ผ้ามัดหมี่

ผ้ามัดหมี่

 

          ผ้าไหมมัดหมี่เป็นที่รู้จักและใช้สอยกันมาช้านานแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดสืบประวัติได้ว่าเริ่มต้นที่ ประเทศใดและในศตวรรษใด มีหลายประเทศที่ใช้ผ้าไหมมัดหมี่ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหมโดย เฉพาะประเทศในทวีปอาเซียเช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส ์อินเดียและจีน เป็นต้น
          การรู้จักการทำผ้าไหมในประเทศไทยสืบย้อนไปถึงสมัยประวัติศาสตร์ยุคบ้านเชียงตาม ที่ได้มีการขุดค้นศิลปะวัตถุบ้านเชียง จ. อุดรธานี ได้หลายอย่างและในจำนวนนั้นมีกำไลที่มีเศษเส้น ไหมมีอยู่ด้วย ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าแปลกใจในการที่ชาวบ้านภาคอีสานรู้จักการทอผ้าไหมใช้กันสืบทอดมาหลายชั่วคน ลวดลายของผ้าไหมมัดหมี่เกิดจากจินตนาการของผู้มัดเส้นไหมซึ่งอาจคิดลายขึ้นตาม
สิ่งแวดล้อม และขนบประเพณีที่ได้พบเห็นทุกวัน เช่น ลายสัตว์ ลายใบไม้ ลายดอกไม้หรือลาย
เครื่องใช้ไม้สอยบางอย่าง เช่น ลายบายศรี ลายโคมห้า ลายโคมเจ็ด เป็นต้น อนึ่งลายและสีของ
ผ้าไหมลายมัดหมี่ก็ยังแตกต่างกันไปเป็นแบบอย่างของหมี่อีสานเหนือ หมี่อีสานใต้ และหมี่ภาค
กลาง ทั้งนี้ก็เนื่องจากความเคยชินในสิ่งแวดล้อมดังกล่าว

          คำว่า "มัดหมี่" เป็นลักษณะของการประดิษฐ์ลวดลายให้เกิดบนผืนผ้าด้วยการใช้เชือก
มัดเส้นไหมหรือฝ้ายส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีเวลาย้อมเป็นเปราะหลังจากการย้อมแล้วเมื่อตัด
เส้นเชือกที่มัดออกจึงเกิดลวดลายตามต้องการ
          มัดหมี่ที่รู้จักและทำกันในประเทศต่างๆมี 3 ชนิด ได้แก่
          1. มัดหมี่เส้นพุ่ง
          2. มัดหมี่เส้นยืน
          3. มัดหมี่เส้นพุ่ง และเส้นยืน (สำหรับประเทศไทยทำกันเฉพาะเส้นพุ่งเท่านั้น และ
ทำกันมากในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคอีสาน)

          ผ้าไหมมัดหมี่เป็นศิลปการทอผ้าพื้นเมืองชนิดหนึ่งนิยมทำกันมานานแล้วในภาคตะวัน
ออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และบางที่ในเขตภาคกลาง เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี
กาญจนบุรี ลพบุรี และชัยนาท วิธีการทำผ้ามัดหมี่คือการมัดด้ายให้เป็นลวดลายที่เส้นพุ่งหรือเส้นยืนด้วยเชือกแล้วนำไปย้อมสี เพื่อให้
สีและลายตามกำหนด แล้วจึงนำมาทอเป็นผ้า ผ้าไหมมัดหมี่ในบ้านเราส่วนใหญ่นิยมทอผ้ามัดหมี่เส้นพุ่ง แต่มีบางจัดหวัดที่มีการทำ
ผ้าไหมมัดหมี่โดยใช้เส้นยืน ซึ่งได้แก่จังหวัด เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี เพชรบุรี บางแห่งมีการทอผ้ามัดหมี่สลับการกับลายขิต
เพื่อเพิ่มความงดงามให้แก่ผ้าไหมมากยิ่งขึ้น

           การทอผ้ามัดหมี่จะมีอยู่ทั่วไป2ลักษณะคือ
          1. การทอผ้ามัดหมี่2ตะกรอเป็นลายขัดธรรมดาผ้าจะใช้ได้เพียงหน้าเดียว
          2. การทอผ้ามัดหมี่ 3 ตะกรอ เป็นการทอผ้าลายสอง เนื้อผ้าจะแน่น สามารถใช้ผ้าได้ ทั้ง 2 ด้านโดยด้านหน้าจะให้สีสันสดใส
และลวดลายชัดกว่าด้านใน
          ในปัจจุบันมีการทอผ้ามัดหมี่กันหลายรูปแบบ มีการดัดแปลงลายพื้นบ้านผสมกับลายโบราณที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาเรื่อยๆ อีก
ทั้ง ปัจจุบันผ้าไหมมัดหมี่ได้มีการนำมาออกแบบเสื้อผ้าสตรี-บุรุษ ได้อย่างสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นมาก

          ผ้าไหมมัดหมี่ที่มีการผลิตกันมาก และเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ลาย ต่าง ๆ ทั้ง 2 ตะกรอ และ 3 ตะกรอ
ผ้าไหมมัดหมี่หน้านางธรรมดา ผ้าไหมมัดหมี่หน้านางประยุกต์ ผ้าไหมมัดหมี่หน้านางพิเศษ ซึ่งแต่ละชนิดมีความยากง่ายในการมัด และทอต่างกัน ความสวยงามจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความประณีตของขบวนการมัดหมี่และทอผ้า


            กลับหน้าของฝาก

สร้างโดย: 
krutip

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 302 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • ssspoonsak