ภูมิปัญญาไทยในด้านการประกอบอาชีพ

 

 รายงาน

เรื่อง ภูมิปัญญาไทยในด้านการประกอบอาชีพ

เสนอ

อาจารย์ วัชรี กมลเสรีรัตน์

จัดทำโดย

อนุชิต เจริญ สุข ม.4/4

โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์


คำนำ

     รางานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติสตร์ และรายงานเล่มนี้มีเนื้อหาที่ถูกต้องและมีหัวข้อภูมิปัญญาไทยในด้านการประกอบอาชีพ

รายงานเล่มนี้มีเนื้อหาย่อน ถ้ารายงานเล่มนี้ผิดประการใด ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย


สารบัญ 

ภูมิปัญญาไทย

ภูมิปัญญาไทยในด้านการประกอบอาชีพ

ภูมิปัญญาไทยมี ภูมิปัญญาออกเป็น 10 สาขา

อ้างอิง


 ภูมิปัญญาไทย ตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Wisdom หมายถึง ความรู้ความสามารถ วิธีการผลงานที่คนไทยได้ค้นคว้า รวบรวม และจัดเป็นความรู้ ถ่ายทอด ปรับปรุง จากคนรุ่นหนึ่งมาสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จนเกิดผลิตผลที่ดี งดงาม มีคุณค่า มีประโยชน์ สามารถนำมาแก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตได้แต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชนไทย ล้วนมีการทำมาหากินที่สอดคล้องกับภูมิประเทศ มีผู้นำที่มีความรู้ มีฝีมือทางช่าง สามารถคิดประดิษฐ์ ตัดสินใจแก้ปัญหาของชาวบ้านได้ ผู้นำเหล่านี้ เรียกว่า ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ทรงภูมิปัญญาไทย


ภูมิปัญญาไทยในด้านการประกอบอาชีพ

 

ประเทศไทยได้เผชิญสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคมและการเมือง สิ่งที่น่าจะต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างยิ่งก็คือ การปฏิรูปการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทหน้าที่สำคัญที่ต้องส่งเสริมและสนับสนุนและเป็นผู้นำในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

      ดังนั้นแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  ซึ่งเป็นการปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยเริ่มจากชีวิตความเป็นอยู่ของตน  ครอบครัว  ชุมชน   ประเทศและโลก ตลอดจนสื่อสมัยใหม่มาช่วยเสริมมากขึ้น  เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางปัญญาให้คนไทยในอนาคตข้างหน้า  เป็นบุคคลที่มีทักษะที่จะเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดการและวัฒนธรรม พร้อมทั้งสามารถใช้และรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากภายนอกที่หลากหลายได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่ละทิ้งภูมิปัญญาและแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น

      ฉะนั้นแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่ จึงมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลเมืองสตูล ซึ่งมีนโยบายในการพัฒนาด้านการศึกษา ดังนี้

  •  
    1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้หลักศาสนาในการดำรงชีวิตเพื่อสร้างคุณธรรม จริยธรรม
    2. ปรับปรุงสถานศึกษาให้เข้าสู่มาตรฐานของประเทศ
    3. ส่งเสริมการจัดการด้านการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
    4. เน้นคุณภาพ ประสิทธิภาพและความเที่ยงธรรมในการบริหารจัดการศึกษา
    5. พัฒนาระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีทางด้านการศึกษา

    นโยบายในการพัฒนาด้านการศึกษาที่ได้กล่าวมา ได้เน้นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อนำไปใช้ในการสร้างและเตรียมทรัพยากรมนุษย์ให้ท้องถิ่นมีคุณภาพที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองสตูล ที่ว่า 

      “สตูลเมืองน่าอยู่  เชิดชูวัฒนธรรม     ก้าวนำการศึกษา

      ปวงประชาเป็นมิตร เศรษฐกิจรุ่งเรือง  ประตูเมืองชายแดน” 
 
 

      จากนโยบายและวิสัยทัศน์เทศบาลเมืองสตูล ทางโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดชนาธิปเฉลิม) ได้ร่วมกันวิเคราะห์และกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา ดังนี้

