ภูมิปัญญาไทยทางด้านความเชื่อทางศาสนา

รายงาน

 

วิชา ประวัติศาสตร์

 

เรื่อง ภูมิปัญญาไทยทางด้านความเชื่อทางศาสนา

 

เสนอ

 

อาจารย์ วัชรี กมลเสรีรัตน์

 

จัดทำโดย

 

1.           นางสาว อลิสซาเบซ เมย์ เตมีศรีสุข ม.4/3 เลขที่ 11

 

2.           นางสาว ชไมพร ทัศนีย์ ม.4/3 เลขที่ 14

 

3.           นางสาว อุบลทิพย์ เกตุทิม ม.4/3 เลขที่ 17

 

 

4.            นางสาว อารียา โอนอ่อน ม.4/3 เลขที่ 26

 

 

5.            นางสาว เกวลี หนูสิทธิ์ ม.4/3 เลขที่ 7 

 

  

โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์


คำนำ

             รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ จัดทำขึ้นเพื่อให้คนอื่นได้เข้ามาอ่านและศึกษาหาความรู้ โดยเนื้อหาที่จัดทำขึ้นได้จัดทำขึ้นในหัวข้อเรื่อง ภูมิปัญญาไทยทางด้านความเชื่อทางศาสนา โดยมีเนื้อเรื่องย่อยทั้งเรื่องภูมิปัญญาไทย และเรื่องของความเชื่อทางศาสนา ถ้าหากว่ารายงานเล่มนี้ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


สารบัญ

 

ภูมิปัญญาไทย

 

ลักษณะความสัมพันธ์ของภูมิปัญญาไทย

 

ภูมิปัญญาทางด้านความเชื่อทางศาสนา

 

ความเชื่อทางด้านศาสนาในภาดต่างๆ

 

อ้างอิง

 

รายชื่อสมาชิกในกลุ่ม


ภูมิปัญญาไทย ตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Wisdom หมายถึง ความรู้ความสามารถ วิธีการผลงานที่คนไทยได้ค้นคว้า รวบรวม และจัดเป็นความรู้ ถ่ายทอด ปรับปรุง จากคนรุ่นหนึ่งมาสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จนเกิดผลิตผลที่ดี งดงาม มีคุณค่า มีประโยชน์ สามารถนำมาแก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตได้แต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชนไทย ล้วนมีการทำมาหากินที่สอดคล้องกับภูมิประเทศ มีผู้นำที่มีความรู้ มีฝีมือทางช่าง สามารถคิดประดิษฐ์ ตัดสินใจแก้ปัญหาของชาวบ้านได้ ผู้นำเหล่านี้ เรียกว่า ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ทรงภูมิปัญญาไทย


ลักษณะความสัมพันธ์ของภูมิปัญญาไทย

 

ภูมิปัญญาไทยสามารถสะท้อนออกมาใน 3 ลักษณะที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกัน คือ

 

  • 1. ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันระหว่างคนกับโลก สิ่งแวดล้อม สัตว์ พืช และธรรมชาติ
  • 2. ความสัมพันธ์ของคนกับคนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกันในสังคม หรือในชุมชน
  • 3. ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งเหนือธรรมชาติ ตลอดทั้งสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสได้ทั้งหลาย

            ทั้ง 3 ลักษณะนี้ คือ สามมิติของเรื่องเดียวกัน หมายถึง ชีวิตชุมชน สะท้อนออกมาถึงภูมิปัญญาในการดำเนินชีวิตอย่างมีเอกภาพ เหมือนสามมุมของรูปสามเหลี่ยม ภูมิปัญญาจึงเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิตของคนไทย


ภูมิปัญญาในด้านความเชื่อทางศาสนา

 

ความเชื่อในด้านพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางในการปฎิบัติของสังคมไทยมาเป็นเวลาช้านาน ทำให้คนไทยมีกรอบความคิดและโลกทัศน์เป็นไปตามคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา เป็นภูมิปัญญาที่สำคัญที่สุดของไทย เนื่องจากเป็นรากฐานภูมิปัญญาที่ทำให้กำเนิดภูมิปัญญาในด้านอื่นๆของสังคมไทย

