รายงานที่ 1

1. ก่อนการอบรม

      

ก่อนที่จะมีการอบรมที่มูลนิธิสุข แก้ว  แก้วแดง นั้น พวกเราทุกคนที่มาร่วมอบรมได้มีการประชุมเพื่อฟังรายละเอียดการชี้แจงโครงการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเยาวชนระดับ อบต.ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างคร่าวๆก่อน   โดยมีเจ้าหน้ที่ อบต.และครู กศน. ทำหน้าที่ชี้แจงโครงการดังกล่าว   และมีสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมครั้งแรกนั้น ก็จะเป็นเยาวชนในแต่ละหมู่บ้าน จำนวน 23  คน แล้วคัดเยาวชนที่มีความพร้อม  มีความสมัครใจ  มีเวลาในการอบรมที่มูลนิธิและมีความตั้งใจที่จะกลับมาดำเนินงานในพื้นที่ตำบลตอหลังของเรา   และในวันนั้นก็ได้คัดเลือกผู้ที่จะเข้าอบรมจำนวน 10 คน ตามที่มูลนิธิได้ส่งหนังสือขอองค์กรเยาวชนในตำบลตอหลังเข้าร่วมอบรม  โดยการคัดเลือกภายในสมาชิกกลุ่ม 20 คน พร้อมทั้งแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการการทำงานขององค์กร และเข้าร่วมอบรมกับมูลนิธิสุข-แก้ว  แก้วแดง ด้วย

           จากการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับโครงการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเยาวชนระดับ อบต. 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสร้างสันติสุขนั้น   เมื่อนางสาวฟาติน   กาแบ    ครู กศน.ได้สรุปโครงการว่าเป็นโครงการของเยาวชนด้านศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเราเอง  และเป็นโครงการที่สามารถพัฒนาเยาวชนให้เกิดความเข็มแข็งในตำบล   ดิฉันทราบรายละเอียดที่แรกก็รู้สึกว่ามันเป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่งที่มองเห็นคุณค่าของเยาวชนมากขึ้น   จึงเกิดความคิดว่าอยากจะร่วมโครงการ   แม้ว่าจะเป็นการชี้แจงโครงการที่มีรายละเอียดไม่มากแต่ก็น่าจะลองทำงานในโครงการนี้ดู     ก็เลยเกิดความคิดว่าอยากให้เด็กหรือเยาวชนในหมู่บ้านได้เข้าร่วมโครงการและอยากให้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ด้วย          ความรู้สึกของพวกเราก่อนที่จะเข้าอบรมแต่ละคนนั้น   คิดในใจว่าจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆต่างอำเภอเพิ่มขึ้น  และบางคนมีความรู้สึกดีใจที่จะเข้าร่วมอบรมที่มูลนิธิ   ทั้งๆที่รายละเอียดการอบรมบางคนไม่รู้เลย  แต่พวกเรารู้ว่าจะไปอบรมในโครงการมูลนิธิสุข-แก้ว  แก้วแดง            เมื่อเดินทางออกจากบ้านการเพื่อไปยังมูลนิธิ  เกิดหลงทางเข้าไปทางน้ำตกทรายขาวทีแรกนึกว่าจะได้เล่นน้ำก่อน  แต่สมาชิก อบต.ตอหลังที่มาส่งไม่อนุญาต   ทำให้พวกเรา เกิดความคิดหลายอย่างขึ้นมา ก็คือทำไมเส้นทางที่เราจะไปอบรมไม่ใช่ตัวเมืองและเส้นทางที่กำลังเดินทางนั้นเป็นหุบเขา  ก็เลยรู้สึกแปลกใจว่าทำไมมูลนิธิอยู่กลางป่า  กลางหุบเขาได้ยังไงและสิ่งหนึ่งที่เราได้จดจำมากที่สุดคือ ทางเข้าสู่มูลนิธิที่พวกเราได้นั่งรถขับผ่าน(หลงทาง)ทั้งๆที่หลายคนพยายามสังเกตว่ามูลนิธิอยู่ตรงไหน  เมื่อเราเห็นอาคารมูลนิธิก็เกิดความรู้สึกแปลกใจว่า   สิ่งที่ได้คิดในใจแต่ละคนนั้นมันไม่ใช่ตามที่คิด แถมมูลนิธิก็มีเซเว่นให้กับพวกเราได้ซื้อกินด้วย เมื่อก่อนตอนที่มาอบรมครั้งจะไม่มีร้านขายของเลย             ความคาดหวังของพวกเราที่เข้ามาอบรมนั้นก็คือ การที่เราจะได้นำโครงการไปพัฒนาเด็กและเยาวชน อย่างน้อยโครงการนี้ก็มีงบประมาณในการทำงานและเป็นงบประมาณที่มีอย่างต่อเนื่อง ที่องค์กรเยาวชนของตำบลเราสามารถนำมาพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในชุมชนให้มีประสิทธิภาพด้านศิลปะวัฒนธรรมในท้องถิ่น  ทำให้ผู้ใหญ่มองเยาวชนในด้านบวกมากขึ้น และพวกเราก็ยังสามารถส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมไม่ให้สูญหายไปจากชุมชนของเรา 2.ระหว่างการอบรม            เมื่อมาถึงวันแรกก็รู้สึกลำบากใจว่าเราจะอยู่ยังไง จะทำได้หรือเปล่า  ความสงสัยทั้งหมดก็หายไป  เพราะทั้งที่พัก  ห้องประชุม  และสิ่งต่างๆรอบตัว  มันสวยเกินไปที่จะเป็นมูลนิธิสุข-แก้ว  แก้วแดง ที่ตั้งอยู่กลางป่ากลางหุบเขาและบรรยากาศก็สงบร่มเย็นดีมาก(แต่รู้สึกเหงา)  คืนแรกพวกเรานอนไม่ค่อยหลับสภาพการนอน 1 ห้อง   นอนหลายๆคน อีกอย่างเป็นเพราะการที่เราเจอเพื่อนใหม่ด้วยก็เลยต้องทำความรู้จักไว้ก่อน  การที่ได้มาอยู่ร่วมกับเยาวชน อบต.ต่างๆซึ่งมาจากหลายๆ อบต.ด้วยกันทำให้เพิ่มสีสันมากขึ้น   ยิ่งการมาอบรมครั้งนี้มีทั้งหญิง-ชาย  ครูกศน.  เจ้าหน้าที่ อบต.ทำให้มีความรู้สึกว่าการมาอยู่ท่ามกลางลักษณะของความแตกต่างเหล่านี้มีส่วนอย่างมากที่จะพัฒนาพวกเราในการทำงานขององค์กร   ส่วนที่พักที่นี้ มีอากาศ  สดชื่น  อาหารก็อร่อย(ฝีมือการทำอาหารถูกปากมาก) เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดี  มีการตรวจตราความปลอดภัยตลอด  ส่วนปู่รุ่งก็เป็นกันเอง    ยิ่งรุ่นพี่มาเล่าประสบการณ์ในการทำโครงการของตัวเองในตำบลให้พวกเราฟัง  ทำให้ได้รู้ว่าถ้าเราตั้งใจทำให้ดีความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม  เหมือนกับรุ่นพี่ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว และจะเอาแบบอย่างและคำแนะนำที่ได้จากรุ่นพี่มาประยุกต์ใช้ในการทำงานในพื้นที่ตนเองต่อไปด้วย   คืนวันแสดงนั้นพวกเรามีความประทับใจมากในการแสดงของตำบลของเรา คิดในใจว่าอีกไม่นานการแสดงของตำบลตนเองต้องไม่แพ้กลุ่มอบต.