2552 เส้นทางสู่การปฏิรูปและคุณภาพ 2553 [13 ธ.ค. 52]

รูปภาพของ sss27177

โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 ธรรมชาติ ของพรรคการเมือง รัฐมนตรีในปีแรกของการบริหารงานในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในระยะแรกกว่าจะปรับตัว เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร ผู้บริหารระดับสูง 5 แท่งต้องใช้เวลาไม่น้อย อย่างไรก็ตาม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ และนางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ คนนอกวงการศึกษาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เร็ว ช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถสร้างผลงานที่ชัดเจน การระดมความคิดเห็นเพื่อเตรียมการเรื่องคุณภาพการศึกษามาถูกทางมากขึ้น รอบคอบตัดสินใจได้ดีในหลายประเด็นปัญหา และการผลักดันการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 เริ่มขยับเขยื้อน เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในรอบปี พ.ศ.2552 มีหลายผลงาน เหตุการณ์ปัญหาอุปสรรคที่ควรหยิบมาทบทวน สานต่อ และสร้างรอยต่อเชื่อมโยงปี 2553 ดังต่อไปนี้

1. ปี พ.ศ.2552 ผลงานที่ดีเด่น เป็นที่ยอมรับและรัฐบาลได้นำไปอ้างตลอดเวลาคือ นโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ และโครงการ TUTOR CHANNEL ที่เปิดโอกาสให้เด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเรียนผ่านโทรทัศน์ NBT กับติวเตอร์ชื่อดัง ครูพี่แนน อาจารย์อุ๊ อาจารย์ปิง และคนอื่นๆ แม้นจะมีเสียงคัดค้านบ้าง ไม่เห็นด้วย แต่ในภาพรวม 80-90% ถือว่าอยู่ในระดับพึงพอใจค่อนข้างมาก นอกจากนั้น มีการเตรียมการเรื่องยกระดับคุณภาพการศึกษาทศวรรษที่ 2 ของการปฏิรูปการศึกษา วาระแห่งชาติด้านการอ่าน โรงเรียน 3 D การกระจายอำนาจการศึกษาลงสู่จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน ด้วยการอนุมัติแผนการศึกษา 76 จังหวัด โรงเรียน ดี เด่น ดัง ระดับสากล อำเภอ และตำบล มีการกำหนดตัวชี้วัดด้านคุณภาพ 7 ตัวชี้วัด ทั้งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน เกณฑ์มาตรฐานของ สมศ. เป็นต้น รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ยังทุ่มเทกับโจทย์ ปัญหาที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงและต้องการคำตอบที่ชัดเจนจนนำไปสู่การ ตั้งประเด็นคำถาม 5 ข้อทั้งในเรื่อง การลดเวลาเรียนให้น้อยลง ทำกิจกรรมมากขึ้น การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนัก ศึกษา (แอดมิสชั่นส์) ที่จะทำอย่างไรให้เด็กเครียดกดดันน้อยลง ลดการกวดวิชา การส่งเสริมให้ผู้เรียนนิยมเรียนอาชีวะและสายสามัญในสัดส่วน 50 : 50 การส่งเสริมระบบการผลิตครู โดยเน้นคนดีคนเก่งมาเรียนครูมากขึ้น มาตรฐานของข้อสอบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) และวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) เป็นต้น โจทย์ 5 ข้อ มีการระดมความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและเป็นเสมือนพิมพ์เขียวของการดำเนินงาน รอยต่อของปีการศึกษา 2553 และปีต่อๆ ไป

กล่าวได้ว่า ในปี พ.ศ.2552 ศธ.ลดความกดดันลงไปมาก การเมืองฝ่ายค้านเข้ามาแตะต้อง ยุ่มย่าม ตรวจสอบไม่มากนัก รัฐมนตรี 3 ท่านมีเวลาทำงานเต็มที่ นักวิชาการเอาใจช่วยให้ฟันฝ่าแก้ปัญหาทางการศึกษาให้ได้ การดำเนินงานในรอบปี 2552 จึงถือได้ว่าสอบผ่านระดับดี สร้างผลงานดีกว่ากระทรวงอื่นๆ และรัฐมนตรีก็ไม่มีปัญหามากนักในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม คอร์รัปชั่น ไม่โปร่งใส การปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงไม่จำเป็นสำหรับกระทรวงนี้

