประสม  ซึ่งประกอบขึ้นตั้งแต่คำสองคำขึ้นไป  และกำหนดให้ใช้ในที่ต่ำสูงต่างกัน

 

ตัวอย่างให้เห็นวิธีตกแต่งคำในภาษาให้เป็นคำราชาศัพท์เป็นพวก ๆ ไปดังนี้
              

  ราชาศัพท์ที่ตกแต่งขึ้นจากคำไทยดั้งเดิม
๑. คำที่ใช้เรียกเครือญาติ  เช่น  พี่  น้อง  ลูก  อาจตกแต่งให้เป็น         
คำราชาศัพท์สำหรับพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์  โดยมีคำอื่นเข้าประกอบ  ดังนี้
 พระเจ้าพี่นางเธอ            หมายถึง          พระองค์เจ้าที่เป็นพี่สาวของพระมหากษัตริย์
                เจ้าเจ้าน้องนางเธอ              หมายถึง                 พระองค์เจ้าที่เป็นน้องสาวของพระมหากษัตริย์
                พระเจ้าหลานเธอ                หมายถึง                 พระองค์เจ้าที่เป็นหลานชายหรือหลานสาวของพระมหากษัตริย์
                ถ้าเป็นคำราชาศัพท์ที่สูงขึ้นไปกว่านี้  เช่นคำร่าชาศัพท์ที่ใช้สำหรับเจ้าฟ้าที่เป็นพี่สาว  น้องสาว  หลานชายหรือหลานสาวของพระเจ้าแผ่นดิน  ก็มีวิธีตกแต่งต่างกันไปอีก  ดังนี้
                สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ                    หมายถึง                 เจ้าฟ้าที่เป็นพี่สาวของพระมหากษัตริย์
                สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ               หมายถึง                 เจ้าฟ้าที่เป็นน้องสาวของพระมหากษัตริย์
                สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ                    หมายถึง                 เจ้าฟ้าที่เป็นหลานชายหรือหลานสาวของพระมหากษัตริย์
                ข้อสังเกต  คำไทยดั้งเดิมที่เป็นชื่อเรียกเครือญาติทุกคำจะนำมาตกแต่งให้เป็นคำราชาศัพท์  โดยใช้แนวเทียบข้างต้นไม่ได้เสมอไป  เช่น  ลุง  ป้า  ราชาศัพท์ใช้คำว่า  พระปิตุลา  พระมาตุจฉา


๒.คำที่ใช้เรียกส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างกาย  เช่น  เส้นผม  กราม  เต้านม  ก้น(ที่นั่งทับ)  ฝี  มีวิธีตกแต่ง  ดังนี้
                พระจุไร           หมายถึง           ไรจุก  ไรผม     ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์
                พระกราม     หมายถึง      กราม        ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์
                พระเต้า    หมายถึง     เต้านม      ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์
                พระที่นั่ง   หมายถึง   ก้น  ที่นั่งทับ        ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์
                พระยอด   หมายถึง    ฝี  หัวฝี        ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์
                คำ  เส้นพระเจ้า  และพระยอด  นั้น  ตกแต่งขึ้นใหม่โดยไม่ได้ใช้คำเดิม
ข้อน่าสังเกต    คือ  คำไทยเดิมที่เป็นคำนามซึ่งนำมาตกแต่งโดยเติม
คำ  พระ  ข้างหน้าให้สำเร็จเป็นราชาศัพท์นั้นมีน้อยคำ


๓. คำที่ใช้เรียกกิริยาอาการ  มีวิธีตกแต่งดังนี้
ทรงระลึกถึง     หมายถึง       ระลึกถึง        ใช้สำหรับพระราชวงศ์
ทรงเล่าเรียน    หมายถึง     เรียน  ศึกษา     ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์
ทรงยืน           หมายถึง    ยืนใช้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์
ทรงกระแอม     หมายถึง    กระแอม         ใช้สำหรับพระราชวงศ์
ทรงอาเจียน    หมายถึง    อาเจียน          ใช้สำหรับพระราชวงศ์
ทรงช้าง        หมายถึง      ขี่ช้าง           ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์


๔. คำที่ตกแต่งให้เป็นคำราชาศัพท์โดยเติมคำว่า  ทรง  ลงข้างหน้า  เช่น  ตัวอย่างในข้อ  ๓  มีมาก  แต่มิได้หมายความว่าจะทำได้แก่คำไทยทุกคำที่เป็นกริยาหรือนาม  เช่น  ไหว้  ถ้าใช้เป็นราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์  ใช้  ทรงคม  อาบน้ำ  ให้ใช้  สรงน้ำ  ดำ  ให้ใช้  ทรงคล้ำไป


คำที่ใช้เรียกเครื่องใช้ทั่วไป  ภาชนะใช้สอย  มีวิธีตกแต่งโดยใช้คำ  พระ  เข้าประกอบ  เช่น
พระแท่น               หมายถึง                 เตียง  ที่นั่ง
พระทวย                หมายถึง   คันทวยสำหรับรองรับกระโถนหรือรับพระภูษาโยง
พระอู่                     หมายถึง                 เปล
พระล่วม                หมายถึง                 กระเป๋าหมากบุหรี่

 

สร้างโดย: 
นางสาวอมรรัตน์ บุนนาค และคุณครูศรีสวาสดิ์ บุนนาค โรงเรียนสตีศรีสุริโยทัย กทม.

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 3 คน และ ผู้เยี่ยมชม 441 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • สุนิสา
  • RK DUDE
  • ppm03968