ของเล่นพื้นบ้านภูมิปัญญาไทย' ---ว่าวว ว.!

รูปภาพของ pcc02943

ชื่อ เด็กหญิงพิชญ์โสภา   มีสุวรรณ  ชั้น ม.1/4  เลขที่  30

วัน เดือน ปี ที่สืบค้น : 16.01.10

เรื่อง : ของเล่นภูมิปัญญาไทยย ย.! [ว่าวไทย] 

ตำแหน่งที่อยู่ของเว็บไซต์ :  http://www.freewebs.com/bin10229/index2.html

1.ใครเป็นผู้สร้างเว็บไซต์นี้ ?

ตอบ นายวรเชษฐ์  ยาวารี

2.เจ้าของเว็บไซต์นี้เป็นหน่วยงานหรือองค์การใดเชื่อถือได้หรือไม่เพราะอ่ะไร?

ตอบ เชื่อถือได้เพราะเจ้าของเว็บไซต์เป็นนักเรียนที่ทำงานเว็บไซต์ส่งอาจารย์โดยมีรูปและข้อมูลอ้างอิงไว้อยู่ในเว็บไซต์อยุ่แล้ว

3.เว็บไซต์นี้เรียกข้อมูลได้เร็ว ง่ายและสะดวกหรือไม่เพียงใด?

ตอบ  เรียกข้อมูลได้ง่ายสะดวกรวดเร็ว

4.เว็บไซต์นี้ต้องการนำเสนอสิ่งใด มีความเป็นกลางหรือไม่และกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?

ตอบ  เว็บไซต์นี้ต้องการนำเสนอเรื่องว่าวไทยทุกๆชนิดและกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียน นิสิต นักศึกษา อาจารย์และผูคนทั่วไป

5.เนื้อหาสาระที่นำมาเสอนมีความคาดเคลื่อน ผิดพลาดบ้างหรือไม่ ถ้ามีมากน้อยเพียงใด?

ตอบ  ไม่มีความคาดเคลื่อนหรือผิดพลาดอะไรใดใดทั้งสิ้น เพราะเจ้าของเว็บไซต์อธิบายได้ชัดเจน

6.เนื้อหาสาระที่นำมาเสนอเกี่ยวกับอะไร มีความยากง่ายเหมาะสมกับผู้เรียนระดับใด?

ตอบ เนื้อหาสาระที่นำมาเสนอนั้นเกี่ยยวกับเรื่องว่าวไทยเหมาะสมนักเรียน  นิสิต  นักศึกษาและผู้คนทั่วไป

7.เรื่องที่ต้องการสืบค้นมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ ต้องค้นหาเพิ่มจากเว็บไซต์อื่นอีกหรือไม่?

ตอบ  เรื่องที่ต้องการสืบค้นมีข้อมูลเพียงพอไม่ต้องสืบค้นจากเว็บไซต์อื่นอีกก็ได้ แต่!ถ้าเราจะหารเพิ่มจากเว็บไซต์อื่นก็ไม่ผิดเพราะเป็นสิทธิ์ของเรา

8.ข้อมูลความรู้เป็นปัจจุบันทันสมัยหรือไม่ และเมื่อศึกษาแล้วมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด?

ตอบ  มีความทันสมัยปานกลางและเมื่อศึกษาแล้วเกิดความเข้าใจง่าย

9.จุดเด่นของเว็บไซต์นี้มีอะไรบ้าง?

ตอบ  ประวัติความเป็นมาและวิธีการทำว่าวไทย

10.การนำเสนอสีตัวอักษร สีพื้น เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร?

ตอบ  เหมาะสมมีภาพนิ่งและวิธีการทำประกอบพอเข้าใจ 

 

ประวัติความเป็นมาของว่าวไทย

่    สมัยสุโขทัย (พ. ศ.1781-1981) มีความนิยมเล่นว่าวในหมู่เจ้านาย จนเกิดเป็นเรื่องราวความรักของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ซึ่งโปรดการเล่นว่าวมาก วันหนึ่งพระองค์ทรง เล่นว่าวในวัง สายป่านขาดลอยไปตกที่หลังคาบ้านพระยาเอื้อ พระองค์เสียดายว่าวมาก เมื่อถึงเวลากลางคืนจึงปลอมตัวเป็นคน สามัญ ปีนออกจากวังไปเก็บว่าวที่บ้านพระยาเอื้อ แล้วพบว่าพระยาเอื้อมีลูกสาวสวย ทำให้พระองค์เกิดความรักกับลูกสาว พระยาเอื้อ

    สมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.1893-2310) การเล่นว่าวได้รับความ นิยมมาก ตั้งแต่พระมหากษัตริย์เรื่อยมาจนถึงสามัญชน ในสมัย สมเด็จพระเพทราชา ได้ใช้ว่าวในการสงครามด้วย โดยใช้ลูกระเบิดติดกับว่าวแล้วจุดไฟตามสายป่าน ใส่ฝ่ายข้าศึก การแข่งขันว่าวจุฬา และปักเป้าเกิดขึ้นในสมัยนี้ โดย พระมหากษัตริย์จะทรงว่าวจุฬา ถ้าใครเล่นว่าวปักเป้าเข้ามาในเขตของ ก็จะถูกคว้าลงมา
    หลักฐานจากจดหมายเหตุของ มองซิเออร์ เดอลาลูแบร์ อัครราชฑูตจากราชสำนักฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย ได้เขียนบรรยายไว้ในจดหมายเหตุการ เดินทางไว้ว่า "ว่าวของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามปรากฏในท้องฟ้าของทุกเดือน ตลอดระยะเวลา 2 เดือนของฤดูหนาว และทรงแต่งตั้งขุนนางให้คอยผลัดเปลี่ยนเวรกันถือสายป่านไว้"
    บาทหลวง ตาชาร์ด ซึ่งเป็นบาทหลวงในนิกายเยซุอิค ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 19 ส่งเข้ามาเผยแพร่คริสต์ศาสนา ได้เขียนบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับว่าว ไว้ว่า "ว่าวเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันอยู่ทั่วไปในหมู่ชาวสยามที่ทะเลชุบศร และเมืองลพบุรี ขณะที่ สมเด็จพระนารายณ์ประทับอยู่นั้น ในเวลากลางคืนรอบพระราชนิเวศน์ จะมีว่าวรูปต่างๆ ลอยอยู่ ว่าวนี้ติดโคมไฟส่องสว่าง และลูกกระพรวนส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง"

    สมัยรัตนโกสินทร์ การเล่นว่าวยังเป็นที่นิยมกันอยู่มาก โดยในสมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ.2394-2111) พระองค์ ทรงมีพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนเล่นว่าวได้ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งแต่เดิมนั้นผู้ที่เล่นว่าวใกล้พ