งานเข้า จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 7 ธ.ค. 2552 นะคะ ม.2/3

รูปภาพของ sasrungtip

งานเข้า  จัดการให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 7 ธ.ค. 2552 นะคะ  ม.2/3

ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล ขั้นตอนการจัดทำ.....ในสิ่งที่นักเรียนสนใจ โดยเข้าระบบ สร้างเนื้อหา บล็อก แล้วคัดลอกมาวาง อย่าลืมบอกที่มาข้อข้อมูลด้วย  แล้วส่ง node มาให้ครู ตรงแสดงความคิดว่า node ใด เช่น http://www.thaigoodview.com/node/48784

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า                  1  ถ้วยตวง

แป้งท้าวยายม่อม          2  ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายขาว            1  ถ้วยตวง

น้ำ (ทำน้ำเชื่อม)            1  ถ้วยตวง

น้ำลอยดอกมะลิ             1  ถ้วยตวง

สีขนมตามชอบ             

 

วิธีทำ

1.  ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำดอกมะลิ แล้วนำไปตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย กรองพักไว้ให้เย็น

2.  ผสมแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน

3.  เทน้ำเชื่อมที่เย็นแล้วลงในแป้ง ค่อยๆ นวดให้เข้ากัน

4.  ใส่น้ำดอกมะลิลงไปละลายให้เข้ากันดี แล้วแบ่งใส่สีตามชอบ นำไปนึ่งไฟแรง น้ำเดือด  ขนมจะสุกและบุ๋มตรงกลาง พอเย็นแกะออกจากถ้วยตะไล

ข้อแนะนำ   ก่อนตักขนมใส่ถ้วยตะไล ต้องนึ่งถ้วยตะไลให้ร้อนก่อน จึงหยอดขนมใส่ถ้วย แล้วปิดฝาทันที   และถ้าน้ำตาลหวานเกินไปจะทำให้ขนมไม่บุ๋ม

ด.ญ  ฆราวรรณ  นวลคำ

ม.2/3  ลขที่36 

 

**เตรียมอุปกรณ์**

อุปกรณ์ในการประดิษฐ์ดอกไม้
  • ถุงน่องสีสดใส
  • ลวดสีต่างๆ
  • ด้าย
  • กรรไกร
  • เกสรดอกไม้สำเร็จรรูป
  • กระดาษผ้าพันก้าน(สีเขียว)

ดอกกุหลาบ

ขั้นตอนการประดิษฐ์ ดอกกุหลาบ

1.นำลวดสีแดงมาดัดให้เป็นวงกลมตามรูป โดยจะเหลือส่วนปลายไว้เล็กน้อย

2.นำถุงน่องสีแดงหรือสีต่างๆที่เราชอบ มาพันไว้กับลวดที่เราดัด เพื่อต้องการทำเป็นกลีบกุหลาบ

 

3. เราก็จะเริ่มทำส่วนที่เป็นใบ โดยดัดลวดให้คล้ายกับใบของดอกกุหลาบให้มากที่สุด

4.หลังจากนั้นก็นำถุงน่องสี มาพันในลวดที่ดัดไว้ดังรูป

4.จากนั้นก็นำกลีบดอกไม้ต่างๆ มาประกอบกัน
ก็จะได้ ดอกกุหลาบที่สวยงามดังนี้ ด้านล่าง

วราภรณ์   เฟื่องฟู

ขั้นตอนการทำเค้ก

ขั้นตอนการทำเค้ก
ขั้นตอนการทำเค้ก
ส่วนมากในตำรับจะบอกวิธีการทำที่เหมาะสมไว้สำหรับเค้กนั้นแล้ว เค้กแต่ละประเภทจะมีวิธีการทำหลายวิธี ดังจะกล่าวต่อไปนี้
เค้กที่มีไขมันเป็นส่วนผสมหลัก ( เค้กเนย )
เป็นวิธีผสมที่จะทำให้เกิดอากาศและเก็บไว้ในแป้งให้มากและนานสุด ซึ่งต้องทำอย่างเร็ว
วิธีที่1 ตีเนยกับน้ำตาล
1. ใช้หัวตีใบไม้ ใช้ความเร็วในการตีเนยเบอร์สองเพราะถ้าตีแรงเกินจะทำให้เนยกลายเป็นของเหลว ขาดคุณสมบัติในการเก็บอากาศ แต่ถ้าตีมากเกินเนยจะเหลวเก็บอากาศไม่ได้
2. การใช้เนยสดไม่ควรใช้เนยที่เย็นมากเพราะจะแข็งการตีจะยาก ควรตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องสัก 15-20 นาทีก่อนแต่ห้ามนำไปโดนความร้อนเพราะเนยจะเหลวไป
3.น้ำตาลที่ใช้ควรเป็น น้ำตาลบดเพราะจะช่วยในการตีเนยนั้นสามารถเก็บอากาศได้มากขึ้น แต่ถ้าใช้ไอซิ่งจะทำให้เนื้อเค้กแน่น เนื่องจากในไอซิ่งมีแป้งหนักผสม
4. การเติมน้ำตาลต้องเติมทีละน้อยประมาณครั้งละช้อนเพราะการเติมมากเกินไป การเก็บอากาศจะทำได้ไม่ดีใช้เวลาประมาณ8-15 นาที การเติมน้ำตาลทำต่อเนื่องช้อนต่อช้อนจนหมด
5.การเติมไข่ต้องเติมทีละฟอง แล้วตีให้เข้ากันดีก่อนจึงจะเติมฟองต่อไปใช้เวลาประมาณฟองละ 1/2 นาที เพราะไข่เป็นของเหลวจะเข้ากับครีมยาก ไข่ที่ใช้ควรเป็นไข่ที่พึ่งนำออกจากตู้เย็น
6.การผสมแป้งต้องผสมอย่างเบาและเร็วสามารถใช้เครื่องได้ โดยใช้ความเร็วเบอร์ต่ำสุด
โดย แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน แบ่งนมหรือน้ำเป็น 2 ส่วนสลับกันใส่โดยใส่แป้งไป 1/3 ก่อน แล้วจึงใส่นมตาม ต้องใส่แป้งสุดท้ายเพราะแป้งจะได้ดูดซับนมไว้
7.การผสมแป้งแต่ละครั้งต้องให้เข้าเป็นเนื้อเดียวก่อนเติมนม และเมื่อเข้ากันดีไม่ควรคนต่อ
เพราะจะทำให้เนื้อขนมที่ได้แน่นเหนียว
• กรณีใช้มือทำควรใช้หัวตีตะกร้อคนไปทางเดียวกันตลอดเพื่อเก็บอากาศ แต่เมื่อจะผสมแป้งและน้ำลงควรใช้พายยางตะล่อมเบาๆ แต่เร็ว เพื่อเก็บอากาศไว้ให้มากที่สุด

วิธีที่ 2 ตีเนยกับแป้ง ใช้กับเค้กที่มีปริมาณน้ำตาลหรือน้ำในส่วนผสมมาก เค้กที่ได้จะมีปริมาณต่ำแต่มีความชุ่มนุ่ม รูละเอียด เนื้อสัมผัสและคุณภาพในการเก็บดี
1. ร่อนแป้งกับของแห้งเช่น ผงฟู เกลือ โกโก้เป็นต้น แล้วใส่อ่างผสมไว้
2. เติมเนยที่มีอุณหภูมิห้อง ( ลักษณะคล้ายดินน้ำมัน ) พอแป้งเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดทราย ใช้หัวตีตะกร้อความเร็วต่ำ (เบอร์ 1)
3. เติมของเหลวประมาณ 1/2 ส่วนของของเหลวทั้งหมด ผสมพอเข้ากันจึงเติมของเหลวที่เหลือทั้งหมด ใช้ความเร็วปานกลาง ( เบอร์ 2 )
4. พอส่วนผสมเข้ากันจนเนียนแล้วเทใส่พิมพ์ที่ทาไขมันบางๆ นำเข้าอบ
วิธี ที่3 ผสมน้ำกับน้ำตาล วิธีนี้จะทำให้ขนมขึ้นฟูดี เพราะฉะนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องปาดอ่างผสมระหว่างทำ การใช้ผงฟูสำหรับวิธีนี้ให้ลดลงประมาณ 10 % ของปริมาณปกติที่จะต้องใช้
1. ผสมน้ำตาลที่มีในตำรับทั้งหมดในอ่างผสมใส่น้ำ ( ซึ่งมีปริมาณน้ำหนักครึ่งหนึ่งของน้ำหนักน้ำตาล ) ลงไปคนให้น้ำตาลละลาย
2. นำของแห้งที่ร่อนรวมกันไว้แล้วเทลง ตีด้วยความเร็วปานกลาง ( เบอร์ 2 ) จนกระทั้งขึ้นฟู
3. เติมไข่ไก่ลงไปทีละฟองตีจนกระทั่งเรียบเนียน ผสมกับเนยละลาย เทลงพิมพ์
วิธี ที่4 ผสมแบบขั้นตอนเดียว ส่วนมากเหมาะกับเค้กสำเร็จรูป วิธีนี้จะต้องใช้สารอิมัลซิไฟล์เออร์จึงจะได้ผลดี ต้องใช้เครื่องผสมจะดีกว่า ( อิมัลซิไฟเออร์ได้แก่ เอสพี , โอวาเล็ต )
1. นำส่วนผสมที่เป็นของเหลวเทลงอ่างผสม แล้วเทส่วนของแห้งตาม
2. ใช้หัวตีตะกร้อตีด้วยความเร็วต่ำ (เบอร์1 ) พอเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ( ประมาณ? นาที )
3. ปาดอ่างผสมก่อนแล้วใช้ความเร็วสูงสุดตีต่ออีก 6 นาที แล้วลดความเร็วเป็นต่ำสุดตีอีก 1-1/5 นาที
4. นำส่วนผสมเทลงพิมพ์ที่ทาไขมันบางๆ

