อาณาจักรศรีวิชัย

 

 อาณาจักรศรีวิชัย

ขอบคุณภาพจาก : http://img441.imageshack.us/img441/3722/281copywh1.jpg

 

    อาณาจักรศรีวิชัย  ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 11 หรือ 12  สิ้นสุดลงประมาณ พุทธศตวรรษที่ 18 – 19เป็นรัฐชายฝั่งทะเลที่มีอิทธิพลการค้าทางทะเลระหว่างอินเดียกับเมืองจีน  รวมทั้งการค้าระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะในหมู่เกาะอินโดนีเซีย

    จุดเริ่มต้นของอาณาจักรศรีวิชัยมาจากการอ่านศิลาจารึกหลักที่ 23  ซึ่งมีศักราชกำกับว่าเป็นพุทธศักราช 1318ที่พบทางภาคใต้ของประเทศไทยในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือสุราษฎร์ธานี  จารึกมีข้อความที่กล่าวถึง “พระเจ้ากรุงศรีวิชัย”  และเมื่อนำไปประกอบกับบันทึกของภิกษุอี้จิง (I-Ching)  ซึ่งได้เดินทางโดยทางเรือจากเมืองกวางตุ้งมาศึกษาพระธรรมวินัยในปี พ.ศ. 1214  ได้กล่าวว่า เมื่อเดินทางเรือมาได้ 20 วัน ได้แวะอาณาจักรโฟซิ (Fo-Shih)  ท่านได้แวะศึกษาไวยากรณ์ภาษาสันสกฤตอยู่ 6 เดือนก่อนที่จะเดินทางไปอินเดีย  หลังจากศึกษาที่อินเดียอยู่ 10 ปี  ได้กลับมาที่โฟซิอีกครั้ง  ซึ่งขณะนั้นได้กลายเป็นอาณาจักร ซิลิโฟซิ (Shih-li-Fo-Shih)ไปแล้ว  ศาสตราจารย์ยอร์จ  เซเดย์  สรุปว่าอาณาจักรเซลิโฟซิ ก็คือ อาณาจักรศรีวิชัย อันเป็นอาณาจักรหนึ่งที่มีอำนาจทางการเมืองมั่นคง มีอาณาเขตกว้างขวางครอบคลุมหมู่เกาะต่างๆ บริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรมาเลย์  ตลอดขึ้นมาถึงดินแดนบางส่วนของคาบสมุทร  โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง  เกาะสุมาตรา ในประเทศอินโดนีเซีย

   นักโบราณคดีหลายท่านมีความเห็นสอดคล้องกับศาสตราจารย์ยอร์จ  เซเดย์  เนื่องจากได้พบศิลาจารึก 8 หลักบนเกาะสุมาตรา  มีอยู่ 2 หลัก กำหนดอายุในช่วงเดียวกับการเดินทางมาถึงของภิกษุอี้จิง  อย่างไรก็ตามนักวิชาการ เช่น ราเมชจันทร์  มาชุมดาร์ ควอริทช์-เวลส์  และหม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ  รัชนี  มีความเห็นว่า ศูนย์กลางของศรีวิชัยควรจะอยู่บนคาบสมุทรมาเลย์  โดยเฉพาะหม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ  รัชนี  มีความเห็นว่าจารึกที่กล่าวถึงอาณาจักรศรีวิชัยที่พบที่ไชยา สุราษฎร์ธานี นั้น เป็นจารึกภาษาสันสกฤต ซึ่งตรงกับบันทึกของภิกษุอี้จิง  ในขณะที่จารึกที่พบบนเกาะสุมาตราเป็นภาษามลายูโบราณ และเมื่อพิจารณาถึงการเดินเรือเพียง 20 วัน ของภิกษุอี้จิง ควรถึงเมืองไชยา สุราษฎร์ธานี และคงไม่ผ่านเส้นศูนย์สูตรไปถึงเกาะสุมาตรารวมทั้งทางภาคใต้ของประเทศไทยก็ได้พบโบราณวัตถุ โบราณสถาน ซึ่งมีลักษณะที่เรียกว่า “ศิลปกรรมแบบศรีวิชัย” กำหนดอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-18

