หลักการทำงานและส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

รูปภาพของ pnp31153



หลักการทำงานและส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

ความหมาย

คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ
ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์"

 

 

คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิดคำนวณและสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้ 

แหล้งอ้างอิง    http://www.thaiwbi.com/course/Intro_com/Intro_com/wbi1/hie/page11.htm

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

ส่วนรับข้อมูล (Input Unit) เป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากคน และส่งต่อข้อมูลไปยัง หน่วยประมวลผล(Process Unit) เพื่อทำการประมวลผลต่อไป รูปแบบการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์รับข้อมูลจะอยู่ในรูปของการส่งสัญญาณเป็นรหัส ดิจิตอล (หรือเป็นเลข 0 กับ 1) นั่นเอง อุปกรณ์ส่วนรับข้อมูล ได้แก่

- คีย์บอร์ด (keyboard)

- เมาส์ (mouse)

- สแกนเนอร์ (scanner)

- อุปกรณ์สแกนลายนิ้วมือ (finger scan)

อุปกรณ์ใน ส่วนรับข้อมูล ยังมีอีกมากมายและสามารถจะยังมีเพิ่มตามขึ้นไปเรื่อยๆ ตามการพัฒนาด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

แหล้งอ้างอิง http://computer.kapook.com/component.php

 

หน่วยประมวลผลกลาง(central processing unit) หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ซีพียู (CPU)
เป็นวงจรอิเลคทรอนิคที่ทำงาน หรือประมวลผล ตามชุดของคำสั่งเครื่องจากซอฟต์แวร์ คำนี้เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ต้นศตวรรษ 1960s

หน่วยประมวลผลเปรียบ เสมือนเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ในการทำหน้าที่ตัดสินใจหรือคำนวณ จากคำสั่งที่ได้รับมา เช่น การเปรียบเทียบ การกระทำการทางคณิตศาสตร์ ฯลฯ

โดยมีกระบวนการพื้นฐานคือ


    • 1. อ่านชุดคำสั่ง (fetch)
    • Fetch - การอ่านชุดคำสั่งขึ้นมา 1 คำสั่งจากโปรแกรม ในรูปของระหัสเลขฐานสอง (Binary Code from on-off of BIT)
    • 2. ตีความชุดคำสั่ง (decode)
    • Decode - การตีความ 1 คำสั่งนั้นด้วยวงจรถอดรหัส (Decoder circuit) ตามจำนวนหลัก (BIT) ว่ารหัสนี้จะให้วงจรอื่นใดทำงานด้วยข้อมูลที่ใด
    • 3. ประมวลผลชุดคำสั่ง (execute)
    • Execute - การทำงานตาม 1 คำสั่งนั้น คือ วงจรใดในไมโครโปรเซสเซอร์ทำงาน เช่น วงจรบวก วงจรลบ วงจรเปรียบเทียบ วงจรย้ายข้อมูล ฯลฯ
    • 4. อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำ (memory)
    • Memory - การติดต่อกับหน่วยความจำ การใช้ข้อมูที่อยู่ในหน่วยจำชั่วคราว (RAM, Register) มาใช้ในคำสั่งนั้นโดยอ้างที่อยู่ (Address)
    • 5. เขียนข้อมูล/ส่งผลการประมวลกลับ (write back)

    แหล้งอ้างอิง     http://www.navy34.com/index.php/com-hardware/232-hardware-cpu

หน่วยส่งออก (Output Unit)

เป็น หน่วยที่ทำหน้าที่แสดงผลลัพทธ์ที่ได้จากการ ประมวลผลของ CPU ให้ผู้ใช้ได้รับทราบ โดยต้องแปลงข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการประมวลผลเป็นข้อมูลที่ต้องการ แสดงออก และก่อนที่จะนำข้อมูลซึ่งได้รับการประมวลผลแล้วไปแสดงผล จะต้องผ่านหน่วยความจำหลัก เช่นเดียวกับหน่วยนำเข้าข้อมูล ตัวอย่างหน่วยส่งออก ที่ใช้แพร่หลายมี  จอภาพ (Monitor) , เครื่องพิมพ์ (Printer) , ลำโพง (Speaker)

 

แหล้งอ้างอิง http://www.sema.go.th/files/Content/Technic/k4/0047/web-stfx/output.html

 

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์        

    1. ส่วนประกอบภายนอกและการใช้งาน

  • จอภาพ (Monitor)  
  • เคส (Case)  
  • คีย์บอร์ด (Keyboard)  
  • เมาส์ (Mouse)  
  • ลำโพง(Speaker)
  • เครื่องสำรองไฟ (UPS)

