การเดินทางของแสง

      

การเคลื่อนที่ของแสง แหล่งกำเนิดแสง และเซลล์สุริยะ             แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ช่วยให้นักเรียนมองเห็นในเวลากลางวัน นักเรียนใช้แสงจาก     ไฟฟ้าช่วยให้มองเห็นในเวลากลางคืน นอกจากนี้นักเรียนยังใช้แสงทำประโยชน์ต่างๆ การเรียนรู้เกี่ยวกับแสงจะช่วยให้เข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ และสามารถนำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้มากมาย 

การเคลื่อนที่และการเดินทางของแสง

             ถ้าเราสังเกตรอบตัวเราในแต่ละวัน  จะเห็นการเดินทางของแสง                                                      แสงอาทิตย์ส่องผ่านเมฆแสงที่ส่องผ่านหน้าต่าง             ลำแสงเล็ก ๆ เรียกว่า รังสีของแสงแสดงว่า แสงเดินทางเป็นเส้นตรงออกจากแหล่งกำเนิดแสงทุกทิศทุกทาง  แสงเดินทางจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง และเคลื่อนที่เป็นส่วนตรง แสงไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ เช่น แสงอาทิตย์ที่เดินทางมายังโลกมีความเร็วประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที  หรือ 186,000 ไมล์ ต่อวินาที แต่แสงใช้เวลาเดินทางจากดวงอาทิตย์มายังโลกเพียงประมาณ 8.5 นาทีเท่านั้นแหล่งกำเนิดแสงแหล่งกำเนิดแสงแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ1.   แหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ ได้แก่ แสงจากดวงอาทิตย์  แสงจากดวงดาว  แสงจากหิ่งห้อย   ฯลฯ                 แหล่งกำเนิดของแสงที่สำคัญที่สุดที่เรารู้จัก คือ ดวงอาทิตย์  ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลก 150 ล้านกิโลเมตร  แสงเดินทางประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ 1,080 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง  สรุปว่า แสงสามารถเดินทางมาถึงโลกโดยใช้เวลาเพียง 8 นาที  แหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ 2.  แหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์  เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์  ได้แก่  แสงจากหลอดไฟฟ้า  จากเทียนไข  จากตะเกียง  จากไต้  จากกองไฟ ฯลฯแหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
เซลล์สุริยะ
         เซลล์สุริยะ หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่มีหน้าที่แปลงจากแสงแดด ให้เป็นกระแสไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้วเซลล์สุริยะที่มีทั้งแหล่งแสงจากดวงอาทิตย์และจากแหล่งอื่น ล้วนเรียกรวมกันว่า เซลล์โฟโตวอลเทอิก (photovoltaic cell)
เซลล์สุริยะ  ที่มา :  http://th.wikipedia.org
ส่วนประกอบของเซลล์สุริยะ
          พลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกจำนวนมหาศาลนั้น  ส่วนใหญ่พืชจะนำมาใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง หรือการปรุงอาหาร สำหรับมนุษย์และสัตว์  นอกจากจะได้รับประโยชน์จากความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ และการมองเห็นแล้ว  ยังถือว่านำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้น้อยมาก  ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์จัดเก็บ พลังงานแสงอาทิตย์ก็จะสูญหายไปเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน
          การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า
เซลล์สุริยะ  ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า  เซลล์สุริยะเป็นแผ่นกระจก ด้านหน้าฉาบด้วยสารฟอสฟอรัส  ทำหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าลบ  ด้านหลังฉาบด้วย สารซิลิคอน และโบรอน  ทำหน้าที่เป็น ขั้วไฟฟ้าบวก  ปริมาณกระแสไฟฟ้า จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของเซลล์  ปริมาณแสงอาทิตย์  และระยะเวลาที่ได้รับแสงว่านานเพียงใด

เซลล์สุริยะ  ที่มา :  http://school.obec.go.th/science_wp/I_light/solar1.htm
          ปัจจุบันได้มีการนำเซลล์สุริยะไปติดตั้งในอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้
ต่าง ๆ  เช่น  นาฬิกา  เครื่องคิดเลข  ยานอวกาศ  ดาวเทียม  เป็นต้น

       
ผู้ที่ค้นพบหลักการประดิษฐ์เซลล์สุริยะ  คือ  นักฟิสิกส์ชาว
 เยอรมัน  ชื่อ  ไฮน์ริค  แฮรตซ์  ค้นพบในปี  ค.ศ. 1887  โดย
 ระบุว่า  สารบางชนิดสามารถให้กระแสไฟฟ้าได้เมื่อได้รับแสง
 โดยเรียกว่าเป็น  ปรากฎการณ์โฟโต้วอลเทอิค  (photovoltaic
 effect)

 

  

 แหล่งที่มา http://www.google.co.th/search?hl=th&rlz=1R2MOOI_enTH355&q=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87&meta=&aq=f&oq=

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 172 คน กำลังออนไลน์