วิธีที่5 ผสมแยกไข่ขาวไข่แดง ต้องแยกไข่ขาวออกจากไข่แดงก่อน และทิ้งให้ไข่มีอุณหภูมิปกติก่อนจะทำให้ไข่ขาวขึ้นฟูมาก
วิธีนี้จะได้เค้กที่ขึ้นฟูและมีปริมาณมากสุด แต่เสียเวลาในการทำ
1. ร่อนแป้ง ผงฟู ของแห้งรวมกันพักไว้
2. ตีเนยพอขึ้นเติมน้ำตาลทีละช้อนจนหมดใช้หัวตีใบพัดและใช้ความเร็วปานกลาง (เบอร์2) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วแต่ปริมาณน้ำตาล
3. เติมไข่แดงลงในข้อ 2 ทีละฟอง ต้องตีให้เข้ากันดีก่อนที่จะเติมฟองต่อไป
4. นำของแห้งที่ร่อนเตรียมไว้ลงสลับกับของเหลวที่เหลือ ต้องใช้ความเร็วต่ำ (เบอร์1)
5. ตีไข่ขาวที่แยกไว้กับครีมออฟทาร์ทาร์ (หรือจะใช้น้ำมะนาวแทนได้) ด้วยความเร็วสูงสุดของเครื่อง จนกระทั่งตั้งยอดอ่อนเติมน้ำตาลที่แบ่งไว้ทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดแข็ง เนียนขึ้นเงามัน ( ประมาณ 15-20 นาที)
6. นำส่วนผสมไข่แดงเทลงเบาๆ ในส่วนไข่ขาวแล้วตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันควรผสมด้วยมือ
ตะล่อมโดยกลับล่างขึ้นบนสลับกันต้องทำเร็วแต่เบาๆ เพื่อรักษาฟองอากาศไว้ให้มากที่สุด
1. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีอย่าคนต่อขนมจะยุบตัวต้องรีบใส่พิมพ์และนำเข้าอบทันที

วิธีที่6. ผสมทุกอย่างยกเว้นไขมัน วิธีนี้ต้องใช้สารอิมัลซิไฟล์เออร์ ช่วย และต้องใช้ไขมันละลาย ต้องใช้เครื่องผสมเท่านั้น
1. ถ้าใช้เนยต้องนำไปละลายและทิ้งไว้ให้เย็นก่อนที่จะมาผสม
2. นำของเหลวเทลงอ่างผสม แล้วเททุกอย่างยกเว้นไขมันละลาย ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1/5 นาที
3. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดตีต่ออีก 10 นาที แล้วเปลี่ยนความเร็วต่ำ 1/2 นาที
4. นำไขมันละลายที่เตรียมมาเคล้าเบาๆ แต่เร็วๆ ให้เข้ากัน ต้องผสมด้วยมือแล้วเทลงพิมพ์ที่ทาไขมันบาง ๆ

เค้กที่มีไข่เป็นส่วนผสมหลัก
เค้ก ชนิดนี้จะใช้วิธีตีให้โปรตีนในไข่แข็งตัว ชามที่ใช้ตีไข่จะต้องสะอาดและไม่ควรใช้ชามพลาสติกเนื่องจากไข่จะลื่น การขึ้นฟูของไข่จะไม่ดีเท่าที่ควร
ไข่ที่จะตีจะต้องไม่เย็น และภาชนะที่ใช้จะต้องไม่เย็นด้วยมิฉะนั้นไข่จะไม่ค่อยขึ้นฟู พิมพ์ที่ใช้อบไม่ต้องทาไขมัน แต่นำไปลวกน้ำร้อนแทน หรือทาไขมันแล้วฝดรยแป้งบางๆ
1. แองเจิลเค้ก ใช้แต่ไข่ขาวมีวิธีการทำดังนี้
- ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ให้ตั้งยอดอ่อน
- เติมน้ำตาลทีละน้อยจนหมดตีต่อจนตั้งยอดแข็ง สังเกตุจะมีความเงามันเนียน
- ต้องตีให้ขึ้นเงาจึงจะใช้ได้ แต่ถ้าตีน้อยหรือมากเกินไปขนมจะด้านและเนื้อหยาบ
- นำของแห้งที่ร่อนรวมกันลงผสมตะล่อมเบาๆ แต่เร็ว
- นำใส่พิมพ์ที่ลวกน้ำร้อน ใช้พิมพ์ที่มีปล่องกลางจะเนื้อเค้กที่ดีกว่าดี
- เค้กที่อบเสร็จแล้วนำมาคว่ำหน้าบนตะแกรงให้เย็นแล้วเค้กจะหดตัวหลุดจากพิมพ์เอง
2. สปองจ์เค้ก ใช้ไข่ทั้งฟองหรือเฉพาะไข่แดง
- นำไข่มาตีด้วยความเร็วสูงสุด พอเป็นฟองหมดแล้ว เติมน้ำตาลทีละน้อยตีจนเป็นครีมข้น ตั้งยอดอ่อน ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที แล้วลดความเร็วต่ำตีต่ออีก 1/2 นาที
- นำของแห้งที่ร่อนรวมไว้แล้วผสมลงทีละน้อยตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน
- เมื่อเข้ากันดีแล้วรีบเทลงพิมพ์ไม่ต้องทาไขมัน แตะฟองอากาศที่หน้าถ้ามี แล้วรีบนำเข้าอบ
- เมื่อสุกดีแล้วนำมาคว่ำหน้าบนตะแกรงจนเย็นเค้กจะหลุดออกมาเอง เนื่องจากเค้กจะหดตัว
• เค้กไข่จะมีความนุ่มแต่แห้งการตีไข่มีความสำคัญมากต้องดีให้ขึ้นฟูจนเป็นครีมข้นตั้งยอดได้
• ถ้าตีไข่ไม่ได้ที่เค้กจะยุบง่ายเมื่อผสม แต่ถ้าตีมากเกินไปเค้กจะเนื้อหยาบและยุบง่ายด้วย
• เค้กไข่ถ้าใช้เวลาในการผสมแป้งนานเค้กจะยุบหยาบเนื่องจากเสียอากาศระหว่างคนผสม
• เมื่อผสมเสร็จต้องรีบอบทันที ถ้าทิ้งนานก่อนอบเค้กจะเสียอากาศระหว่างรอ
• ระหว่างการอบต้องให้เค้กเริ่มอยู่ตัวจึงจะเปิดดูได้ ต้องให้ใกล้เวลาที่สุด และการเปิดดูต้องทำเร็วๆ เพราะระหว่างเปิดเตา จะมีการสูญเสียความร้อนทำให้เค้กยุบได้
• การทดสอบเค้กไข่ ต้องใช้วิธีแตะหน้าเค้ก โดยกดเบาๆ ที่หน้าถ้าเป็นสปริงดีแสดงว่าใช่ได้
• การตรวจว่าไข่ตั้งยอดทำโดยใช้พายยางสะอาดๆ จุ่มแล้วยกขึ้นถ้าส่วนผสมขึ้นตามเป็นยอดแหลมแล้วยอดงอลงนิดหน่อยแสดงว่าใช้ได้
• การตีไข่กับน้ำตาลวิธีการตรวจเหมือนกันแต่ส่วนครีมที่ได้ต้องเนียนเป็นเงามันด้วย
• เมื่อตีไข่ได้ที่แล้วควรลดความเร็วต่ำสุดตีต่ออีก 1/2 นาทีเพื่อไล่ฟองอากาศที่ใหญ่ออกไป