2. ส่วนประกอบภายในและการทำงาน

  • หน่วยประมวลผลกลาง(Central Processing Unit ; CPU)  
  • หน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลและคำสั่ง (Data & Programming Memory)  
  • เมนบอร์ด   (Mainboard)
  • ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (Hard Disk )
  • ซีดีรอมไดร์ฟ  (CD-ROM Drive)
  • ฟล๊อปปี้ดิสก์ไดร์ฟ (Disk Drive )
  • ช่องขยาย (Slot)  
  • แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply)

3. อุปกรณ์ต่อพ่วง

  • เครื่องพิมพ์ชนิดต่าง ๆ  (Printer)
  • เครื่องสแกนภาพ  (Scanner)
  • โมเด็ม (Modem)

แหล้งอ้างอิง http://www.punyisa.com/unit2/unit2_4.htm

หลักการทํางานของคอมพิวเตอร์

การทำงานของคอมพิวเตอร์เป็น 4 ส่วนหลักได้แก่

1. หน่วยประมวลผลในรูปแบบข้อมูล Binary หรือที่เรียกว่า Arithmetic-Logical Unit (ALU) เปรียบเสมือนหัวใจของคอมพิวเตอร์ หน้าที่หลักของมันคือทำการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐานอันได้แก่การบวก และลบ และการทำการเปรียบเทียบข้อมูลสองข้อมูลว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่ถ้าไม่จะมีค่า มากกว่าหรือน้อยกว่า
2. หน่วยความจำ หรือ Memory ใช้สำหรับเก็บข้อมูล (Data) และ คำสั่ง (Instructions) โดยข้อมูลภายในหน่วยความจำจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆเล็กๆเท่าๆกัน แต่ละส่วนมีที่อยู่(address) เพื่อใช้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกจัดเก็บเอาไว้
3. อุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุต หรือ I/O Device เป็นส่วนที่ใช้นำข้อมูลจากโลกภายนอกเข้ามาภายในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาประมวลผล และเมื่อได้ผลลัพธ์ก็จะนำข้อมูลที่ได้มาแสดงผลให้โลกภายนอกคอมพิวเตอร์ได้ รับทราบ
4. หน่วยควบคุมการทำงาน หรือ Control Unit เป็นส่วนที่ใช้เชื่อมต่อแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน หน้าที่หลักๆคือทำการอ่านข้อมูลคำสั่งที่อยู่ภายในหน่วยความจำหรือที่ได้จาก อุปกรณ์อินพุต ทำการแปลความหมายและส่งไปประมวลผลใน ALU จากนั้นนำผลที่ได้ไปจัดเก็บในหน่วยความจำหรืออุปกรณ์เอาต์พุต หน้าที่หลักอีกประการ คือควบคุมลำดับการทำงานของแต่ละขั้นตอนให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม

แหล้งอ้างอิง http://computer.konmun.com/com342.htm

ซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์ เป็นคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ได้หนดไว้ในโปรแกรม

เราอาจใช้เคยใช้ซอฟต์แวร์หลาย ๆ รูปแบบโดยไม่รู้ตัว แต่ละวันเราแทบจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้ซอฟต์แวร์ไม่ได้เลย วันนี้ มาดูกันว่าซอฟต์แวร์ที่เราเคยใช้ ทั้งทางตรงและทางอ้อมแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ 8 กลุ่มดังนี้ครับ

System software
เป็นกลุ่มของโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้บริการหรือช่วยซอฟต์แวร์ตัวอื่นทำงานได้ง่าย เช่น คอมไพเลอร์ ตัวแก้ไขโปรแกรม editor โปรแกรมจัดการไฟล์ ระบบปฏิบัติการ ไดร์เวอร์ ซอฟต์แวร์เพื่อการติดต่อสื่อสารในเครือข่าย เป็นต้น

Real-time software เป็นโปรแกรมที่คอยตรวจ วิเคราะห์ หรือควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ที่เราเรียกว่า real-time เพราะเหตุการณ์นั้น ๆ เกิดในขณะนั้นจริง เช่น โปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่องจักร หุ่นยนต์ ระบบนำทางของรถยนต์ เป็นต้น โปรแกรมพวกนี้จะเก็บรวบรวมข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ แล้วทำการวิเคราะห์ และแปลงไปสู่รูปแบบข้อมูลที่นำไปประมวลผลต่อได้ หลังจากประมวลผลแล้ว โปรแกรมจะโต้ตอบสิ่งแวดล้อมภายนอกตามคำสั่งควบคุมที่ได้จากการประมวลผล การโต้ตอบกลับนี้ต้องเป็นแบบ real-time (ปกติเวลาที่ถือว่าเป็น real – time อยู่ในช่วง 1 มิลลิวินาที ถึง 1 วินาที )

