โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนรุ่น 3 เริ่มพฤศจิกายน

          นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวภายหลังการประชุมเพื่อดำเนินการรับสมัครโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนว่า คณะกรรมการฯ ที่มาประชุมครั้งนี้ มาจากผู้แทนหลายฝ่าย คือ คณะกรรมการที่ปรึกษา รมว.ศธ. องค์กรหลักของ ศธ. ผู้แทนสำนักงาน ก.พ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ มหาดไทย การคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น โดยที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันใช้ชื่อเดิม"โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน" ที่ได้เคยดำเนินการมาแล้ว ๒ รุ่น รัฐบาลที่แล้วใช้ชื่อทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนรุ่นที่ 3 จะมีจำนวนทุนรวมทั้งสิ้น 926 ทุน ซึ่งมีทั้งทุนสายสามัญและสายอาชีวศึกษา
          ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครสายสามัญเป็นนักเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (รวมทั้งผู้จบ กศน.ด้วย) ในปีการศึกษา 2551 เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ส่วนสายอาชีวศึกษาซึ่งเพิ่มให้รุ่นนี้เป็นรุ่นแรก จะได้รับทุนประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนทุนทั้งหมด โดยเป็นผู้จบ ปวช.ทุกสังกัด เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75 และต้องเลือกศึกษาในสาขาที่กำหนดตามความต้องการของประเทศ 8 สาขาคือ
          1)ยานยนต์
          2)ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
          3)บริการและโลจิสติกส์
          4)ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้า และเครื่องคอมพิวเตอร์
          5)ของใช้ในครัวเรือนส่วนตัวและเวชภัณฑ์
          6)เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
          7)แฟชั่น-สิ่งทอ และ
          8)คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร
          ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกศึกษาต่อได้ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศสำหรับการดำเนินการรุ่นที่ 3 จะรับสมัครและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 - มกราคม 2552
          สอบข้อเขียนปลายเดือนมกราคม 2552
          สอบสัมภาษณ์เดือนมีนาคม 2552
          และคาดว่าจะประกาศรายชื่อได้ในเดือนมีนาคม 2552 หลังจากนั้นจะมีการเตรียมความพร้อมด้านภาษา วัฒนธรรม คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อีกประมาณ 8 เดือน ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
          นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัด ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาว่าอาจจะเพิ่มทุนในสาขาครูในต่างประเทศด้วย
          สำหรับคุณสมบัติผู้รับทุนจะต้องมีฐานะยากจน แต่เส้นความยากจนไม่ได้จำกัดเฉพาะรายได้ครอบครัวไม่เกิน 150,000 บาทต่อปีเหมือนรุ่นที่ผ่านมา แต่คณะกรรมการจะต้องพิจารณาโดยใช้ข้อมูลภาระทางครอบครัวประกอบด้วย เช่น บางครอบครัวมีรายได้เกิน 150,000 บาทต่อปีแต่มีบุตรมากถึง 3 คน หรือบางครอบครัวเป็นตา ยายที่ไม่มีรายได้เป็นผู้ส่งเสียเลี้ยงดูผู้รับทุน ให้พิจารณากรณีพิเศษ เป็นต้น

            ข้อมูล : คอลัมน์ ทุนใหม่ล่าสุดนิตยสารเรียนรอบโลก www.elearneasy.com

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 231 คน กำลังออนไลน์