 

ในด้านการเมืองการปกครอง คำสอนในด้านการปกครองของพระพุทธศาสนาได้กลายเป็นหลักในการปกครองประเทศของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะหลักการปกครอง อย่างมีคุณธรรมคือ ทศพิธราชธรรม

 

ในด้านขนบธรรมเนียมประเพณี พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานที่สำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งจารีตประเพณีซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับศีลธรรม ขนบประเพณีได้แ แบบแผนประเพณีเกี่ยวกับธรรมเนียมแบบแผนพิธีการต่างๆและธรรมเนียมประเพณี คือธรรมเนียมปฎิบัติต่างๆในสังคม

 

ในด้านโลกทัศน์คนไทยมองธรรมชาติคามหลักพระพุทธศานา ส่งผลให้คนไทยยอมรับความจริงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและไม่ไหวหวั่นกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

 

ในด้านสังคม วัดในพระพุทธศาสนาดำรงฐานะเป็นศูนย์กลางของชุมชนได้แก่ เป็นศูนย์กลางด้านพิธีกรรม เป็นสถานศึกษาและเป็นแหล่งศิลปวิทยาการต่างๆ และเป็นที่สังคมสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้

 

ในด้านการศึกษา ช่วงก่อนการปฏิรูปการศึกษาในสมัยรัชกาลที่ 5 สถาบันที่มีบทบาทในการศึกษาในสังคมไทย คือสถาบันพระพุทธศาสนา

 

ในด้านภาษาและวรรณคดี พระพุทธศาสนาได้เขามามีบทบาทในสังคมไทย ทั้งในด้านภาษาได้แก่ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต ด้านวรรณคดี เนื้อหาแสดงความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตของคนไทยกับพระพุทธศาสนา


ความเชื่อทางศาสนา  ความเชื่อทางศาสนา แต่ละภาคจะมีความเชื่อที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น

ชื่อ ศาลพระภูมิ         ภาค ภาดเหนือ          จังหวัด กำแพงเพชร

ลักษณะความเชื่อ
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวิญญาณ
ความสำคัญ
เจ้าของบ้านเชื่อว่าในบริเวณบ้านของตนมีวิญญาณของเทพซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า พระภูมิอาศัยอยู่ หากได้จัดหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้ และให้ความเคารพนับถือ บวงสรวงบูชาเป็นประจำแล้ว จะทำให้เจ้าของบ้านและคนในครอบครัวมีความสุข ปลอดภัยและมีความเจริญรุ่งเรือง

ชื่อ ประเพณีทำบุญกลางบ้าน  ภาค ภาคกลาง จังหวัด ชลบุรี

ลักษณะความเชื่อ
เป็นการทำบุญตลอดจนบูชาและอุทิศส่วนกุศลให้พระภูมิเจ้าที่ เจ้ากรรมนายเวร เพื่อขอความคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุขและประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ขับไล่สิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ที่ผ่านมาให้หมดสิ้นไปด้วยการสะเดาะเคราะห์ และขอให้ฝนตกตามฤดูกาล อันจะทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์
ความสำคัญ
สร้างความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน ให้มีความรักสามัคคี ไต่ถามทุกข์สุขซึ่งกันและกัน มีปัญหาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

  ชื่อ บั้งไฟพญานาค  ภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด หนองคาย

ลักษณะความเชื่อ
บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ที่ลูกไฟขนาดเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดไข่ไก่สีชมพูอมแดง ไม่มีควัน กลิ่น หรือเสียง พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขงสู่อากาศสูงประมาณ ๒๐-๕๐ เมตร แล้วหายไป มีจำนวนไม่แน่นอนจะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น. ในเขตท้องที่อำเภอโพนพิสัย อำเภอปากคาด กิ่งอำเภอรัตนาวาปี อำเภอบึงกาฬ อำเภอเมือง อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาแต่ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองหน จะเกิดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาของประเทศลาว
ความสำคัญ
๑. ชาวบ้านเชื่อกันว่าพญานาคจุดบั้งไฟขึ้น เพื่อถวายพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นพุทธบูชาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ แต่ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองหนจะตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี
๒. นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า น่าจะเกิดจากกลุ่มก๊าซซึ่งมีมวลเพราะสามารถแทรกน้ำขึ้นมาได้ มีขนาดเบากว่าอากาศไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และจุดติดไฟได้เองในอากาศ กลุ่มก๊าซเหล่านี้จะเกิดจากอินทรีย์วัตถุ เช่น มูลสัตว์ ซากพืช ซากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่ตายทับถมกันจนเกิด Bacteria Ferment เป็นกลุ่มก๊าซแล้วผุดขึ้นมาเป็นลูกเหนือผิวน้ำ และติดไฟด้วยตนเอง

