แฟลช และเทคนิคการถ่ายภาพด้วยแสงแฟลช

 

แฟลช ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการถ่ายภาพอย่างหนึ่ง ทำให้สามารถถ่ายภาพได้กว้างมากขึ้น ปัจจุบันจึงมีผู้คิดค้นแฟลชต่างๆ ออกวางจำหน่ายอย่างมากมาย รวมไปถึงการจัดทำให้แฟลชอยู่ติดกับตัวกล้อง เกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ทำให้ผู้ใช้งานใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น ผู้ใช้กล้องจึงควรมีความรู้พื้นฐานในการเลือกใช้แฟลชให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และในสภาพแสงต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

การใช้แฟลชช่วยในการถ่ายภาพได้ดังนี้

1.ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในที่มืด หรือในที่ที่แสงสว่างไม่เพียงพอที่จะบันทึกภาพได้ เช่น ห้องมืด หรือในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตามการใช้แฟลชแบบนี้ต้องทำใจกับแสงสีที่จะเกิดขึ้นในภาพ ว่าอาจจะไม่เหมือนกับที่เราเห็น ณ เวลานั้น ขณะนั้น

2. เมื่อต้องการถ่ายภาพในที่กลางแจ้งซึ่งแสงอาทิตย์ส่องมาด้านหลัง ทำให้วัตถุเกิดเงาดำ หรือเรียกอีกอย่างว่าการถ่ายย้อนแสง เราสามารถเปิดแฟลช เพื่อลบเงาด้านหน้าบริเวณที่เกิดเงาดำได้ ทำให้ได้ภาพที่สวยงาม เห็นรายละเอียดสวยงาม ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือการถ่ายภาพย้อนแสงในตัวอาคาร ก็สามารถใช้แฟลชเพิ่มความสว่างในส่วนที่มืดได้

3. การถ่ายภาพโดยใช้แฟลช จะช่วยตรึงวัตถุให้อยู่กับที่ได้ภาพคมชัด ไม่พร่ามัว แม้วัตถุนั้นจะเคลื่อนไหวอยู่ก็ตาม

เทคนิคการถ่ายภาพด้วยแสงแฟลช

Fill- InFlash


ปรกติการถ่ายภาพย้อนแสงในเวลากลางวัน ตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะอยู่ตนตรงข้ามกับตัวผู้ถ่ายภาพพอดี และเมื่อทำการวัดแสงโดยใช้เครื่องวัดแสงที่ติดอยู่ในตัวกล้อง จะทำการวัดแสงแบบค่าเฉลี่ย และคำนวณให้กล้องถ่ายภาพเปิดช่องรับแสงที่แคบ เนื่องจากเครื่องวัดแสงวัดแสงบริเวณท้องฟ้า ซึ่งเป็นที่แสงสว่างจ้ามาก และเมื่อถ่ายภาพตามที่กล้องคำนวณ บุคคลภายในภาพจะมีเงามืด ในขณะที่บริเวณท้องฟ้าหรือ background จะมีความสว่างพอดี วิธีแก้ไขคือต้องใช้แฟลชช่วยในการถ่ายภาพ วิธีการถ่ายก็เพียงปรับความไวชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กับแฟลช ปรับค่าความไวแสงที่ตัวแฟลช ดูระยะความห่างของกล้องกับตัวแบบ ว่าอยู่ห่างกี่เมตร หรือกี่ฟุต แล้วปรับค่าช่องรับแสงให้ตรงกับระยะห่าง  หลังจากนั้นทำการถ่ายภาพ ก็จะได้ภาพตัวแบบที่ไม่มีเงามืด ภาพจะสวยงามขึ้น

การถ่ายภาพด้วยแสงสะท้อนจากแฟลช (Bounce Flash)


การถ่ายภาพโดยใช้แฟลชยิงไปตรงๆ  กับวัตถุหรือหน้าคนนั้น  ภาพที่ได้อาจจะสว่างมากเกินไป  หรือแสงแข็งให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ปัญหานี้อาจลดลงได้ด้วยการแผ่กระจายแสงแฟลชให้กว้างขึ้น หรือตั้งเป็นแฟลชกระจายแสง หรือจะหาแผ่นกระดาษหรือผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาปิดกั้นแสง  หรือจะใช้เทคนิค Bounce Flash ด้วยการปล่อยแสงแฟลชให้ตกกระทบกับวัตถุ แล้วจึงสะท้อนกลับมาที่ตัวแบบ แทนที่จะปล่อยแสงแฟลชให้กระทบกับตัวแบบโดยตรง โดยการสะท้อน อาจใช้ร่มสะท้อนแสง ฝาผนัง หรือเพดานเตี้ยๆ แต่มีข้อควรระวังคือควรจะเลือกวัตถุตกกระทบให้มีสีขาวหรือสีกลางๆ มิฉะนั้นแล้ว สีของวัตถุสะท้อนแสงนั้นจะทำให้ตัวแบบสีผิดเพี้ยนไป  นอกจากนี้แฟลชบางตัวออกแบบมาให้สามารถปรับหลอดให้แหงนหรือปรับซ้ายขวาได้ จะช่วยในการถ่ายภาพภายใต้แสงที่นุ่มนวลขึ้น  แต่จะต้องเปิดหน้ากล้องให้กว้างขึ้นกว่าที่ถ่ายโดยใช้แสงแฟลชโดยตรงประมาณ 1-2 สต๊อป ตามแต่ลักษณะของวัตถุสะท้อนแสง

 

ที่มา http://www.klongdigital.com/news3/show_news.php?newsid=4

สร้างโดย: 
ปวิตรา เปรมสมาน ม.6/5 เลขที่ 39

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 34 คน กำลังออนไลน์