ครูอีสานผนึกกำลังแก้หนี้ จี้รัฐตั้งกก.ร่วมแก้ เสนอพักหนี้ครูทั่วปท.5 ปี [23 ธ.ค. 52]

รูปภาพของ sss27177

สภา เครือข่ายครูอีสาน ร่วมกับองค์กรแนวร่วมธรรมาภิบาล จัดประชุมครูภาคอีสาน และบางส่วนของภาคเหนือ รวม 22 จังหวัด มีครู กว่า 3,000 คน เข้าร่วมประชุม เสนอรัฐเร่งพักหนี้ครู 5 ปี หวังใช้การออมและเศรษฐกิจพอเพียงล้างหนี้ครูทั่วประเทศ

วันที่ 19 ธันวาคม 2552 ที่โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น สภาเครือข่ายครูอีสาน ร่วมกับองค์กรแนวร่วมธรรมาภิบาล จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินความเดือดร้อนภาค ประชาชนผู้เดือดร้อน โดยมีตัวแทนครูจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือบางส่วน เข้าร่วม 22 จังหวัด มีวิทยากรประกอบด้วย ดร.วีรพันธ์ พรหมมนตรี ที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมธรรมาภิบาล นายสตปภัษ ตั้งชู ผู้เชี่ยวชาญพิเศษชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด นายปราโมทย์ นางาม ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ทุ่งกุลาร้องไฮ้ บรรยายให้ความรู้เรื่อง “อนาคตครูกับการออมและกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง”  ซึ่งได้รับความสนใจจากครูเข้าร่วมรับฟังจำนวนกว่า 3,000 คน รวมทั้งร่วมกันระดมสมองเพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

สำหรับโครงการนี้เกิดขึ้นจากความต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่อง หนี้สินของครูและสมาชิกเครือข่ายองค์กรแนวร่วมธรรมมาภิบาล ซึ่งมี 7 องค์กร ประกอบด้วย สภาเครือข่ายครูภาคอีสาน, กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำ,กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.),หมอชุมชน,ทหารผ่านศึก ,เครือข่ายเกษตรกรผู้ยากจน,สภาเครือข่ายครูภาคเหนือ ร่วมเป็นเครือข่ายแนวร่วมธรรมมาภิบาล โดยมี นายรักษ์ มณีราช เป็นประธานและนายสุเนตร แก้วคำหาญ เป็นเลขาธิการ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เน้นหาทางออกปัญหาหนี้สินครูที่ลงทะเบียนไว้จำนวน 2,530 คน มูลหนี้รวม 6 พันล้านบาท เฉลี่ย 2 ล้านบาทเศษต่อคน

 

นายกฤษดา มังคะตา ประธานสภาเครือข่ายครูภาคอีสาน เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมนี้เป็นการระดมสมองเพื่อหารูปแบบการช่วยเหลือเพื่อนครูทั้งหมด ที่ขึ้นทะเบียนไว้ 2 พันห้าร้อยรายเศษ มีหนี้สินล้นพ้นตัวจนหาทางออกไม่เจอ จึงต้องรวมตัวให้เข้มแข็ง รวมกันแก้ปัญหาหนี้สินแบบยั่งยืนไม่ให้ครูกลับมาเป็นหนี้ใหม่อีก พยายามหาทางออกด้วยตนเองก่อน โดยใช้รูปแบบการออม และสร้างแบบแผนชีวิตใหม่

 

“มีความจำเป็นต้องสร้างการออมแบบยั่งยืนให้ครูที่มีปัญหาหนี้สิน รวมทั้ง ในระหว่างการออมต้องมีหยุดภาระหนี้ทั้งหมด ดังนั้นต้องให้รัฐเข้าช่วยเหลือในเรื่องการลดภาระหนี้และดอกเบี้ย ในระหว่างการปรับแบบแผนชีวิต คาดหมายว่าจะเสนอให้พักหนี้ครูเป็นระยะเวลา 5 ปี รวมทั้งปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้เหลือดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ต่อปี ซึ่งต้องใช้วงเงินกู้พิเศษประมาณ 6,000 ล้านบาทเศษ เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้ครูเสียใหม่ ระยะเวลา 25 ปี ซึ่งเราจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ”