Business software
เป็นซอฟต์แวร์ที่ประมวลผลกับข้อมูลจำนวนมากทางธุรกิจ เช่น โปรแกรมประมวลผลการซื้อขายPOS – (point of sale transaction processing- เครื่องนี้เราจะเห็นได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าในการคิดราคาสินค้าจาก barcode และพิมพ์ใบเสร็จ) โปรแกรมบัญชีเงินเดือน (payroll), บัญชีรับจ่าย โปรแกรมการลงทุน หุ้น โปรแกรมการทำเหมืองข้อมูล (data mining) ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการจัดการสารสนเทศ (Management information system) มักจะเป็นการจัดการกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่หลาย ๆ ฐานข้อมูล โปรแกรมเหล่านี้จะจัดการกับข้อมูลให้อยู่ในโครงสร้างหรือรูปแบบที่เป็น ประโยชน์ต่อการตัดสินใจในธุรกิจ

Engineering and Scientific software
โปรแกรมที่ทำงานด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ มักจะมีวิธีการจัดการกับตัวเลขจำมาก โปรแกรมพวกนี้ได้แก่โปรแกรมที่ประมวลผลสิ่งที่อยู่สูง คือดวงดาวและอวกาศ จนถึงโปรแกรมที่คำนวณสิ่งที่อยู่ใต้ดินคือคำนวณการเกิดภูเขาไฟ คำนวณการเคลื่อนที่ของยานอวกาศ จนถึงกระบวนการทำงานของชีวโมเลกุลเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ซอฟต์แวร์ในด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์มักจะเป็นโปรแกรมช่วยในการออกแบบการทดลอง โปรแกรมจำลองการทำงานของระบบ และเป็น Real-time มากขึ้น

Embedded software
ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์อัตโนมัติต่างๆ มีใช้กันทั่วไปทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและตลาดอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จำพวกนี้มีโปรแกรมฝังอยู่ในหน่วยความจำแบบอ่านได้อย่างเดียว read only memory เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์นั้น ๆ จึงทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นทำงานได้จำกัด เช่น โปรแกรมที่มีในเครื่องซักผ้าสามารถควบคุมเวลาและขั้นตอนการซักอัตโนมัติ เตาไมโครเวฟที่ตั้งเวลาในการทำอาหารได้ รถยนต์มีโปรแกรมควบคุมระบบเบรค ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

Personal Computer software
ซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลใ ช้ในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ที่พวกเราคุ้นเคยกันดีที่ได้แก่โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรมคำนวณแบบตาราง โปรแกรมทำงานกับรูปภาพ บันเทิงต่าง ๆ การจัดการฐานข้อมูล โปรแกรมเครือข่าย โปนแกรมธุรกิจ เป็นต้น

Web-based software
เว็บเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถนำไปแสดงผลได้โดยโปรแกรมที่เรียกว่า browser ในเว็บมีคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้จัดรูปแบบการแสดงผลข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว ต่าง ๆ และภายในเว็บเองก็สามารถบรรจุข้อมูลที่สามารถนำไปประมวลผลต่อได้ด้วย ข้อมูลบนเว็บมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตเนื่องจากเป็นแหล่งสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล

Artificial software
โปรแกรมด้านปัญญาประดิษฐ์ เป็นโปรแกรมที่จัดการกับปัญหาซับซ้อน ไม่สามารถคิดหาคำตอบจากการคำนวณอย่างตรงไปตรงมาได้ ต้องใช้เความรู้เพิ่มเติมจากการคำนวณ นั่นคือ ความรู้เชิงฮิวริสติก (Heuristics) ทั้งนี้เพราะการที่จะใช้ วิธีการที่ให้ได้ผลสมบูรณ์จริง ๆ นั้น จำเป็นต้องอาศัยความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญที่เคยใช้วิธีการ นั้น ๆ ในการปฏิบัติจริง ตัวอย่างโปรแกรมด้านปัญญาประดิษฐ์ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ โปรแกรมประมวลผลภาษาธรรมชาติ (โปรแกรมแปลภาษา ตรวจสอบไวยากรณ์ ฯลฯ) โปรแกรมรู้จำเสียง การรู้จำภาพ โปรแกรมพิสูจน์ทฤษฎี เกม

แหล่งอ้างอิง 

http://www3.ipst.ac.th/research/assets/web/mahidol/computer(10)/evolution/softwareWhat.html