เค้กที่มีการแยกไข่ขาวไข่แดง
ได้แก่พวกชิฟฟ่อนเค้ก เป็นเค้กระหว่างเค้กเนยกับเค้กไข่ มีเนื้อเบา และนุ่มมากคล้ายเค้กไข่ แต่มีความชุ่มคล้ายเค้กเนย
มีการเตรียม 2 ขั้นตอน
1. ร่อนแป้ง ผงฟู หรือของแห้งอื่น (ยกเว้นครีมออฟทาร์ทาร์ที่ต้องใช้ตีกับไข่ขาว) เทลงชามผสม
2. นำของเหลวอื่นๆผสมรวมกัน (ยกเว้นไข่ขาว) คนรวมกันและน้ำตาลส่วนหนึ่งเทลงในแป้งที่ทำเป็นบ่อไว้คนพอเข้ากัน
3. การคนต้องคนเร็วๆ ไม่ต้องคนทางเดียวกันแป้งจะเหนียว พอแป้งเข้ากันไม่เป็นเม็ด ให้หยุด
4. นำไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ตีด้วยกันจนตั้งยอดอ่อน เติมน้ำตาลที่แบ่งไว้ส่วนหนึ่งตีจนตั้งยอดแข็งขึ้นเงามัน
5. นำส่วนของไข่แดงเทลงในไข่ขาวที่ตีเสร็จแล้ว ผสมด้วยมือตะล่อมเบาๆ แต่เร็ว
6. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้
• การทำและการระวังคล้ายเค้กไข่
• การสังเกตุว่าไข่ตั้งยอดใช้พายตักดูถ้าตั้งยอดได้เติมน้ำตาลได้เลย
• การตีไข่เมื่อใส่น้ำตาลหมดแล้วต้องตีจนขึ้นเงามันเนื้อไข่ขาวจะเริ่มเนียนเงาและตั้งยอดได้ให้หยุดตี
• การผสมต้องเทส่วนไข่แดงลงส่วนไข่ขาวแล้วใช้วิธีตะล่อมล่างขึ้นบนทำเบาๆ แต่เร็วเพื่อรักษาฟองอากาศ
• ผสมอย่าให้มีฟองไข่ขาวที่ก้อนใหญ่เหลือเพราะถ้าอบสุกจะเห็นเป็นก้อนไข่ขาวอยู่ในเค้ก
• การผสมส่วนไข่แดงไม่ควรกวนนานจะทำให้เหนียวเพราะเกิดเส้นใยในแป้งและทำให้เข้ากับส่วนไข่ขาวยากขึ้น
• ไม่ควรทิ้งส่วนผสมไข่แดงไว้นานเพราะจะทำให้แป้งแห้งและเหนียว ส่วนไข่ขาวถ้ารอผสมนานจะยุบเพราะสูญเสียอากาศ ( ระหว่างตีไข่ขาวควรทำส่วนไข่แดง)
• การตีไข่ขาวสามารถตีแบบสั้นได้โดยการตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์และน้ำตาล พร้อมกันใช้ความเร็วสูงสุดเวลาประมาณ 5 นาทีสังเกตุจากไข่ที่ตีได้จะมีความละเอียดเนียนเงาเหมือนครีมตั้งยอดอ่อนๆ แสดงว่าไข่ที่ตีใช้ได้แล้วลดความเร็วต่ำตีต่ออีกสัก 1/5 นาทีแล้วนำส่วนไข่แดงมาผสม การตีวิธีนี้ง่ายกว่าและเร็วกว่าแต่ไข่ขาวที่ได้จะปริมาณน้อยกว่า

เด็กชาย   กษิดิศ       กองตา     เลขที่  11   ม.2/3

พฤหัสบดี

การทำขนมปังแซนด์วิช

"ลิขิตฟ้า หรือจะสู้ มานะคน"


workdeena ไปซื้อของที่ตลาด และได้เห็น เขาส่งขนมปังแซนด์วิชให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด หลายโหล workdeena ก็เลยเข้าไปถามเขาว่าส่ง ปอนด์ละเท่าไร เขาบอกว่าถ้าอย่างดี 20 บาท ถ้าแบบธรรมดา 15 บาท คือ ถ้าอย่างดีขนมปังจะนิ่มและหอม ก็หมายความว่าใส่ นม - เนย มากหน่อย แต่ถ้าแบบธรรมดา เขาจะไม่ใส่นม และใส่เนยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น workdeena เห็นว่าถ้าได้ราคาส่งขนาดนี้ก็น่าทำส่งนะ

เมื่อเป็นเช่นนี้ อาชีพอิสระของวันนี้ก็ต้องเป็นการทำ "ขนมปังแซนด์วิช" อย่างแน่นอน เรามาดูกันว่า การทำขนมปังแซนด์วิช มีส่วนผสม และวิธีการทำอย่างไรกันบ้าง

การทำขนมปังแซนด์วิช
ส่วนผสม

  1. แป้งสาลี 1 กิโล
  2. นมผง(แบบธรรมดาที่เขาใช้ทำขนมไม่ต้องแพง) 100 กรัม
  3. น้ำ 1/2 ลิตร
  4. เนยขาว 100 กรัม
  5. ยีสต์แห้ง 2 ช้อนกินข้าว
  6. เกลือป่น 1/2 ช้อนกินข้าว
  7. น้ำตาล 100 กรัม

วิธีทำ

  • ให้ร่อนแป้งแล้วผสมยีสต์ กับนมผงลงไป
  • นำน้ำมาผสมกับ น้ำตาลและเกลือ เทใส่ลงบนแป้ง แล้วนวดด้วยเครื่องพร้อมใส่เนยขาว ใช้เวลาในการนวดประมาณ 10 นาที (หรือจะใช้มือนวดก็ได้นะ แต่ต้องนวดนานหน่อยคือ ประมาณ 40 นาที)
  • เมื่อนวดเสร็จแล้ว ก็ควรพักแป้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ให้แป้งขึ้น
  • หลังจากนั้นให้นำแป้งมาแบ่งเป็น 3 ก้อน คลึงให้เป็นก้อนๆ ทิ้งไว้อีกประมาณ 5-10 นาที
  • เมื่อครบ แล้วให้ใช้ไม้กลมคลึงให้เป็นแผ่นบางๆ แล้วมวนแผ่่นแป้งให้แน่น เอาใส่พิมพ์รอให้ขึ้นเต็มพิมพ์
  • นำเข้าเตาอบ อุณหภูมิ 300 องศาดาห์เรนไฮด์ อบ 30 นาที

เพียงเท่านี้เราก็ได้ ขนมปังแซนด์วิชที่นุ่ม หอม อร่อย เมื่อยกออกมารอให้เย็น แล้วตัดเป็นแผ่น เตรียมบรรจุ เพื่อส่งขายได้เลย แป้ง 1 กิโล สามารถทำขนมปังได้ 3 ปอนด์ ได้กำไรเท่าไร เพื่อนๆ ก็ลองคำนวนดูนะ

-แล้วครั้งต่อไป workdeena จะเอาอาชีพอะไรมาลงอีก ก็ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามต่อไปนะ หรือเพื่อนๆ อยากรู้เกี่ยวกับ อาชีพอิสระตัวไหนก็บอกกันมาได้ ถ้า workdeena พอมีความรู้หรือพอหามาลงให้เพื่อนๆ ได้ก็ยินดีจะบริการให้เพื่อนๆ ทุกคน

รูปภาพของ sas14620

วิธีทำขนมเทียน

ส่วนประกอบ (วัตถุดิบ)

            ตัวแป้งที่ห่อไส้                                                                            ไส้

 - แป้งข้าวเหนียว          1          กก.                           -  มะพร้าวทึนทึก    1          กก.

 - แป้งข้าวจ้าว               1          กก.                           -  น้ำตาลปี๊บ           ครึ่ง        กก.

 - แป้งมัน                     2          ขีด                             -  ถั่วลิสงป่น           2          ขีด

 - น้ำกะทิ                     1          กก.                              

 - น้ำเปล่า  (ตามสัดส่วนที่เหมาะสม)

วิธีทำ  (ตัวไส้)

            1.  นำส่วนผสมทั้งหมดมาใส่รวมกันในกระทะ  แล้ว  คน / กวน  จนกว่าจะมีความเหนียวพอที่จะปั้นเป็นก้อน ๆ ได้

            2.  นำส่วนผสมที่กวนได้ที่เรียบร้อยแล้วมาปั้นให้เป็นลูก  กลม ๆ 

วิธีทำ  (ตัวแป้งที่ใช้ห่อไส้)

            1.  นำแป้งข้าวเหนียวมาผสมน้ำเปล่า นวดแป้งจนได้ที่แล้วจึงนำมาห่อกับตัวไส้ (ห่อชั้น  หนึ่งก่อน  กันไส้แตกออกจากกันเวลานึ่ง)

            2.  นำ  แป้งข้าวเจ้า + แป้งมัน + กะทิ + เกลือ  มารวมกันและกวนให้สุก

            3.  นำไส้ที่ได้ในตอนแรก  ใส่ใบตองเตรียมไว้  ตักแป้งที่ผสมตอนหลังเทใส่ลงไป  ห่อให้เรียบร้อย  แล้วจึงนำไปนึ่งให้สุกอีกครั้งหนึ่ง

รูปภาพของ sas14619
 

วิธีการทำไข่เค็มให้อร่อย

  การทำไข่เค็ม                   ไข่เค็มเป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ  และเป็นที่นิยมในการบริโภคของคนไทย ในทุกๆภาค การผลิตไข่เค็มนั้นก็มีขั้นตอนที่ไม่ยากซับซ้อนในการทำ  จึงเหมาะสมที่จะส่งเสิรมวิชาการ ทำไข่เค็มให้เป็นที่แพร่หลายสำหรับบุคคลต่างๆ ที่มีความสนใจในวิชาการทำไข่เค็มนี้อุปกรณ์ในการทำไข่เค็ม1.      ขวดโหลแก้ว2.      หม้ออลูมิเนียม3.      ตะกร้า4.      กะละมังวิธีทำ
1. ล้างไข่เป็ดให้สะอาดฟักไว้ให้แห้ง
2. ต้มเกลือกับน้ำให้เดือด ยกลงกรองทิ้งไว้ให้เย็น
3. เรียงไข่เป็ดที่ล้างไว้ในขวดโหล ที่จะดอง เทน้ำเกลือที่ต้มไว้ลงไปจนท่วมไข่ ใช้ไม้ขัดหรือถุงพลาสติกใส่น้ำ กดไข่ให้จมในน้ำเกลือตลอดเวลา ปิดฝาขวด เก็บไว้ประมาณ 2 สัปดาห์
4. นำมาต้มประมาณครึ่งชั่วโมง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น นำมารับประทานได้
หมายเหตุ
1. สูตรที่ให้นี้เรียกว่าหนึ่งต่อสาม คือ เกลือ 1 น้ำ 3 ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสูตรที่รับประทานได้เร็ว
2. ถ้าไม่รีบใช้สูตรหนึ่งต่อสี่ก็ได้ คือ เกลือ 1 น้ำ 4 ใช้เวลา 3 สัปดาห์
 