 

นอกจากนี้ นายสุเนตร แก้วคำหาญ เลขาธิการเครือข่ายองค์กรแนวร่วมธรรมมาภิบาล กล่าวว่า ได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างแกนนำครูที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนกับตัวแทน รัฐบาลแล้วหลายครั้ง จนล่าสุดเห็นร่วมกันว่าจะตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างตัวแทนครูกับผู้แทน รัฐบาลคือกระทรวงการคลัง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

“เราพยายามตอบโจทย์ที่รัฐบาลโยนให้ได้ว่า ถ้าได้รับการช่วยเหลือแล้วครูจะกลับไปเป็นหนี้อีกหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เรามีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว รวมทั้งมีแนวทางที่เป็นไปได้แน่นอนว่าครูที่เข้าร่วมโครงการจะไม่กลับไปก่อ หนี้สินให้ตัวเองเดือดร้อนอีกแล้ว วันนี้เราได้เชิญวิทยากรผู้มีประสบการณ์ในการจัดการการเงิน มาบรรยายให้ความรู้ เพื่อจุดประกายให้เพื่อครูเห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ต้องสร้างความเข้มแข็งภายในตนเองก่อน แล้วค่อยสร้างภูมิคุ้มกันร่วมกันทั้งสังคม”

 

ส่วน นางชัยศรี ยอดจัตุรัส ครูจากจังหวัดชัยภูมิกล่าวว่า ตนมีหนี้สิน กว่า 3 ล้านบาท ต้องผ่อนชำระเดือนละ 32,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี  ทั้งที่มีเงินเดือน 35,000 บาท ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังได้รับความเดือดร้อนมาก การที่เดินทางมาวันนี้ไม่ต้องการให้ช่วยปลดหนี้ แต่ต้องการพักชำระหนี้หรือลดอัตราดอกเบี้ยให้เหลือร้อยละ 1 ต่อปี ทราบว่ามีเพื่อนครูอีกหลายคนที่มีชะตากรรมเช่นเดียวกับตนจึงชักชวนกันเข้า ร่วมกับสภาเครือข่ายครูภาคอีสาน ซึ่งวันนี้ครูจากจังหวัดชัยภูมิมาด้วยกัน 300 คน เหมารถมากันเองโดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้แน่นอน

 

ด้าน ดร.วิญญู สะตะ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมในครั้งนี้ กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน หนี้สินของครู หรือแม้แต่หนี้สินของเกษตรกร เป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ การสร้างความเข้มแข็ง รวมตัวกันเช่นที่ครูหลายพันคนทำวันนี้ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถือว่ามาถูกทางแล้ว ขั้นตอนต่อไปต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า ครูสามารถแก้ปัญหาหนี้สินด้วยตนเองได้ ต้องสร้างระบบการออมและระเบียบวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง รวมทั้งสร้างสถาบันการเงินที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำแบบสูบเลือด สูบเนื้อกันเอง

 

“ผมเห็นว่าวันนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ครูจะปลดพันธนาการตนเองได้ อยากให้ทำสำเร็จ จะได้เป็นต้นแบบให้ครูทั่วประเทศหลุดพ้นปัญหาหนี้สินได้ ความจริงครูคือคนที่เก่งที่สุด ขนาดสอนคนได้ ทำไมเรื่องหนี้สินของตนเองจะทำไม่ได้” ดร.วิญญู กล่าวในที่สุด

 

สร้างโดย: 
น.ส. สุภาภรณ์ แร่เจริญ
แหล่งที่มา: 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1261241689&grpid=&catid=04

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์