     ลักษณะศิลปแบบศรีวิชัยส่วนมากเป็นศิลปที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน  จึงมักพบพระรูปพระโพธิสัตว์  เช่น  พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  พระศรีอายิยเมตไตรยโพธิสัตว์  พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ  และศิลปวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพราหมณ์ในลัทธิไวษณพนิกาย  นอกจากนั้นยังพบร่องรอยของสถาปัตยกรรมตลอดจนโบราณสถานทั้งในปาเล็มบัง  เกาะสุมาตรา  และคาบสมุทรมาเลย์ทางภาคใต้ของประเทศไทย

     จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบโดยกว้างจากปาเล็มบัง  เกาะสุมาตรา  อินโดนีเซีย  มาจนถึงคาบสมุทรมาเลย์  และทางภาคใต้ของประเทศไทย ได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับศรีวิชัยคือ “ศรีวิชัย” ไม่ใช่ชื่ออาณาจักรที่มีศูนย์กลางของอำนาจในทางการเมืองและควบคุมเศรษฐกิจอยู่เมืองใดเมืองหนึงเพียงแห่งเดียว  แต่ศรีวิชัยเป็นชื่อกว้างๆ ทางศิลปะ และวัฒนธรรมของบ้านเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าทางทะเลแถบคาบสมุทร  กลุ่มบ้านเมืองหรือแว่นแคว้นต่างๆ เหล่านี้มีวัฒนธรรมร่วมกันคือ การนับถือพุทธศาสนามหายานและมีรูปแบบศิลปกรรมแบบศรีวิชัยเช่นเดียวกัน  แว่นแค้วนและบ้านเมืองทั้งบนผืนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะเกี่ยวข้องกันในลักษณะของสหพันธรัฐที่มีศูนย์กลางอำนาจเปลี่ยนแปลงไปตามความผันแปรทางเศรษฐกิจ

    ความสำคัญของศรีวิชัยที่ปรากฏจากจดหมายเหตุของจีนสมัยราชวงศ์ถังคือ เป็นศูนย์กลางการค้าขายสินค้าข้ามสมุทรทางฝั่งทะเลตะวันตกและตะวันออก  ผ่านช่องแคบมะละกา  ดังนั้นจึงได้พบ ลูกปัดจากดินแดนทางตะวันตกและเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถัง  ซึ่งพบเรื่อยลงมาทั้งที่เกาะสุมาตราและทางภาคใต้ของประเทศไทย  แต่ในที่สุดความรุ่งเรืองทางการค้าของศรีวิชัยก็ลดลงเมื่อจีนได้พัฒนาเรือที่ค้าขายและทำการค้าขายโดยตรงกับบ้านเมืองที่อยู่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16  และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ทำให้เมืองทางแถบคาบสมุทรทางภาคใต้ของประเทศไทยรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

    ศูนย์กลางของศรีวิชัยอยุ่ที่เมืองใด เป็นปัญหาที่ยังไม่ยุติ  อาจมีหลายเมืองสืบต่อกันและเมืองหลวงแห่งแรกคือ ปาเลมบัง  เมืองปาเลมบังตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของเกาะสุมาตรา มีแม่น้ำมูสีไหลผ่านตัวเมืองเข้าไปจนถึงแผ่นดินภายในเกาะ  สภาพเช่นนี้ ทำให้ปาเลมบังเป็นเมืองท่าที่เหมาะสม  สำหรับการขนถ่ายสินค้าจากภายในแผ่นดินออกสู่ทะเล  ดังนั้นศรีวิชัยจึงสามารถครอบครองช่องแคบมะละกา  ตลอดจนรัฐในคาบสมุทรมลายูทั้งหมด  รวมทั้งลังกาสุคะที่ร่วมสมัยกัน