  การทำไข่เค็ม                  ไข่เค็มเป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ  และเป็นที่นิยมในการบริโภคของคนไทย ในทุกๆภาค การผลิตไข่เค็มนั้นก็มีขั้นตอนที่ไม่ยากซับซ้อนในการทำ  จึงเหมาะสมที่จะส่งเสิรมวิชาการ ทำไข่เค็มให้เป็นที่แพร่หลายสำหรับบุคคลต่างๆ ที่มีความสนใจในวิชาการทำไข่เค็มนี้อุปกรณ์ในการทำไข่เค็ม1.      ขวดโหลแก้ว2.      หม้ออลูมิเนียม3.      ตะกร้า4.      กะละมังวิธีทำ
1. ล้างไข่เป็ดให้สะอาดฟักไว้ให้แห้ง
2. ต้มเกลือกับน้ำให้เดือด ยกลงกรองทิ้งไว้ให้เย็น
3. เรียงไข่เป็ดที่ล้างไว้ในขวดโหล ที่จะดอง เทน้ำเกลือที่ต้มไว้ลงไปจนท่วมไข่ ใช้ไม้ขัดหรือถุงพลาสติกใส่น้ำ กดไข่ให้จมในน้ำเกลือตลอดเวลา ปิดฝาขวด เก็บไว้ประมาณ 2 สัปดาห์
4. นำมาต้มประมาณครึ่งชั่วโมง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น นำมารับประทานได้
หมายเหตุ
1. สูตรที่ให้นี้เรียกว่าหนึ่งต่อสาม คือ เกลือ 1 น้ำ 3 ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสูตรที่รับประทานได้เร็ว
2. ถ้าไม่รีบใช้สูตรหนึ่งต่อสี่ก็ได้ คือ เกลือ 1 น้ำ 4 ใช้เวลา 3 สัปดาห์
 

 เค้กช็อกโกแลต


ส่วนผสม
แป้งเค็ก 330 กรัม
แป้งซอฟท์เค้ก 20 กรัม
ผงโกโก้ 50 กรัม
ผงโซดาฯ 1/2 ชต.
น้ำตาลไอซิ่ง 500 กรัม
เนยสด 450 กรัม
EC-25 25 กรัม
ไข่ไก่ 9 ฟอง
นมข้นจืด 100 กรัม
ทำเค้กปอนด์ได้ 5 อัน


วิธีทำ
1.ร่อนแป้งเค้ก+แป้งซอฟท์เค้ก+โซดาฯ แล้วนำไปเคล้ากับผงโกโก้ให้เข้ากัน แล้วนำไปร่อนต่อ อีก 2 ครั้ง
เพื่อไม่ให้ผงโกโก้เป็นเม็ดทานแล้วไม่อร่อย
2.ตีเนย+EC-25+นำตาลไอซิ่ง จนขึ้นฟู
3.หยุดเครื่องใส่นม +ไข่+แป้ง ตีด้วยความเร็วต่ำเดี๊ยวแป้งฟุ้งพอเข้ากัน ปรับความเร็วตีจนส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื่อเดี๊ยวกัน พอเข้ากันเปลี่ยนเป็นความเร็วต่ำสุดเพื่อตัดฟองอากาศ
4.ตักใส่แม่พิมพ์เค็กปอนด์ที่รองกระดาษไขและทาเนย ได้ประมาณ 5 อันประมาณอันละ 450 กรัม
5.นำอบไฟประมาณ 400 ฟ ประมาณ 45 นาที หรือจนสุก  
สร้างโดย: 

ชลิตา เฉลิมรกชาติ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กทม.

การทำเทียนหอมกันยุง
+โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ม.ค. 2551

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

.....

เทียนหอมกันยุง


             ใครชอบแต่งบ้านให้ได้ทั้งความสวยงามและได้ประโยชน์ด้วยละก็ นี่แหละ ใช่เลย เทียนหอมกันยุง เป็นงานหัตถกรรมที่มีความสวยงามสามารถตกแต่งได้ตามใจผู้ทำ สิ่งที่จะต้องเรียนรู้ก็เป็นเรื่องของวัสดุต่างๆที่นำมาใช้และเทคนิค วิธีทำ เมื่อทราบขั้นตอนต่างๆเหล่านี้เมื่อได้ลงมือทำไปบ้างแล้วที่นี้ล่ะ แบบเทียนสวยๆหอมๆจากใจคุณก็จะออกมาได้เอง ยังไงส่งภาพมาให้ดูกันบ้างนะครับ
               มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เรามาดูกันว่าจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง

1

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ใช้สำหรับละลายเทียนเพื่อความสะดวก เพราะตัวหม้อจะมีระบบตัดไฟเมื่อน้ำเทียนเดือด เมื่อเทียนแข็งตัวและเราต้องการให้เทียนหลอมละลายอีกเราก็กดปุ่มอีกครั้ง

2

หม้อสองชั้นสำหรับตุ๋นเทียน ชั้นล่างเป็นหม้อใบใหญ่กว่าสำหรับใส่น้ำ ใบบนสำหรับใส่เทียนเป็นหม้อใบเล็กกว่ามีด้ามจับ ถ้าใช้หม้อชั้นเดียวเนื้อเทียนจะถูกความร้อนโดยตรงซึ่งร้อนเกินไปและไม่สะดวกแก่การทำงาน

3

ถาดขนมสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ ควรเป็นแบบที่ทำจากอลูมิเนียมจะได้ทนความร้อนได้ดี

4

ช้อน สำหรับตักเทียน

5

แม่พิมพ์ สำหรับยอดเทียนให้เป็นรูปต่างๆ

6

เหล็กคีบ ใช้หนีบภาชนะร้อนๆจะได้ไม่ร้อนมือ

7

กาละมังสเตนเลสใบเล็ก

8

ทัพพีกลมสำหรับตักน้ำเทียน

9

กรรไกรสำหรับตัดแต่งเทียน

10

แม่พิมพ์ สำหรัยยอดเทียนให้เป็นรูปต่างๆ กรณีที่ต้องการทำรูปแบบต่างๆให้ดูสวยงาม

11

เหล็กแหลม สำหรับปักไส้เทียน

         วัสดุที่เราใช้ในการทำเทียน

1 พาราฟินแวกซ์  มีลักษณะเป็นของแข็งใสมีทั้งแบบก้อนและเม็ด มีจุดหลอมเหลวที ่58°c - 62°c
2

โพลีเอททีลีนแวกซ์ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่า พีอี หรือโพลีเอสเตอร์ เอสเตอร์รีน มีลักษณะเป็นเกล็ด ช่วยทำให้เทียนจุดได้นานขึ้นปกติจะใช้ประมาณ 2--10 เปอร์เซนต์

3 สเตียริคเอซิค ช่วยทำให้เทียนมีผิวลื่นแกะออกจากพิมพ์ง่าย มีทั้งแบบเป็นเกล็ดและเม็ดไข่ปลา ปกติจะใช้ 4 ช้อนโต๊ะต่อพาราฟิน 1/2 กก.
4 ไมโครแวกซ์ ช่วยทำให้เทียนมีความเหนียวง่ายต่อการปั้นหรือแกะสลัก มีลักษณะเป็นแผ่นสีขาว ถ้าใช้แบบคุณภาพต่ำจะทำให้มีควันมาก
5 ไส้เทียน มี 2 แบบคือแบบที่ฟอกแล้วจะมีสีขาวและแบบที่ยังไม่ได้ฟอกจะมีสีขาวขุ่น
6 สีผสมเทียน 
7 น้ำมันตะไคร้หอม

               เรื่องของวัสดุในการทำเทียนหอมกันยุงผมได้แจงรายละเอียดไว้เผื่อสำหรับในการทำเทียนแบบสวยงามด้วยเลย จึงดูค่อนข้างจะมีส่วนประกอบมาก ลองทำดูก็แล้วกันครับมีไอเดียอะไรในเรื่องของรูปแบบหน้าตาก็ดัดแปลงได้ไม่ผิดกติกา วัสดุหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนโดยเฉพาะร้านใหญ่ๆจะมีขายส่วนอุปกรณ์หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป บางรายการเช่นแบบพิมพ์ขนมรูปต่างๆมีขายตามร้านขายอุปกรณ์ทำขนม

วิธีทำ

1 นำแผ่นฟาราฟินแวกซ์หั่นเป็นท่อนๆใส่หม้อขึ้นตั้งความร้อนปานกลาง เคี้ยวไปจนละลายเป็นของเหลว
2 ใสสีตามลงไปโดยใส่ทีละน้อยตามต้องการคนจนสีเนียนเข้ากันทั่วทั้งหม้อหากสีจืดไปค่อยเติมสีเพิ่ม
3 ใส่หัวน้ำมันตะไคร้หอมประมาณ 3-4 หยดต่อเทียน 1/2 กก.
4 หยอดเทียนใส่พิมพ์ รอจนแข็งตัวจึงแกะออกจากพิมพ์ ตกแต่งผิวด้วยมีดหรือกรรไกร หรืออาจหยอดใส่ถ้วยแก้วเล็กๆก็ได้
5 นำมาตกแต่งด้วยริบบิ้นหรืออื่นๆเพื่อให้ดูสวย