อื่นๆ อย่างแน่นอน  ในระหว่างการอบรมนั้น พวกเรารู้สึกว่าความรู้และประสบการณ์ของตนเองนั้นยังน้อยและส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะพวกเราได้รู้ถึงประสบการณ์ได้รู้ถึงความกล้าแสดงออกในทิศทางที่ถูกต้อง  การอบรมองค์กรเยาวชนที่ทางมูลนิธิได้จัดครั้งนี้สามารถเป็นแบบอย่างในการบริหารงานองค์กรได้เป็นอย่างดีโดยที่ไม่จำเป็นต้องกลับไปเรียนรู้ใหม่มากนัก         ความรู้สึกที่มีต่อการอบรมครั้งนี้  คณะวิทยากรก็เป็นกันเอง  ตลก  และให้คำปรึกษาที่ดี  กิจกรรมที่ได้เรียนรู้ทั้งเล่นเกม การบรรยายการอบรม  การจัดแสดง  และกิจกรรมนันทนาการ  โดยเฉพาะบาบอ  วิทยกรจิตสาธารณะ  ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น  เกิดความสนุกสนามมาก  ทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่กลุ่ม  ส่วนเนื้อหาวิชาที่พวกเราได้อบรมนั้นก็ไม่เกิดความเครียดเท่าไร เนื้อหาของวิชาก็ไม่มากและเป็นวิชาที่ต้องใช้ในการทำงานขององค์กรจริงๆอาทิเช่น วิชาการเขียนโครงการ    ความรู้เกี่ยวกับการบริหารองค์กร  และการบริหารงบประมาณ   ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานขององค์กรเยาวชนในการสร้างความเข็มแข็งระดับตำบล  ส่วนด้านการจัดกิจกรรมนันทนาการต่างๆพวกเราคิดว่าชอบมากแม้จะเหนื่อยก็ตามแต่การปืนเขา (ทรมาน มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   แต่ก็สนุก)   การเล่นกีฬา  สิ่งหนึ่งที่พวกเราชื่นชมอย่างมากก็คือ        การละหมาด     ถือว่าเป็นกิจวัตรและหน้าที่ที่ผู้นับถือศาสนาอิสลามอย่างพวกเราต้องปฏิบัติ             วันสุดท้ายของการอบรมนั้นพวกเราทุกคนไม่อยากจากไปเลย แม้จะคิดถึงบ้านก็ตามและอยากให้มีการอบรมต่อ และพวกเราก็ได้เห็นน้ำตาของเพื่อนๆขององค์กรเยาวชนแต่ละตำบลและครู กศน.ของเรา กะฟาติน ก็มีน้ำตาแห่งความเศร้าที่ต้องจากกัน ถึงจะมีน้ำตาแต่มันก็มาพร้อมกับรอยยิ้มที่เห็นความตั้งใจของพวกเราทุกคน  พร้อมทั้งต่างคนต่างก็ระบายความรู้สึกที่มีให้กันและกันระหว่างการอบรม   พวกเราได้โอบกอดกันแสดงความรักที่มีต่อเพื่อนและความประทับใจในการอบรมครั้งนี้ที่ทำให้รู้จักเพื่อนแต่ละอบต. และอย่างน้อยพวกเราก็ได้เพื่อนที่มีอุดมอคติเดียวกันในการทำงานสืบทอดวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีอยู่ให้มีความยั่งยืน   3. หลังการอบรม                    ระหว่างทางกลับบ้านสมาชิกทุกคนอยู่ในรถเงียบจนกระทั่ง ครู กศน.ได้จุดประกายว่า หลังจากนี้จะทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก และประธานของเราเสนอว่าให้พบผู้นำก่อนและอธิบายความเป็นมาของโครงการ พร้อมทั้งนัดประชุมพวกเราทุกคน และพวกเรา ก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับความถนัดและความสามารถของแต่ละคนจะได้สอดคล้องกับหน้าที่ที่จะรับผิดชอบในการจัดตั้งองค์กรเยาวชนในตำบล  ทุกคนรู้สึกว่าการทำงานของมูลนิธิสุข-แก้ว   แก้วแดงของดร.รุ่งนั้นเป็นขั้นเป็นตอนในการทำงานและรู้สึกว่าการทำงานนั้นถ้าหากสมาชิกทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ในการทำงานแล้ว  การทำงานในลักษณะนี้ก็ไม่ยากและน่าจะประสบความสำเร็จในการทำงานขององค์กรเยาวชนได้แน่นอน  สิ่งแรกที่ทุกคนต้องดำเนินการคือ การชี้แจงการอบรมต่อนายกอบต. กำนัน และผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ตำบล  หลังจากชี้แจงพวกเราคิดว่าจะหาสมาชิกขององค์กรเยาวชนให้ครบ 60 คนก่อน เพื่อการจัดตั้งองค์กรเยาวชนขึ้นมา เราจะใช้สถานที่ทำงาน 2 แห่งเป็นหลัก คือ  อบต.ตอหลัง และ กศน.ตำบลตอหลัง ในวันประชุมครั้งแรกเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการในการประชุมชี้แจงการจัดตั้งองค์กรเยาวชนตำบลตอหลัง เพื่อให้ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในงานของตัวเอง               บางคนก็หลับในรถแบบสบายใจมาก คือ ไม่รับรู้อะไร เราก็ไปเรื่อยๆ และครู กศน.กะฟาตินถามว่าพวกเราที่มาอบรม ได้อะไรบ้าง พร้อมทั้งแอบปลื้มใครไว้บ้าง  บางคนก็ชอบเยาวชนจากอบต.ธารน้ำทิพย์ บางคนก็ชอบเยาวชนจาก อบต.ควนโนรี โดยเฉพาะแม เรียกว่าเป็นคู่กัดของน้องยะห์ก็ว่าได้ แต่พวกเราก็สนุกและมีความสุข

รูปภาพของ sea

ขอเป็นกำลังใจ ในการทำกิจกรรมในตำบลนะครับ

ฝากสลามทุกคนด้วยนะครับ สู้ๆสู้ๆ

แบซีLaughing 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 73 คน กำลังออนไลน์