 ชื่อ ใส่บาตรหน้าบ้าน  ภาค ภาคใต้ จังหวัด นราธิวาส

ลักษณะความเชื่อ
ไหว้หน้าบ้าน ใส่บาตรหน้าบ้าน ไหว้ท้าวเวสสุวัณ เป็นพิธีบวงสรวงบูชาท้าวเวสสุวัณฯหรือท้าวกเวร ซึ่งเป็นท้าวจตุมหาราชองค์หนึ่งประจำทิศอุดร โดยมีท้าวภัทราช ท้าววีรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ พญามือเหล็ก พญามือไฟ นายทองสุข และนายทองอ่อน ร่วมเป็นคณะ เพราะคนทั่ว ๆ ไปเชื่อว่าเทพเจ้าสามารถดลบันดาลและคุ้มครองไม่ให้ผู้คนและสัตว์เลี้ยงในแต่ละท้องถิ่นเจ็บไข้ได้ป่วย นิยมทำเป็นแต่ละหมู่บ้านปี ละ ๑ ครั้ง ประมาณเดือนสิงหาคม กันยายนของทุกปี สถานที่ประกอบพิธีนิยมประกอบที่ศูนย์กลางชุมชนของหมู่บ้าน หรือส่วนหน้าของหมู่บ้าน
ความสำคัญ
เป็นความเชื่อที่คนทั่ว ๆ ไป เชื่อว่าเทพเจ้าสามารถดลบันดาลและคุ้มครองไม่ให้ผู้คนและสัตว์เลี้ยงในแต่ละท้องถิ่นเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งหากต้องการให้ผู้คนและสัตว์เลี้ยงดำรงชีพอยู่ด้วยความผาสุกก็ต้องทำการบวงสรวงเทพเจ้า


อ้างอิง

 http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=348506&chapter=3

http://www.prapayneethai.com/th/belief/north/

http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#.E0.B8.A5.E0.B8.B1.E0.B8.81.E0.B8.A9.E0.B8.93.E0.B8.B0.E0.B8.84.E0.B8.A7.E0.B8.B2.E0.B8.A1.E0.B8.AA.E0.B8.B1.E0.B8.A1.E0.B8.9E.E0.B8.B1.E0.B8.99.E0.B8.98.E0.B9.8C.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.A0.E0.B8.B9.E0.B8.A1.E0.B8.B4.E0.B8.9B.E0.B8.B1.E0.B8.8D.E0.B8.8D.E0.B8.B2.E0.B9.84.E0.B8.97.E0.B8.A2.E0.B9.80.E0.B8.9B.E0.B9.87.E0.B8.99.E0.B8.AD.E0.B8.A2.E0.B9.88.E0.B8.B2.E0.B8.87.E0.B9.84.E0.B8.A3


 

รายชื่อสมาชิก

1.    นางสาว อลิสซาเบซ เมย์ เตมีศรีสุข ม.4/3 เลขที่ 11

2.    นางสาว ชไมพร ทัศนีย์ ม.4/3 เลขที่ 14

3.    นางสาว อุบลทิพย์ เกตุทิม ม.4/3 เลขที่ 17

4.    นางสาว อารียา โอนอ่อน ม.4/3 เลขที่ 26

5.    นางสาว เกวลี หนูสิทธิ์ ม.4/3 เลขที่ 7


 

 

 

รูปภาพของ silavacharee

Kiss

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • tammaralevinqqouqe
  • sabinebidmeadts