             การทำเทียนแบบนี้ก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่สร้างสรรได้ตามความคิดของผู้ทำ รูปแบบของหน้าตาที่ออกมาจะสวยอย่างไรก็คงคล้ายๆกับการแต่งหน้าเค้กที่ต้องอาศัยทักษะ การสังเกตุจดจำรูปแบบต่างๆที่เคยเห็นและนำมาประยุกต์หรืออาจออกแบบตามแนวความคิดที่จินตนาการขึ้นเอง


ที่มา http://www.archeep.com

ด.ญ.สิริรัตน์ มหามิตร ม.2/3

การทำโคมไฟฟักทอง

โพสเมื่อ 2009-10-06 02:11:38 โดย mimmay

 

การทำโคมไฟฟักทอง

เทศกาล “ปล่อยผี” อย่างเทศกาลฮาโลวีนแบบนี้ มาตกแต่งบ้านให้สยองขวัญกันดีกว่า และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างหนึ่งสำหรับงานเทศกาลสนุก ๆ ปนสยอง ๆ แบบนี้ก็คือ “โคมไฟฟักทอง” นั่นเอง

ก่อนอื่นเลยต้องไปหาอุปกรณ์มาให้ครบครันเพื่อสรรสร้างโคมไฟฟักทองเสริมสร้างบรรยากาศแห่งฮาโลวีนกัน เอาล่ะ ลิสท์รายชื่อดังนี้แล้วก็หามาให้ครบนะ
1. ฟักทอง
2. มีดและช้อน
3. เทียนและไม้ขีดไฟ
4. ปากกา

เมื่อหามาครบแล้วก็ลงมือทำกันเลยโดยเริ่มจากทำความสะอาดฟักทองให้เรียบร้อยด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด ๆ จากนั้นก็ตัดส่วนบนของฟักทองออก โดยวาดไว้ก่อนด้วยปากกา แล้วใช้มีดวางมุมสัก 45 องศากับผลฟักทอง ตัดส่วนบนของฟักทองให้รอบ เวลาตัดต้องระมัดระวังเพราะถ้าตัดไม่ดีจะได้ฟักทองที่ไม่เรียบ ถ้าคุณตัดโดยรอบแล้วส่วนบนยังออกมาไม่หมด ให้ลองสอดมีดเข้าไปที่รอยตัดแล้วเลื่อยอีกครั้ง จนฝาเปิด

เมื่อเปิดได้ก็ใช้ช้อนตักเนื้อฟักทองออก เคล็ดลับสำคัญที่ห้ามลืมเลยก็คือการปรับระดับพื้นให้ราบเรียบ เพราะจะใช้เป็นฐานที่มั่นในการตั้งเทียน นั่นแน่! ส่วนเมล็ดฟักทองน่ะเก็บไว็ก็ได้นะ ล้างให้สะอาด แช่เกลือไว้ ตากแดดให้แห้งก็ได้ของว่างทานเล่น ๆ จะทานในงานฮาโลวีนก็ได้หรือจะเก็บไว้ทานวันอื่นก็ไม่ว่ากัน

หยิบปากกาขึ้นมาวาดรูป ตา ปาก จมูก ลงบนฟักทอง แต่ถ้าไม่วาดไว้ก่อนคุณต้องระมัดระวังให้มาก ๆ ถ้าจะใช้มีดเจาะเป็นรูปนั้นเลย

ขั้นตอนสุดท้าย คุณอาจจะตกแต่งส่วนบนของฟักทองที่ตัดออกไปก็เก๋ดี เพื่อนำมาครอบปิดส่วนบน จากนั้นเพิ่มความสว่างให้โคมไฟ ด้วยการติดตั้งเทียนไว้ข้างในโคมไฟฟักทองที่ตกแต่งเสร็จ ปิดไฟจากนั้นก็เริ่มสนุกกับบรรยากาศแบบฮาโลวีนกันได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก www.homeandi.com

ด.ญ. สิรินทรา  วงศ์มาลา ม.2/3

วิธีการทำโคมไฟจีน

วัสดุที่ต้องใช้

1.กระดาษลูกฟูกขนาด 35*26 ซม. สีน้ำตาล หรือสีอื่นก็ได้ ซื้อได้ตามร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป
2.สีสเปรย์สีทอง มีขายตามร้านขายเครื่องมือก่อสร้าง โฮมโปร โฮมเวิรค์
3.ไม้เสียบลูกชิ้นแบบยาว หาซื้อได้ตามร้านขายของชำในตลาดสดหรือตามห้างฯ
4.กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า สำหรับรองกันเปื้อนเวลาพ่นสี

เครื่องไม้เครื่องมือ

1. บรรทัดเหล็ก ถ้าไม่มีก็ใช้ไม้บรรทัดธรรมดากว้างประมาณ 3 ซม.
2. ปากกาหรือดิยสอ
3. มีดคัตเตอร์คมๆ
4. แผ่นรองตัด

วิธีทำ

1.ตีเส้นเป็นบรรทัดๆ ตามความกว้างชองไม้บรรทัด ตีเส้นยาวตลอดความกว้างของกระดาษลูกฟูก (ด้านเรียบ)
2.ใช้มีดคมๆกรีดตัดตามรอยเส้นที่ตีไว้ โดยกรีดช่องเว้นช่อง จากนั้นเลื่อนบรรทัดลงมากรีดแบบเดียวกัน ทำแบบนี้ซ้ำตลอดทั้งหน้ากระดาษ
3.กรีดแบบเดียวกัน แต่ทำในช่องที่ยังไม่ได้กรีด โดยกรีดระหว่างรอยตัด 2 รอย ทำไปเรื่อยๆจนหมดหน้ากระดาษ ทำเสร็จแล้วจะเห็นรอยคล้ายแนวก่ออิฐ (อิฐมอญที่ช่างปูนก่อขึ้นเพื่อสร้างกำแพงบ้าน)
4.นำกระดาษมารองพื้นกันเปื้อนแล้วพ่นสีทอง พ่นด้านเรียบด้านเดียวนะ
5.คราวนี้คว่ำกระดาษให้ด้านลูกฟูกอยู่บน นำไม้เสียบมาเสียบตามรูที่กรีดช่องไว้ ที่ขอบกระดาษให้ไม้ยื่นออกมาประมาณ 1 นิ้วเพื่อเป็นขาตั้ง
6.ตัดขอบกระดาษออกประมาณ ครึ่งนิ้วเพื่อไม่ให้ยาวเกินไป
7.จับขอบกระดาษทั้งสองข้างมาประกบกัน นำไม้เสียบมาร้อยรูกระดาษทั้งสองชั้นที่ซ้อนกันอยู่เพื่อให้ติดกัน จัดให้ดูเรียบร้อย

เท่านี้ก็จะได้โคมไฟ สไตล์ Chinese มาประดับบ้านกันแล้ว

ที่มา : www.archeep.com

 

ด.ญ.เพชรรัตน์  ศรีแก้ว ม.2/3

การทำลูกชิ้นเนื้อ มีขั้นตอนดังนี้คือ
1. ส่วนผสม ประกอบด้วย
เนื้อแดง 1 กิโลกรัม
เกลือ 20 กรัม
น้ำตาล 2 กรัม
แป้งมัน 50 กรัม
แอกคอร์ด 3 กรัม
น้ำแข็ง 200 กรัม
กระเทียม 2 กรัม
พริกไทย 2 กรัม

กรรมวิธีการผลิต คือ หั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วบดด้วยเครื่องบด 1 ครั้ง นำเนื้อมาสับด้วยเครื่องสับจนเริ่มละเอียด ใส่ส่วนผสมทั้งหมด แล้วสับต่อจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ทยอยใส่น้ำแข็ง ระวังอย่าให้อุณหภูมิสูงเกิน 15 0C ปั้นลูกชิ้นใส่ในหม้ออุณหภูมิ 60-65 0C พอลูกชิ้นลอยขึ้นมาให้ตักไปต้มที่น้ำอุ่นอุณหภูมิ 80 0C ประมาณ 5 นาที ช้อนลูกชิ้นขึ้นและนำลงแช่ในหม้อน้ำเย็นธรรมดา 1 ครั้ง ตักขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

การทำลูกชิ้นหมู
หมูเนื้อแดง 1 กิโลกรัม
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็งทุบ 2 ถ้วยตวง

วิธีทำลูกชิ้นหมู (สูตร 1) - ล้างเนื้อหมูให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปใส่ในเครื่องบดอาหาร (Food Processor) - กดปุ่มบดเนื้อหมูกับเกลือป่น และพริกไทยป่น ให้ละเอียด - ในขณะที่บดเนื้อหมู ให้ค่อยๆ ใส่น้ำแข็งลงไปด้วย บดต่อไปเรื่อยๆ จนเหนียวได้ที่ - ยกหม้อใส่น้ำเปล่าขึ้นตั้งไฟกลาง นำส่วนผสมที่ได้มาปั้นเป็นลูกๆ ลงต้มในน้ำร้อนแต่ไม่เดือด - ต้มจนลูกชิ้นสุกลอยขึ้นมา แล้วจึงตักขึ้นแช่น้ำเย็น ทิ้งไว้สักครู่ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

รูปภาพของ sas14469

ธนากร       สมบูรณ์

 

2/3

                          

 เลขที่   4

 

http://www.thaigoodview.com/node/53276

 

 