            มีคุณธรรม    มุ่งนำวิชาการ  

          ประสานชุมชน    สร้างคนด้วยกีฬา 

  •  

      สาธารณูปโภคปลอดภัย         ใส่ใจสิ่งแวดล้อม  

  •  

      พร้อมนำเทคโนโลยี   สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง 

      และจากวิสัยทัศน์ดังกล่าว จึงได้กำหนดพันธกิจไว้ 10 ประการ คือ

      1.  สร้างเสริมคุณธรรม  จริยธรรมแก่ผู้เรียน

      2.  พัฒนาครูให้จัดการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

      3.  ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ

      4.  ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน

      5.  ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

      6.  ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนเล่นกีฬา

      7.  พัฒนาระบบสาธารณูปโภค  บริโภคให้ปลอดภัยและถูกหลักอนามัย

      8.  ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

      9.  พัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนให้รู้จักใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ

      10. เสริมสร้างองค์ความรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

      วิสัยทัศน์และพันธกิจในด้านการประสานชุมชน โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ทางโรงเรียนจึงได้ทำการศึกษาและกำหนดภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้ครูและนักเรียนได้ใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลอย่างหลากหลาย 

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

      ภูมิปัญญาท้องถิ่น   หมายถึง  ความรู้ประสบการณ์ทั้งหลายของชาวบ้านในท้องถิ่น  ที่ใช้ในการแก้ปัญหาหรือการดำเนินชีวิต  โดยได้รับการถ่ายทอดและกลั่นกรองเป็นระยะเวลานาน  มีลักษณะของการเชื่อมโยงไปในทุกสาขาวิชา อย่างผสมกลมกลืนกัน ไม่แยกเป็นวิชา ๆ  สามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต  เศรษฐกิจ  และสังคมเป็นอย่างดี 

ลักษณะของภูมิปัญญาท้องถิ่นแบ่งออกเป็น  4  ลักษณะ  คือ

      1. ประสบการณ์ของชาวบ้านที่นำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต  หมายถึง  ความรู้และประสบการณ์ที่ชาวบ้านค้นพบและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

      2.  ความรู้ความคิดในการสร้างสรรค์แบบแผนการดำเนินชีวิต ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา หมายถึง   สิ่งที่ชาวบ้านถ่ายทอดความรู้หรือความคิดลงไปในวรรณกรรมต่าง ๆ เช่น  เพลงพื้นบ้าน  การละเล่นต่าง ๆ  นิทานพื้นบ้าน  ตลอดจนศิลปะ  วัฒนธรรม  ขนบธรรมเนียมต่าง ๆ  เป็นต้น

      3.  การประกอบอาชีพที่ยึดหลักการพึ่งตนเอง  หมายถึง ความรู้และประสบการณ์ที่ชาวบ้านใช้ในการประกอบอาชีพ โดยอาศัยหลักธรรมชาติ  ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก แต่มีการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลสมัย

      4.  การประกอบอาชีพที่เกิดจากการผสมผสานความรู้เดิมกับแนวคิด  หลักปฏิบัติและเทคโนโลยีสมัยใหม่  หมายถึง  การนำเอาความรู้เดิมของชาวบ้านมาผสมผสานกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่  ใช้ในการแก้ปัญหาในหมู่บ้านหรือชุมชน  เช่น  การนวดข้าว  การก่อสร้าง  เป็นต้น 

ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น

      ได้มีการแบ่งลักษณะและประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนี้

      1. ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับคติ ความคิด ความเชื่อ และหลักการ ที่เป็นพื้นฐานของความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมถ่ายทอดกันมา

             2.  ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี

             3.  ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพในแต่ละท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาล

             4.  ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นเรื่องแนวคิด หลักปฏิบัติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ ชาวบ้านนำมาใช้ในชุมชน ซึ่งเป็นอิทธิพลของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ภูมิปัญญาไทยมี ภูมิปัญญาออกเป็น 10 สาขา

1. ภูมิปัญญาด้านคติธรรม ความคิด ความเชื่อ หลักการที่เป็นพื้นฐานขององค์ความรู้
ที่เกิดจากการสั่งถ่ายทอดกันมา

2. ภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นแบบแผนการ
ดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา

3. ภูมิปัญญาด้านการประกอบอาชีพในท้องถิ่น ที่ยึดหลักการพึ่งตนเองและ
ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลสมัย

4. ภูมิปัญญาด้านแนวความคิด หลักปฏิบัติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่
ที่ชาวบ้านนำมาดัดแปลงใช้ในชุมชนอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดสาขาภูมิปัญญาไทย เพื่อนำภูมิปัญญาไทยมาใช้
ในการเรียนรู้และส่งเสริมโดยแบ่งภูมิปัญญาออกเป็น 10 สาขา ดังนี้

1. สาขาเกษตรกรรม หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะ และ
เทคนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าดั้งเดิม
สามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์ต่าง ๆได้ เช่น การทำการเกษตรแบบผสมผสาน
การแก้ปัญหาการเกษตร

การแก้ปัญหาด้านการผลิต ด้านการตลาด เช่น การแก้ไขโรคและแมลง การรู้จักปรับใช้
เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการเกษตร เป็นต้น

2.สาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (ด้านการผลิติและการบริโภค) หมายถึง
การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปผลผลิตเพื่อชะลอการนำเข้าตลาด
เพื่อแก้ปัญหาด้านการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรม อันเป็นขบวนการ
ใช้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้ ตลอดทั้งการผลิตและการจำหน่าย
ผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารากลุ่มโรงสี
กลุ่มหัตถกรรม เป็นต้น

3.สาขาการแพทย์แผนไทย หมายถึง ความสามารถในการจัดการป้องกันและรักษา
สุขภาพของคนในชุมชน โดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองทางสุขภาพและอนามัยได้

4. สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อม หมายถึงความสามารถเกี่ยวกับ
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ พัฒนาและใช้ประโยชน์
จากคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

5. สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน หมายถึง ความสามารถในการบริหารจัดการ ด้านการ
สะสมและบริหารกองทุนและธุรกิจชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตราและโภคทรัพย์ เพื่อเสริมสร้าง
ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของสมาชิกในชุมชน

6.สาขาสวัสดิการ หมายถึง ความสามารถในการจัดการสวัสดิการในการประกันคุณภาพ
ชีวิตของคนให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรม

7. สาขาศิลปกรรม หมายถึง ความสามารถในการผลิตผลงานทางศิลปะสาขาต่าง ๆเช่น
จิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ทัศนศิลป์ คีตศีลป์ เป็นต้น

8.สาขาการจัดการ หมายถึง ความสามารถในการบริหารการจัดการดำเนินงานด้านต่าง ๆ
ทั้งองค์กรชุมชน องค์ทางศาสนา องค์กรทางการศึกษา ตลอดทั้งองค์กรทางสังคมอื่น ๆ
ในสังคมไทย เช่น การจัดการองค์กรของกลุ่มแม่บ้าน ระบบผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน การจัด
ศาสนสถาน การจัดการศึกษา ตลอดทั้งการจัดการเรียนการสอน เป็นต้น กรณีการจัดการ
ศึกษาเรียนรู้นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาสาขาการจัดการที่มีความ สำคัญ เพราะการจัดการ
ศึกษาเรียนรู้ที่ดี หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ พัฒนาและถ่ายทอดความรู้ทางภูมิปัญญา
ไทยที่มีประสิทธิผล

9.สาขาภาษาและวรรณกรรม หมายถึง ความสามารถสร้างผลงานทางด้านภาษา
ทั้งภาษาโบราณ ภาษาไทยและการใช้ภาษา ตลอดทั้งด้านวรรณกรรมทุกประเภท

10.สาขาศาสนาและประเพณี หมายถึง ความสามารถประยุกต์และปรับใช้หลักธรรมคำ
สอนทางศาสนา ความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิมที่มีค่าให้ความเหมะสมต่อการประพฤติ
ปฏิบัติ


 

 

อ้างอิง

http://74.125.153.132/search?q=cache:Do7ffKsZ968J:gotoknow.org/file/tadrapee/learningplace.doc+%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99&cd=9&hl=th&ct=clnk&gl=th

รูปภาพของ silavacharee

Kiss

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 84 คน กำลังออนไลน์