    โอ ดับเบิลยู โวลเตอร์   ชาวอเมริกันผู้เชียวชาญประวัติศาสตร์โบราณของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นผู้เสนอว่า  เมืองปาเลมบังเป็นศูนย์กลางของศรีวิชัย  เพราะจากการศึกษาทางโบราณคดีพบเมืองโบราณ มีคูน้ำล้อมพระราชวัง  มีร่องรอยการค้าต่างประเทศคือ  ถ้วยชามกระเบื้องสมัยราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ้องตอนต้นของจีน  บริเวณภูเขาบูกิตซีกุนตัง   และมีจารึกของชาวอินโดนีเซียตั้งแต่ พ.ศ.1225  ที่จารึกไว้ว่ามีแคว้นศรีวิชัยตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านกะรังอันยาร์  ซึ่งอยู่ทางฝ่างด้านเหนือของแม่น้ำมูกับเมืองปาเลมบัง  และในจดหมายเหตุของมาเลย์ก็บันทึกไว้ว่าหมู่บ้านกะรังอันยาร์เป็นถิ่นกำเนิดของผู่ก่อตั้งรัฐมะละกา

    เคยมีการตีความกันว่าเมืองนครศรีธรรมราช  อาจเป็นเมืองหลวงของศรีธรรมราช  อาจเป็นเมืองหลวงของศรีวิชัย  เพราะใน พ.ศ. 1318 มีการฝังเสาหินจารึกยอพระเกียรติของศรีวิชัย ที่เมืองนครศรีธรรมราช  แต่นักประวัติศาสตร์คนไทยได้คัดค้าน อ้างว่า ศิลาจารึกตันจอ  และบันทึกของชาวจูเกาะ  ซึ่งตีความได้ว่านครศรีธรรมราชเป็นเพียงเมืองขึ้นของศรีวิชัย  และนครศรีธรรมราชคือแคว้นตามพรลิงค์  และยังได้คัดค้านประเด็นที่ว่าเมืองหลวงของศรีวิชัย  อยู่ที่เมืองปาเลมบัง  โดยได้อ้างบันทึกของพระภิกษุจีนชื่อ อิจิง  ที่บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. 1214 - 1238  โดยเดินทางมากับเรือพ่อค้าชาวเปอร์เซียจากกวางตุ้งได้  20  วัน  ก็มาถึงเมือง โฟซิ  ถึงเมืองไชยา  แล้วพักอยู่  6  เดือน  เพื่อเรียนภาษาสันสกฤตแล้วเดินทางต่อไปจนถึงเมืองโบราณชื่อเมือง โมโลยู  หรือมาลายู อยู่เกาะกลางสุมาตรา พักอยู่  2  เดือน  เพื่อรอลมเปลี่ยนทิศทาง  แล้วแล่นเรือกลับผ่านช่องแคบมะละกา  15  วัน  ก็ถึงเมืองเกียขะ หรือเคดาร์ (ไทรบุรี)  จากนั้นก็ข้ามมหาสมุทรไปอินเดีย  จากบันทึกนี้แสดงว่าพระภิกษุอิจิงไม่เคยลงไปถึงเมืองปาเลมบัง  แต่พักอยู่ที่เมืองไชยาซึ่งเป็นเมืองสำคัญและยังมีร่องรอยทางโบราณคดี  โบราณสถานอีกมากมายที่แสดงถึงวัฒนธรรมของศรีวิชัย จนทำให้เชื่อว่าเมืองไชยาคือเมืองหลวงของศรีวิชัย

 

                                                                                     

สร้างโดย: 
น.ส. จุฑารัตน์ พุลี และ ครู วราภรณ์ สุขสายชล

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 53 คน กำลังออนไลน์