การทำลูกชิ้นเนื้อ มีขั้นตอนดังนี้คือ
1. ส่วนผสม ประกอบด้วย
เนื้อแดง 1 กิโลกรัม
เกลือ 20 กรัม
น้ำตาล 2 กรัม
แป้งมัน 50 กรัม
แอกคอร์ด 3 กรัม
น้ำแข็ง 200 กรัม
กระเทียม 2 กรัม
พริกไทย 2 กรัม

กรรมวิธีการผลิต คือ หั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วบดด้วยเครื่องบด 1 ครั้ง นำเนื้อมาสับด้วยเครื่องสับจนเริ่มละเอียด ใส่ส่วนผสมทั้งหมด แล้วสับต่อจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ทยอยใส่น้ำแข็ง ระวังอย่าให้อุณหภูมิสูงเกิน 15 0C ปั้นลูกชิ้นใส่ในหม้ออุณหภูมิ 60-65 0C พอลูกชิ้นลอยขึ้นมาให้ตักไปต้มที่น้ำอุ่นอุณหภูมิ 80 0C ประมาณ 5 นาที ช้อนลูกชิ้นขึ้นและนำลงแช่ในหม้อน้ำเย็นธรรมดา 1 ครั้ง ตักขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

การทำลูกชิ้นหมู
หมูเนื้อแดง 1 กิโลกรัม
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็งทุบ 2 ถ้วยตวง

วิธีทำลูกชิ้นหมู (สูตร 1) - ล้างเนื้อหมูให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปใส่ในเครื่องบดอาหาร (Food Processor) - กดปุ่มบดเนื้อหมูกับเกลือป่น และพริกไทยป่น ให้ละเอียด - ในขณะที่บดเนื้อหมู ให้ค่อยๆ ใส่น้ำแข็งลงไปด้วย บดต่อไปเรื่อยๆ จนเหนียวได้ที่ - ยกหม้อใส่น้ำเปล่าขึ้นตั้งไฟกลาง นำส่วนผสมที่ได้มาปั้นเป็นลูกๆ ลงต้มในน้ำร้อนแต่ไม่เดือด - ต้มจนลูกชิ้นสุกลอยขึ้นมา แล้วจึงตักขึ้นแช่น้ำเย็น ทิ้งไว้สักครู่ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

รูปภาพของ sas14616

 ดอกกวางตุ้ง ผัดเห็ดนางฟ้า 

ส่วนผสม

ดอกกวางตุ้ง                   200      กรัม

เห็ดนางฟ้า                     100      กรัมน้ำตาลทราย                  1          ช้อนชาซีอิ๊วขาว                         2          ช้อนโต๊ะน้ำซุปผัก                        3          ช้อนโต๊ะน้ำมันเห็ดหอม                1          ช้อนโต๊ะน้ำมันพืช                       3          ช้อนโต๊ะ

 
 วิธีการทำ :
1. ล้างผักกวางตุ้งให้สะอาด หั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2 นิ้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ2. ล้างเห็ดนางฟ้าให้สะอาด ฉีกเป็นชิ้นพอคำ พักไว้3. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่ดอกกวางตุ้ง เห็ดนางฟ้าผัดให้ทั่ว ใส่น้ำซุป4. ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันเห็ดหอม ผัดให้เข้ากันพอสุกทั่วตักใส่จาน เสิร์ฟ

 

 

ที่มา http://www.thaimazda3.com/forum/lofiversion/index.php/t14784.html


เวลาเตรียม
- 1.30 ชั่วโมง

ส่วนผสม ปริมาณ
เเป้งสาลีทำเค้ก 220 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
นมข้นจืด 250 ml
ผงโกโก้ 4 ช้อนโต๊ะ
เนยสดชนิดจืด 100 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 310 กรัม
ไข่ไก่สด 4 ฟอง
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. warmเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
2. ร่อนเเป้ง, ผงฟู, โซดาไบคาร์บอเนต, ผงโกโก้ พักไว้
3. ตีเนยสด, น้ำตาลทราย, เกลือป่นจนขึ้นฟู
4. ใส่ไข่ลงผสมจนเข้ากันดี
5. เทลงในพิมม์ขนาด 2 ปอนด์
6. นำเข้าเตาอบประมาณ 30-35 นาท

IPB Image 

ด.ญ.พินทุสร ใจบุญ

รูปภาพของ sas14565

ไข่ตุ๋นปูอัด
ใครที่มีเด็กอยู่ในบ้าน อาจจะเคยพบกับปัญหานี้
เด็กเบื่ออาหาร อะไรอะไร ก็ไม่อร่อย
ถ้าใช่ เราขอแนะนำ เมนูอาหารสำหรับเด็ก
ไข่ตุ๋นปูอัด
ทำง่าย แต่อร่อยล้ำ
ก็ ลองเอาไปทำทานกันดูนะจ๊ะ

 

เครื่องปรุง

1. ไข่ไก่(เบอร์ 1) 3 ฟอง
2. น้ำเปล่า
3. ปูอัด 3-4 แท่ง(หั่นแทยง)
4. แครอทหั่นลูกเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
หั่นแท่งเล็กน้อย

5. ต้นหอมซอย เล็กน้อย
6. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
8. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ

1. ใส่น้ำในลังถึง จากนั้นนำลังถึงตั้งไฟ ระหว่างรอน้ำเดือด ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีไข่ให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน ใส่ปูอัดและแครอท ที่หั่นเตรียมไว้ส่วนหนึ่งลงในชาม แบ่งไว้ส่วนหนึ่ง เอาไว้แต่งหน้า จากภาพจะเห็นแครอทลอยอยู่บนไข่ ส่วนปูอัดจะจมอยู่ด้านล่างค่ะ

2. พอน้ำเดือด นำชามไข่ที่เตรียมไว้ ใส่ในลังถึงปิดฝา ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 20 นาที เมื่อไข่สุกจะได้ไข่ตุ๋นหน้าตาประมาณในภาพ ถึงขั้นตอนนี้อาจจะยังไม่ต้องให้ไข่สุก ทั้ง 100 % ก็ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวต้องแต่งหน้าแล้วนึ่งต่ออีก เอาเป็นว่าให้เกือบสุกก็แล้วกัน

เวลาที่ใช้ในการนึ่งจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับไข่ว่าเป็นไข่ที่ออกจากตู้เย็นหรือเปล่า และไฟที่ใช้บางทีอาจจะไม่เท่ากัน แต่ที่สำคัญ เวลาใส่ชามไข่ในลังถึง ต้องรอให้น้ำเดือดก่อนค่ะ

 

3. แต่งหน้าไข่ตุ๋นด้วย ปูอัด โรยแครอทแบบแท่ง ต้นหอมหั่นฝอย จากนั้นปิดฝาลังถึง นึ่งต่อประมาณ 2-3 นาที ให้ปูอัดและผักสุก ยกเสิร์พ ทานร้อนๆ อร่อยมากขอบอก

วิธีทดสอบว่าไข่สุกแล้วหรือยัง ให้ใช้ช้อนหรือซ่อมแทงลงไปที่เนื้อไข่ จิ้มลงไปเบาๆ ก็พอนะคะ ไม่ใช่กวนไข่ ถ้าไข่สุกเนื้อไข่จะเกาะกันดี หากเป็นน้ำสีไข่ดิบไหลขึ้นมา ก็แสดงว่าอาจจะยังสุกไม่ทั่วดี ปิดฝานึ่งต่ออีกหน่อยค่ะ

 

ส่งงานเข้าแล้วค่ะ

 

เลขที่26

รูปภาพของ sas14565

ไข่ตุ๋นปูอัด
ใครที่มีเด็กอยู่ในบ้าน อาจจะเคยพบกับปัญหานี้
เด็กเบื่ออาหาร อะไรอะไร ก็ไม่อร่อย
ถ้าใช่ เราขอแนะนำ เมนูอาหารสำหรับเด็ก
ไข่ตุ๋นปูอัด
ทำง่าย แต่อร่อยล้ำ
ก็ ลองเอาไปทำทานกันดูนะจ๊ะ

 

เครื่องปรุง

1. ไข่ไก่(เบอร์ 1) 3 ฟอง
2. น้ำเปล่า
3. ปูอัด 3-4 แท่ง(หั่นแทยง)
4. แครอทหั่นลูกเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
หั่นแท่งเล็กน้อย

5. ต้นหอมซอย เล็กน้อย
6. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
8. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ

1. ใส่น้ำในลังถึง จากนั้นนำลังถึงตั้งไฟ ระหว่างรอน้ำเดือด ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีไข่ให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน ใส่ปูอัดและแครอท ที่หั่นเตรียมไว้ส่วนหนึ่งลงในชาม แบ่งไว้ส่วนหนึ่ง เอาไว้แต่งหน้า จากภาพจะเห็นแครอทลอยอยู่บนไข่ ส่วนปูอัดจะจมอยู่ด้านล่างค่ะ

2. พอน้ำเดือด นำชามไข่ที่เตรียมไว้ ใส่ในลังถึงปิดฝา ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 20 นาที เมื่อไข่สุกจะได้ไข่ตุ๋นหน้าตาประมาณในภาพ ถึงขั้นตอนนี้อาจจะยังไม่ต้องให้ไข่สุก ทั้ง 100 % ก็ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวต้องแต่งหน้าแล้วนึ่งต่ออีก เอาเป็นว่าให้เกือบสุกก็แล้วกัน

เวลาที่ใช้ในการนึ่งจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับไข่ว่าเป็นไข่ที่ออกจากตู้เย็นหรือเปล่า และไฟที่ใช้บางทีอาจจะไม่เท่ากัน แต่ที่สำคัญ เวลาใส่ชามไข่ในลังถึง ต้องรอให้น้ำเดือดก่อนค่ะ