2. ในเวลาเดียวกัน ปัญหาใหญ่ อุปสรรคที่สื่อมวลชนนำมาตีแผ่อย่างยาวนาน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือและการแก้ไขมากเท่าที่ควร อันดับแรกคือ โครงการให้สมาชิก ช.พ.ค.กู้เงินโครงการ 5 ของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่มีผลสรุปออกมาชัดเจนถึงผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้อง แต่โยนกลับไปกลับมาจนในขณะนี้แทบไม่มีอะไรคืบหน้า อันดับสองคือ เรื่อง แอดมิสชั่นส์กลาง GAT และ PAT และระบบรับตรง โจทย์ข้อนี้นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญต่อคอขวดการศึกษาไทยทั้งระบบ ในข้อเท็จจริงคือ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ปัญหาอื่นๆ ยังมีอีกหลายด้าน เช่น การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งระดับสูง ระดับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ผู้แทนครูในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) การจ่ายเงินตอบแทนผู้อ่านเพื่อขอเป็นครูผู้ชำนาญการ การปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์ "ครูกินครู" ในปี พ.ศ.2553 ข่าวคราวเรื่องการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็งจะเป็นข่าวใหญ่และต้องระมัด ระวังเป็นที่สุด

3. การปฏิรูปการศึกษารอบแรกที่ผ่านมาในยุคผูกขาดโดยกลุ่มบุคคลได้ทิ้งร่องรอยผล งาน ความเสียหายและความล้มเหลวไว้มากมาย นับแต่ออกแบบเชิงโครงสร้าง ระบบวัฒนธรรมองค์กรมาจากทฤษฎีตะวันตกแทบทั้งสิ้น ใหญ่โตเทอะทะอุ้ยอ้าย รวมศูนย์ใช้ทรัพยากร งบประมาณสูงมากแต่เชิงคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ที่ตกกับผู้เรียนต่ำลงทุกปี การเพิ่มเงินเดือน ค่าวิทยฐานะครู ทำให้ครูมุ่งทำเอกสาร งานวิจัย ละเลยทิ้งเด็กจนด้อยคุณภาพทั้งประเทศ สภาพปัจจุบันแทบไม่มีใครแตะต้อง แต่กลับเพิกเฉยเดินหน้าปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ด้วยวิธีการที่เบา ประนีประนอม และขาดการรื้อปรับเชื่อมโยงกับครั้งแรกโดยสิ้นเชิง คือมาเน้นเรื่อง ครูยุคใหม่ โรงเรียนยุคใหม่ การบริหารจัดการยุคใหม่ การจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด ในระดับนโยบาย และการขับเคลื่อนมีวาระ 5 ปี เป็นต้น เราแทบไม่เรียนรู้ถูกผิด จุดแข็งจุดอ่อน เรื่องที่ควรแก้ไขปรับปรุง การเดินหน้าทศวรรษการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 เราอาจหลงทาง ปฏิรูปยิ่งแย่ลงเหมือนคราวแรกจึงน่าจะคิดรอบคอบกว่านี้ถ้าเป็นไปได้ อยากให้รัฐบาลเปิดกว้างรับฟังความคิดที่หลากหลายมากกว่านี้ ข้อมูลบางชุดดีแต่ต้องฟังหูไว้หู สภาพกลุ่มผูกขาดการศึกษา 4-5 คน ยังมีอิทธิพลในวงการการศึกษาทุกระดับเพราะเป็นทั้งอดีตรัฐมนตรี นักมาตรฐานการศึกษา ผู้บริหารระดับสูงที่ล้วนมีชื่อเสียง นักล็อบบี้ เข้าหาศูนย์อำนาจเร็ว ตัวอย่างที่ชัดเจนเรื่องนี้ ได้แก่ การจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติที่มีความพยายามทุกทางแต่ไม่สำเร็จเป็น อุทาหรณ์ที่เห็นได้เมื่อเร็วๆ นี้แม้นจะดูเป็นความตั้งใจที่ดีก็ตามที

รัฐมนตรี ทั้ง 3 ท่านน่าจะมีบทบาททั้งการสร้างผลงาน แก้ปัญหาอุปสรรคเชื่อมรอยต่อในปี พ.ศ.2552 และ พ.ศ.2553 ให้ไปด้วยกันได้ ระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาได้เตรียมตัว เรียนรู้งาน สร้างผลงานเชิงการเมืองได้สำเร็จแล้ว 2-3 เรื่อง ในปี พ.ศ.2553 จึงไม่ใช่เรื่องประชานิยมการศึกษาต่อไป แต่เป็นฝีมือล้วนๆ ในเรื่องคุณภาพการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาที่ ศธ.ล้วนไม่ถนัดยิ่งในรอบ 100 กว่าปีที่ผ่านมา

สร้างโดย: 
น.ส.สุภาภรณ์ แร่เจริญ
แหล่งที่มา: 
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu01131252&sectionid=0107&day=2009-12-13

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์