ระบบการทํางานของคอมพิวเตอร์

การทํางานของคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
ทําหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือคําสั่งจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจํา เพื่อเตรียมประมวลผล
ข้อมูลที่ต้องการ  ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการนําข้อมูลที่ใช้กันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น  มีอยู่หลายประเภทด้วย
กันสําหรับอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี ดังต่อไปนี้
- Keyboard
- Mouse
- Disk Drive
- Hard Drive
- CD-Rom
- Magnetic Tape
- Card Reader
- Scanner

2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)

           ทํ าหน้าที่ในการคํานวณและประมวลผล แบ่งออกเป็น 2 หน่วยย่อย คือ
- หน่วยควบคุม  ทําหน้าที่ในการดูแล ควบคุมลําดับขั้นตอนของการประมวลผล และการทํางาน
ของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง  และช่วยประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผลกลาง กับ
อุปกรณ์นําเข้าข้อมูล อุปกรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจําสํารอง
 - หน่วยคํานวณและตรรก ทําหน้าที่ในการคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ส่งมาจาก
หน่วยควบคุม และหน่วยความจํา

3. หน่วยความจํ า (Memory)
ทําหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือคําสั่งต่างๆ ที่รับจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ เพื่อประมวลผลและยัง
เก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น
  หน่วยความจํา เป็นหน่วยความจําที่มีอยู่ ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ทําหน้าที่ในการเก็บคําสั่ง
หรือข้อมูล แบ่งออกเป็น
- ROM หน่วยความจําแบบถาวร
- RAM หน่วยความจําแบบชั่วคราว
- หน่วยความจําสํารอง    เป็นหน่วยความจําที่อยู่นอกเครื่อง มีหน้าที่ช่วยให้หน่วยความจําหลัก
สามารถเก็บ ข้อมูลได้มากขึ้น

4. หน่วยแสดงผล (Output Unit)
ทําหน้าที่ในการแสดงผลลัทธ์ที่ได้หลังจากการคํานวณและประมวลผล สําหรับอุปกรณ์ที่ ทําหน้าที่
ในการแสดงผลข้อมูลที่ได้นั้นมีต่อไปนี้
- Monitor จอภาพ
- Printer เครื่องพิมพ.
- Plotter เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการลงกระดาษ

 แหล่งอ้างอิง 



http://blogger.sanook.com/xuou/2009/02/06/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3/





ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. ประโยชน์ทางตรง         ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้โดยตรงคือคอมพิวเตอร์ทำงานได้เที่ยงตรง รวดเร็ว ไม่เหน็ดเหนื่อย ช่วยผ่อนแรง
มนุษย์ ในด้านต่าง ๆเช่น ด้านการคำนวณ พิมพ์งาน บันทึกข้อมูล ประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในแวดวงใน
หากนำคอมพิวเตอร์เข้าช่วยงาน จะช่วยแบ่งเบาภาระงานได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ เช่น
-
ทันสมัย / ทันเหตุการณ์ / ทันข้อมูลข่าวสาร / ทันโลก ช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก
-
ช่วยให้การเรียน การทำงาน ทันสมัยและไรับความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น ได้เรียนรู้จากสื่อที่ทันสมัยที่สร้าง
ด้วยคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า โปรแกรม CAI
เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีเยี่ยม ช่วยในการค้นคว้าหาความรู้เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่
-
ช่วยรับ - ส่งข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว
-
ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น เกม ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง ร้องเพลง
ช่วยสร้างงานศิลปะ ออกแบบชิ้นงานได้อย่างสร้างสรรค์ สวยงาม 2. ประโยชน์ทางอ้อม         คอมพิวเตอร์ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ช่วยในการเรียนรู้ให้ความปันเทิงความรู้ ช่วยงานบันเทิงพัฒนา
งานด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอันส่งผลให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น เป็นต้น 1. เพื่อสร้างงานเอกสารทั่วไป           ป็นการนําเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการพิมพ์ เช่น การพิมพ์เอกสาร การพิมพ์จดหมาย
การพิมพ์ใบปลิว  การพิมพ์หนังสือแบบเรียน  เป็นต้น การใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยงานในด้าน
การพิมพ์นี้ทําให้เอกสารต่างๆ มีความสวยงาม และรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงงานพิมพ์มีความผิดพลาด
น้อยมาก และมีการใช้แบบฟอร์มเดียวกัน จึงทำให้งานด้านการพิมพ์เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้ 2. เพื่อความบันเทิง           คอมพิวเตอร์ปัจจุบันสามารถสร้างความบันเทิง ให้กับผู้เป็นเจ้าของได้หลายรูปแบบไม่ว่า
จะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ร้องคาราโอเกะ นับว่าเป็นแหล่งความบันเทิงครบชุดที่หาได้
ไม่ยาก   3. เพื่อการสื่อสารและค้นหาข้อมูล           เนื่องจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน  มักจะมีการเชื่อมต่อกับโลกแห่งเครือข่ายนั่น คือ
อินเทอร์เน็ตนั่นเอง  ซึ่งอินเทอร์เน็ตนับว่าเป็นแหล่งข้อมูลต่างๆ  ที่ใหญ่ที่สุด และรวมเอาเนื้อหา
ความรู้ในโลกไว้มากที่สุด  เราสามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้อย่างมากมาย 4. เพื่องานเฉพาะด้าน           เป็นการนําคอมพิวเตอร์ไปใช้ในงานลักษณะต่างๆ  ที่แตกต่างกันไป  เช่น  เพื่อการ
เขียนโปรแกรม, ตัดต่อภาพยนตร์, ควบคุมระบบโรงงาน หรืออีกหลายด้าน  หลายรูปแบบ
ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้นในการทํางานในลักษณะนี้