 

3. แต่งหน้าไข่ตุ๋นด้วย ปูอัด โรยแครอทแบบแท่ง ต้นหอมหั่นฝอย จากนั้นปิดฝาลังถึง นึ่งต่อประมาณ 2-3 นาที ให้ปูอัดและผักสุก ยกเสิร์พ ทานร้อนๆ อร่อยมากขอบอก

วิธีทดสอบว่าไข่สุกแล้วหรือยัง ให้ใช้ช้อนหรือซ่อมแทงลงไปที่เนื้อไข่ จิ้มลงไปเบาๆ ก็พอนะคะ ไม่ใช่กวนไข่ ถ้าไข่สุกเนื้อไข่จะเกาะกันดี หากเป็นน้ำสีไข่ดิบไหลขึ้นมา ก็แสดงว่าอาจจะยังสุกไม่ทั่วดี ปิดฝานึ่งต่ออีกหน่อยค่ะ

 

 การทำขนมชั้น  เลขที่ 10 2/3

ส่วนผสม

1. แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
2. แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วย
3. แป้งมัน 2 ถ้วย
4. แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
5. หัวกะทิ 4 ถ้วย
6. น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
7. น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
8. สีผสมอาหารตามชอบ
9. พิมพ์สำเร็จรูป

วิธีทำ 

1. เริ่มทำน้ำเชื่อมก่อนเป็นอันดับแรก โดยนำน้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย ผสมกับน้ำตาลทราย 3 ถ้วย คนให้น้ำตาลละลาย
2. ผสมแป้งถั่วเขียว แป้งท้าวยายม่อม แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า เข้าด้วยกัน จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำกะทิลงไปทีละนิด นวดไปเรื่อยๆ (เติมไปนวดไป) จนกะทิหมด จากนั้นเติมน้ำเชื่อมลงไปคนให้เข้ากัน
3. แบ่งส่วนผสมออกมาทีละส่วนซึ่งแต่ละครั้งควรตวงให้ได้ในปริมาณที่เท่ากัน เพื่อให้ชั้นของขนมมีความเสมอกัน นำมาผสมสีผสมอาหารที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ควรผสมให้มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน
4. เทแป้งที่ผสมสีเรียบร้อยแล้วใส่พิมพ์ทีละชั้น สลับสีกันไป หรือจะไล่ระดับสีเข้ม สีอ่อนก็ได้
5. นำพิมพ์ที่เตรียมไว้ไปตั้งในลังถึง เมื่อพิมพ์เริ่มร้อน ค่อยๆเทแป้งที่เตรียมไว้สำหรับชั้นแรกลงไป รอประมาณ 5 นาที หรือกว่าชั้นแรกจะสุก ก่อนจะเทชั้นต่อไปจนครบทั้ง 9 ชั้น ขอเตือน อย่าใจร้อนเด็ดขาด เพราะหากเทชั้นต่อไปในขณะที่ชั้นก่อนหน้ายังไม่สุก อาจทำให้ชั้นของขนมรวมเข้ากันเป็นชั้นเดียวก็ได้ เมื่อสุกแล้ว ยกลง รอให้เย็น จึงแกะออกจากพิมพ์

สำหรับใครที่มีเวลาในการประดิดประดอย มากหน่อย ลองทำใส่พิมพ์สี่เหลี่ยมขนาดกลางดู เมื่อสุกแล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ ลอกออกมาทีละชั้น ก่อนพับให้เป็นรูปดอกกุหลาบ มอบเป็นของฝากให้คนที่รัก

ด.ช. รัฐพงศ์   ทะนะวงค์ เลขที่ 10 2/3

ขนมต้มขาว ด.ญ.เชษฐ์ธิดา   ปานทอง ม.2/3  เลขที่45

ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียวชนิดผง 3 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
ใบเตย 4 – 5 ใบ
มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น ๆ 3 ถ้วยตวงอัดแน่น ( ใช้คลุก )
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมไส้
มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น ๆ 3 ถ้วยตวงอัดแน่น
น้ำตาลปี๊บ 1 1 / 4 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1 / 4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. ตวงมะพร้าวทึนทึกขูด 3 ถ้วยตวงอัดแน่นใส่กะทะทองนวดกับน้ำตาลปี๊บ
และน้ำเปล่าให้เข้ากันยกตั้งไฟกลางกวนจนเกือบแห้งให้เหนียว ยกลงพักให้อุ่นพอปั้นเป็นก้อนกลม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 / 2 นิ้วใช้เป็นไส้ขนม
2. เอามะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น ๆ 3 ถ้วยตวงอัดแน่นเคล้ากับเกลือป่น 1 ช้อนชาให้ทั่ว นำมะพร้าวลงนึ่ง
10นาทีีหลังน้ำเดือดแล้ว
3. ร่อนแป้ง 1 ครั้งแล้วตวงใส่อ่าง ค่อย ๆ เติมน้ำเปล่าลงนวดจนแป้งนุ่มมือ
แล้วปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วแล้วแผ่แป้งออกเป็นแผ่นหยิบไส้ใส่แล้วรวบชายแป้งหุ้มไส้ให้มิด
4. นำใบเตยใส่ในหม้อน้ำ้เปล่าต้มให้เดือดจนหอมใบเตย ตักใบเตยออก ใส่ขนมที่หุ้มไส้แล้วลงต้มสักครู่
ู่ พอแป้งลอยตักขึ้นคลุกมะพร้าวทึนทึกในข้อที่ 2
http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?s=bf4db468be165c5ea6ea5ff74a...

รูปภาพของ sas14592

 เลขที่ 8 ม.2/3

ขนมเปียกปูน
จากตำราขนมไทย

ขั้นตอนการทำ

 

    ผสมแป้งสองชนิดรวมกันในอ่างผสม ใส่น้ำตาลปีบ   ค่อย ๆ ใส่น้ำปูนใสลงนวดจนหมด
         ใส่น้ำใบเตยหรือน้ำกาบมะพร้าวเผา คนให้เข้ากัน ตั้งไฟกวนไฟอ่อน ให้กวนไปทางเดียว
         กันจนขนมข้นแห้งและเหนียว

    ยกลงเทใส่ถาดหรือพิมพ์ขณะที่ขนมยังร้อนอยู่  ปาดหน้าให้เรียบ  ขนมเย็นแคะออกจาก
         พิมพ์   รับประทานกับมะพร้าวทึมทึกขูดผสมเกลือ

 

ส่วนผสม       แต่งหน้า    
แป้งข้าวเจ้า
2
ถ้วยตวง
  มะพร้าวทึมทึกขูด
1
ลูก
แป้งมัน
1/2
ถ้วยตวง
  เกลือ
1/2
ช้อนชา
น้ำตาลปีบ
1 1/2
ถ้วยตวง
       
น้ำปูนใส
6
ถ้วยตวง
       
น้ำใบเตยคั้นหรือ
1
ถ้วยตวง
       
น้ำกาบมะพร้าวเผา            
             

 

 ส่วนผสมหลัก
มะละกอสับ 400 กรัม
น้ำปรุงส้มตำ 120 กรัม
ถั่วฝักยาว 80 กรัม
มะเขือเทศ 120 กรัม
พริกขี้หนู  5 กรัม
กุ้งแห้ง 25 กรัม
กระเทียม  8 กรัม
น้ำมะนาว  20 กรัม
ส่วนผสมน้ำปรุงส้มตำ
น้ำมะขามเปียก  100 กรัม
น้ำปลา 80 กรัม
เกลือ 1 กรัม
กรดซิตริก 2 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
น้ำเปล่า 50 กรัม

รูปภาพของ sas14560

ส่วนผสม ไข่ 1 ส่วน (100 ฟอง) ใช้เกลือ 3 กิโลกรัม น้ำ 3 ส่วน ผนึกไว้ 3 สัปดาห์ สำหรับสูตรสมุนไพร ไข่ 1,000 ฟอง ต่อสมุนไพร ชนิดนั้นๆ 3 กิโลกรัม

วิธีทำ เริ่มแรก นำไข่เป็ดมาคัดขนาดเลือกเฉพาะขนาดกลาง นำมาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้ง บรรจุลงถังพลาสติค จากนั้นต้มน้ำสมุนไพร พอน้ำสมุนไพรใช้ได้พักไว้ให้เย็น แล้วเทใส่ถังบรรจุไข่ ผนึกไว้ 15 วัน หลังจาก 15 วัน จึงเปิดออก เอาไข่มาล้างน้ำและขัดผิวให้สะอาด คัดไข่ที่มีรอยร้าวออก ขณะเดียวกันต้มน้ำให้เดือด แล้วหรี่ไฟให้อ่อนลง นำไข่ลงต้ม ประมาณ 30 นาที เอาออกใส่ตะกร้าผึ่งลมให้แห้ง คัดไข่ที่มีรอยร้าวออก แล้วนำไปแพ็ก แพ็กละ 6 ฟอง

 ผม เด้กชาย วิทยาวุฒิ  งามสวย เลขที่ 7 ม.2/3

รูปภาพของ sas14470

วิธีการทำไข่เค็มให้อร่อย

 

การทำไข่เค็ม 

                ไข่เค็มเป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ  และเป็นที่นิยมในการบริโภคของคนไทย ในทุกๆภาค การผลิตไข่เค็มนั้นก็มีขั้นตอนที่ไม่ยากซับซ้อนในการทำ  จึงเหมาะสมที่จะส่งเสิรมวิชาการ ทำไข่เค็มให้เป็นที่แพร่หลายสำหรับบุคคลต่างๆ ที่มีความสนใจในวิชาการทำไข่เค็มนี้

อุปกรณ์ในการทำไข่เค็ม

1.      ขวดโหลแก้ว

2.      หม้ออลูมิเนียม

3.      ตะกร้า

4.      กะละมัง

วิธีทำ
1. ล้างไข่เป็ดให้สะอาดฟักไว้ให้แห้ง
2. ต้มเกลือกับน้ำให้เดือด ยกลงกรองทิ้งไว้ให้เย็น
3. เรียงไข่เป็ดที่ล้างไว้ในขวดโหล ที่จะดอง เทน้ำเกลือที่ต้มไว้ลงไปจนท่วมไข่ ใช้ไม้ขัดหรือถุงพลาสติกใส่น้ำ กดไข่ให้จมในน้ำเกลือตลอดเวลา ปิดฝาขวด เก็บไว้ประมาณ 2 สัปดาห์
4. นำมาต้มประมาณครึ่งชั่วโมง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น นำมารับประทานได้
หมายเหตุ
1. สูตรที่ให้นี้เรียกว่าหนึ่งต่อสาม คือ เกลือ 1 น้ำ 3 ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสูตรที่รับประทานได้เร็ว
2. ถ้าไม่รีบใช้สูตรหนึ่งต่อสี่ก็ได้ คือ เกลือ 1 น้ำ 4 ใช้เวลา 3 สัปดาห์

 

การทำเทียนแฟนซี

http://www.thaigoodview.com/node/53122

ด.ญ. ประภาพร   ชมภู  ม.2/3 เลขที่ 20

รูปภาพของ sasrungtip

ok........ผ่านแล้วจ้าเก่งม๊ากๆๆ

วิธีการทำและอุปกรณ์การทำว่าว

ว่าวเป็นการละเล่นที่สามารถหาอุปกรณ์ได้ง่ายแต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ควรใส่ใจก็คือเรื่องของการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพมาประกอบการทำว่าวเพื่อให้ว่าวสามารถตัวอยู่บนอากาศได้อย่างสวยงาม เริ่มจากการหาไม้มาประกอบเป็นโครงสร้าง ไม้ที่นำมาประกอบเป็นโครงสร้างโดยทั่วไปแล้วสามารถใช้ไม้ชนิดใดก็ได้แต่ ส่วนใหญ่นิยมนำไม้ไผ่มาใช้ เนื่องจากไม้ไผ่เป็นไม้ที่มีความยืดหยุ่นและเหนียว ทนแรงลม การเลือกไม้ไผ่ควรเลือกไม้ที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปแล้วผ่าซีกนำไปตากแดด เหลาให้มีขนาดที่พอดีไม่เล็กจนเกินไปเพราะจะไม่สามารถต้านแรงลมได้นาน หรือไม่ควรใหญ่จนเกินไปเพราะหากมีน้ำหนักมากเกินไปอาจจะทำให้ว่าวขึ้นสู่กระแสลมได้ไม่สูงไม่สวยงาม อุปกรณ์ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของสายป่านหรือเชือกที่นำมาผูกกับไม้สายที่นำมาผูกควรเหนียว การผูกสายป่านควรผูกให้แต่ละด้านให้เท่ากันและรัดให้แน่นต่อมาอุปกรณ์ที่สำคัญชิ้นสุดท้ายก็เป็นกระดาษที่ใช้นำมาปิดว่าว กระดาษที่นิยมคือกระดาษสา โดยนำกระดาษมาตัดตามรูปโครงว่าวให้ใหญ่กว่าขนาดโครงว่าวเล็กน้อยแล้วนำกาวมาติดตามขอบของโครงว่าว ซึ่งในปัจจุบันก็มีการสร้างสรรค์นำสี หรือกระดาษสีต่างๆนำมาติดเพื่อความสวยงามมากมายพร้อมทั้งเป็นการยึดให้กระดาษติดโครงว่าวมากขึ้น
โดยด.ญ.สาธิกากันจินะ
รูปภาพของ sasrungtip

ok....ให้ผ่านนะ...แต่จะให้ดีต้องแจ้ง node มีรูปด้วยก็ดีนะ

รูปภาพของ sas14503

ข้าวเกรียบปากหม้อไส้เค็ม

ข้าวเกรียบปากหม้อไส้เค็ม

ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นของว่างที่เรียกชื่อตามลักษณะของอุปกรณ์และวิธีการทำที่มีทั้งไส้เค็มและไส้หวาน ไส้เค็มทำจากหมูหรือไก่สับละเอียดผัดผสมกับหัวผักกาดเค็มถั่วลิสงคั่วปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาลปีบผัดรวมกันจนเหนียวจับตัวเป็นก้อน

ห่อด้วยแป้งสุกใส ใส่ไส้แล้วม้วนปิดเป็นคำตามขนาดที่ต้องการ ตักขึ้นคลุกกับน้ำมันกระเทียมเจียว รับประทานกับผักกาดหอม ผักชีและพริกขี้หนู

ส่วนไส้หวานนั้น จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าข้าวเกรียบอ่อนปากหม้อ ไส้จะประกอบด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดเส้นด้วยกระต่ายจีนแล้วนำไปกวนกับน้ำตาลทรายจนใสแล้วเติมถั่วทองคั่วหอมๆลงไปด้วย เมื่อห่อเสร็จตักใส่ลงในน้ำกะทิแทนน้ำมันกระเทียมเจียวโรยด้วยงาคั่วบุบพอแตกคลุกน้ำตาลกับเกลือเล็กน้อยก่อนรับประทาน

ส่วนผสมประกอบด้วย

ส่วนผสมแป้ง...แป้งข้าวเจ้า 1 ½ ถ้วยตวง, แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง, น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

ส่วนผสมไส้เค็ม...เนื้อหมูบดละเอียด 1 ถ้วยตวง, ถั่วลิสงคั่วโขลกละเอียด ½ ถ้วยตวง, หอมแดงหั่นเล็กๆ ½ ถ้วยตวง, หัวผักกาดเค็มสับละเอียด ¼ ถ้วยตวง (หัวผักกาดเค็มควรล้างให้หายเค็มและบีบน้ำออกก่อนใช้), พริกไทย, กระเทียม, รากผักชี โขลกรวมกันประมาณ 1-2ช้อนชา น้ำมันพืช 1-2ช้อนโต๊ะ, น้ำปลาและน้ำตาลปีบ (เติมและชิมรสตามชอบ)...

การผัดไส้... ผัดกระเทียมพริกไทยและรากผักชีให้หอม ใส่หมูลงผัดจนหมูแห้ง เติมน้ำปลาน้ำตาลปีบ เติมหัวผักกาดเค็มและหอมแดง ผัดจนเหนียวเล็กน้อย ใส่ถั่วลิสงผัดจนเข้ากันก็ใช้ได้

การทำแป้งผสม...แป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ค่อยเติมน้ำที่ละน้อยนวดจนแป้งเข้ากันดีและจึงเติมน้ำที่เหลือจนหมดละลายจนแป้งคลายตัว พักแป้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือจะพักไว้ค้างคืนก็ได้ จะได้แป้งที่นุ่มน่ารับประทานและแป้งจะไม่แตกขณะทำ

*น้ำแป้งขณะผสมเราอาจเติมสีสันต่างๆได้เช่น สีดอกอัญชัน,ใบเตย,ฟักทอง,แครอทหรืออื่นๆตามต้องการ

 

•แป้งนี้ใช้สีดอกอัญชันจะเป็นสีฟ้าอ่อนๆ•

การละเลงแป้ง... ก่อนละเลงแป้งให้เตรียมผ้าขาวหนาเล็กน้อยขึงไว้กับปากหม้อผูกไว้ให้แน่นเจาะรูให้ไอน้ำออกได้ 2 ด้าน เติมน้ำในหม้อ ¾ ของหม้อ ต้มจนเดือด เมื่อละเลงแป้งแล้วให้ปิดด้วยฝาหม้อ

♦เมื่อละเลงแป้งแล้วให้ปิดด้วยฝาหม้อ

♦รอจนแป้งสุกใสแบ่งเป็นสี่ส่วนหรือจะใช้เต็มแผ่นก็ได้

♦ใส่ไส้แล้วพับให้เป็นคำเล็กๆ

•วันนี้นำมาฝาก 3สี... สีขาว...สีฟ้าดอกอัญชัน...และสีเขียวใบเตย•

♦ตักขึ้นวางลงในถาดที่มีน้ำมันกระเทียมเจียวคลุกให้ทั่วไม่ให้ขนมติดกัน ก็จะได้ขนมข้าวเกรียบปากหม้อตามต้องการค่ะ

ด.ญ.สุมิตรา 2/3 เลขที่16

รูปภาพของ sasrungtip

ส่งอย่างนี้ไม่ถูกสักเท่าไหร่...ไม่เป็นไรจ๊ะ ผ่านก็ได้....เอามาให้ชิมหน่อยนะ...

รูปภาพของ sas14417

ผมเอาเรื่อง การสารตะกร้า

URL ของเรื่องการสารตะกร้า http://www.thaigoodview.com/node/52598

 

ของ เด็กชาย ทิชา   ปริกเพชร ม.2/3 เลขที่ 2

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์