แหล่งอ้างอิง  http://www.punyisa.com/unit2/unit2_5.htm



โทษของคอมพิวเตอร์ คำเตือน
ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง คอมพิวเตอร์มีโทษ
ถ้าใช้ในสภาพแวดลัอมที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้
และใช้โดยเด็กที่สมองยังไม่มีความพร้อมสมบูรณ์
ข้อแนะนำสำหรับผู้ปกครอง
ทำอย่างไรจึงจะสร้างสมดุลในการใช้เทคโนโลยี
อันตรายชองเด็กเล็ก(และเด็กโต)จากการใช้คอมพิวเตอร์

  • ได้รับแสงธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ไม่เพียงพอ
  • เด็กไม่ได้รับประสบการณ์ใหม่ จึงไม่มีการสร้างความเข้มแข็งให้กับทางเดินเส้นประสาทที่ใช้ในการคิด
  • จำกัดเความเคลื่อนไหวของตา ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อเกร็ง
  • การเคลึ่อนไหวของกล้ามเนื้อเล็กซ้ำๆทำให้เกิดความเครียด
  • การขาดการออกกำลังกายเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นๆ
  • คอมพิวเตอร์(โทรทัศน์)จำกัดจินตนาการของเด็ก
  • โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำกัดความคิดสร้างสรรค์ในการเขียนและการจัดรูปแบบ
  • สร้างความเชื่อที่ว่าปัญหาแก้ไขได้ด้วยการกดปุ่ม
  • สร้างความเชื่อที่ว่าทุกสิ่งมีเพียงสองด้าน เช่น ผิด/ถูก ไช่/ไม่ไช่
  • ข้อมูลจากเว็บไซต์จำนวนมากทำให้มึนงงและสับสน
  • การขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นส่งผลให้พัฒนาการทางอารมณ์และสังคมถูกจำกัด
  • ค่าใช้จ่ายที่ตามมา ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับครอบครัว


  • แหล่งอ้างอิง  http://blogger.sanook.com/thanapon/2008/12/06/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C/

     

    สรุป

    การทำงานของคอมพิวเตอร์
    ขั้นตอนการทำงานที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ 4 ขั้นตอน
    1. การรับข้อมูลและคำสั่ง (Input)
    คอมพิวเตอร์รับข้อมูลและคำสั่งผ่านอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล

    2. การประมวลผลหรือคิดคำนวณ (Processing)
    ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์รับเข้ามา จะถูกประมวลผลโดยการทำงาน
    ของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU : Central Processing Unit)
    ตามคำสั่งของโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์

    3. การแสดงผลลัพธ์ (Output)
    คอมพิวเตอร์จะแสดงผลลัพธ์ของข้อมูลที่ป้อน  หรือแสดงผลจากการประมวลผล 
    ทางอุปกรณ์แสดงผล

    4. การเก็บข้อมูล (Storage)
    ผลลัพธ์จากการประมวลผลสามารถเก็บไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล



    ประโยชน์ ของคอมพิวเตอร์ คือ ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้โดยตรง เช่น ด้านการคำนวณ พิมพ์งาน เป็นต้น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ช่วยในการเรียนรู้ ให้ความบันเทิง
    โทษของ คอมพิวเตอร์ คือ ทําให้ห่างไกลจากสิ่งแวดล้อม เสียสุขภาพเสียสายตาถ้าอยู่น่าคอมมากเกิน  สร้างความเชือในด้านที่ผิดถ้าใช้ไปในทางที่ผิด เป็นต้น

     



 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์