International space station
เมื่อวันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 กระสวยอวกาศแอตแลนติส (Atlantis) ได้นำชิ้นส่วนที่เป็นหน้าที่หลักของสถานีอวกาศนี้ขึ้นไปประกอบ ซึ่งก็คือห้องทดลองของสหรัฐอเมริกานามว่าเดสตินี่ (Destiny)
ใช่แล้วครับสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station (หรือเรียกย่อๆว่า ISS) มีถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่จะใช้ในการทดลองประยุกต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี อย่างเช่น การศึกษาการทำงานของร่างกายคนในสภาพที่แรงโน้มถ่วงน้อยในระยะยาว หรือการทดลองเลี้ยงสารในสภาพแวดล้อมอวกาศ ที่อาจจะนำมาซึ่งการรักษาโรคต่างๆที่ยังไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบัน นอกจากนั้น ISS ยังเป็นที่สำหรับศึกษาและทดสอบสิ่งจำเป็นต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร หรือการเดินทางสำรวจจักรวาลต่อๆไป
ห้องทดลองของสหรัฐอเมริกาเดสตินี่เป็นหนึ่งในจำนวนห้องทดลองทั้งหมด 6 ห้อง ที่ผมเรียกว่าห้องนั้นความจริงมันเป็นชิ้นส่วนประกอบ(Module) เนื่องจากแต่ละห้องทดลองจะถูกนำมาต่อกันในอวกาศ รวมๆกันเป็น ISS อย่างที่เห็นในรูป เมื่อการประกอบทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว ISS จะมีความกว้าง 131 ฟุต สูง 290 ฟุต และยาว 390 ฟุต มีเนื้อที่ใช้สอยรวมกันพอๆกับในห้องผู้โดยสารของเครื่องบินจัมโบเจ็ต โบอิ้ง 747 เลยทีเดียว โดยเมื่อใช้งานจริง จะมีคนอาศัยอยู่ 6 คน (มากที่สุดได้ 7 คน) อยู่เป็นช่วงคนละประมาณ 3 ถึง 6 เดือน
ISS นี้เป็นความร่วมมือกันของหน่วยงานต่างรวมกัน 16 ชาติ ซึ่งมีใครบ้างก็กดดูได้ที่นี่ ส่วนประกอบทั้งหมดของ ISS นั้นประมาณว่ามีส่วนประกอบหลักประมาณ 70 ส่วน ส่วนย่อยๆอีกเป็นร้อย ต้องอาศัยการขนส่งขึ้นอวกาศประมาณ 45 เที่ยวบิน ใช้เวลาขนส่งประมาณ 5 ปีโดยใช้ยานพาหนะถึง 3 ประเภทได้แก่ กระสวยอวกาศ (Space Shuttle) จรวดโซยุต (Russian Soyuz Rocket) และ จรวดโปรตอน (Russian Proton Rocket) เสร็จสิ้นการขนส่งประมาณปี 2004
เรามาลองดูกันซิว่า ISS มีชิ้นส่วนหลักๆอะไรบ้าง
Laboratories ห้องทดลองทั้งหมดมี 6 ห้องจากชาติต่างๆ อันได้แก่ 1. US Laboratory Module 2. Centrifuge Accomodation Module (CAM) 3. European Space Agency (ESA) Columbus Orbital Facility (COF) 4. Japanese Experiment Module (JEM) และ Russian Research Module อีก 2 ห้องครับ
ในการทำงานเราก็ต้องมีแขนมาช่วยจับถือ ISSก็มีแขนเช่นกัน Canadian Mobile Servicing System หรือระบบเคลื่อนย้ายสิ่งของของแคนาดา เป็นแขนหุ่นยนต์ยาว 55 ฟุต และตัวฐานที่ย้ายตำแหน่งได้ โดยตัวฐานและนี้จะสามารถเลื่อนไปได้ตลอดตามแนวโครงของสถานีอวกาศ มันสามารถรับนํ้าหนักได้ 125 ตัน หน้าที่ของมันมีไว้สำหรับใช้ในงานประกอบและงานซ่อมบำรุง
อีกส่วนที่สำคัญคือ Zarya หรือ Functional Cargo Block (FGB ย่อจากภาษารัสเซีย) สำหรับเป็นแหล่งพลังงาน ที่เก็บเชื้อเพลิง แหล่งขับเคลื่อน และท่าเข้าเชื่อมต่อ เจ้าส่วน FGB นี้เดิมทีถูกสร้างขึ้นในรัสเซียแต่ต่อมาถูกซื้อโดยสหรัสอเมริกา
Science Power Platform (SPP) เป็นแหล่งสร้างพลังงานและแหล่งระบายความร้อนสำหรับสถานีอวกาศสากล
ที่ขาดไม่ได้ในยามฉุกเฉินก็คือ Crew Return Vehicles (CRVs) หรือยานฉุกเฉินนี้จะสามารถพาคนในสถานีกลับลงสู่บรรยากาศของโลก ยานฉุกเฉินที่ใช้ได้จะมี 2 ลำคือ โซยุสแคปซูล Soviet Soyuz TM Capsules หรือโซยุส (Soyuz) สามารถจุได้ 3 คน และอีกลำได้ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นทดลองที่นาซ่าในรหัส X-38 ยานนี้จะจุได้ 7 คน สามารถ "ร่อน" ลงจอดได้โดยการบินแบบอัตโนมัติ เผื่อว่านักบินบาดเจ็บไม่สามารถขับได้ ยังมีส่วนอื่นๆอีกนะครับแต่ขอแนะนำแค่นี้ก่อน
ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกคือ นํ้าหนักรวมเมื่อสร้างเสร็จจะประมาณ 1.04 ล้านปอนด์ ระดับความสูงเฉลี่ยของ ISS จะอยู่ที่ 220 ไมล์จากพื้นโลก โดยจะโคจรด้วยความเร็ว 17,500 ไมล์ต่อชั่วโมงใช้เวลาโคจรรอบโลก 1 รอบได้ในเวลา 90 นาที สภาพแวดล้อมจะมีความแตกต่างของอุณหภูมิจาก -250 ถึง +250 องศาฟาเรนไฮส์ (เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศ)
เมื่อวันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 กระสวยอวกาศแอตแลนติส (Atlantis) ได้นำชิ้นส่วนที่เป็นหน้าที่หลักของสถานีอวกาศนี้ขึ้นไปประกอบ ซึ่งก็คือห้องทดลองของสหรัฐอเมริกานามว่าเดสตินี่ (Destiny)
ใช่แล้วครับสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station (หรือเรียกย่อๆว่า ISS) มีถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่จะใช้ในการทดลองประยุกต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี อย่างเช่น การศึกษาการทำงานของร่างกายคนในสภาพที่แรงโน้มถ่วงน้อยในระยะยาว หรือการทดลองเลี้ยงสารในสภาพแวดล้อมอวกาศ ที่อาจจะนำมาซึ่งการรักษาโรคต่างๆที่ยังไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบัน นอกจากนั้น ISS ยังเป็นที่สำหรับศึกษาและทดสอบสิ่งจำเป็นต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร หรือการเดินทางสำรวจจักรวาลต่อๆไป
ห้องทดลองของสหรัฐอเมริกาเดสตินี่เป็นหนึ่งในจำนวนห้องทดลองทั้งหมด 6 ห้อง ที่ผมเรียกว่าห้องนั้นความจริงมันเป็นชิ้นส่วนประกอบ(Module) เนื่องจากแต่ละห้องทดลองจะถูกนำมาต่อกันในอวกาศ รวมๆกันเป็น ISS อย่างที่เห็นในรูป เมื่อการประกอบทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว ISS จะมีความกว้าง 131 ฟุต สูง 290 ฟุต และยาว 390 ฟุต มีเนื้อที่ใช้สอยรวมกันพอๆกับในห้องผู้โดยสารของเครื่องบินจัมโบเจ็ต โบอิ้ง 747 เลยทีเดียว โดยเมื่อใช้งานจริง จะมีคนอาศัยอยู่ 6 คน (มากที่สุดได้ 7 คน) อยู่เป็นช่วงคนละประมาณ 3 ถึง 6 เดือน
ISS นี้เป็นความร่วมมือกันของหน่วยงานต่างรวมกัน 16 ชาติ ซึ่งมีใครบ้างก็กดดูได้ที่นี่ ส่วนประกอบทั้งหมดของ ISS นั้นประมาณว่ามีส่วนประกอบหลักประมาณ 70 ส่วน ส่วนย่อยๆอีกเป็นร้อย ต้องอาศัยการขนส่งขึ้นอวกาศประมาณ 45 เที่ยวบิน ใช้เวลาขนส่งประมาณ 5 ปีโดยใช้ยานพาหนะถึง 3 ประเภทได้แก่ กระสวยอวกาศ (Space Shuttle) จรวดโซยุต (Russian Soyuz Rocket) และ จรวดโปรตอน (Russian Proton Rocket) เสร็จสิ้นการขนส่งประมาณปี 2004
เรามาลองดูกันซิว่า ISS มีชิ้นส่วนหลักๆอะไรบ้าง
Laboratories ห้องทดลองทั้งหมดมี 6 ห้องจากชาติต่างๆ อันได้แก่ 1. US Laboratory Module 2. Centrifuge Accomodation Module (CAM) 3. European Space Agency (ESA) Columbus Orbital Facility (COF) 4. Japanese Experiment Module (JEM) และ Russian Research Module อีก 2 ห้องครับ
ในการทำงานเราก็ต้องมีแขนมาช่วยจับถือ ISSก็มีแขนเช่นกัน Canadian Mobile Servicing System หรือระบบเคลื่อนย้ายสิ่งของของแคนาดา เป็นแขนหุ่นยนต์ยาว 55 ฟุต และตัวฐานที่ย้ายตำแหน่งได้ โดยตัวฐานและนี้จะสามารถเลื่อนไปได้ตลอดตามแนวโครงของสถานีอวกาศ มันสามารถรับนํ้าหนักได้ 125 ตัน หน้าที่ของมันมีไว้สำหรับใช้ในงานประกอบและงานซ่อมบำรุง
อีกส่วนที่สำคัญคือ Zarya หรือ Functional Cargo Block (FGB ย่อจากภาษารัสเซีย) สำหรับเป็นแหล่งพลังงาน ที่เก็บเชื้อเพลิง แหล่งขับเคลื่อน และท่าเข้าเชื่อมต่อ เจ้าส่วน FGB นี้เดิมทีถูกสร้างขึ้นในรัสเซียแต่ต่อมาถูกซื้อโดยสหรัสอเมริกา
Science Power Platform (SPP) เป็นแหล่งสร้างพลังงานและแหล่งระบายความร้อนสำหรับสถานีอวกาศสากล
ที่ขาดไม่ได้ในยามฉุกเฉินก็คือ Crew Return Vehicles (CRVs) หรือยานฉุกเฉินนี้จะสามารถพาคนในสถานีกลับลงสู่บรรยากาศของโลก ยานฉุกเฉินที่ใช้ได้จะมี 2 ลำคือ โซยุสแคปซูล Soviet Soyuz TM Capsules หรือโซยุส (Soyuz) สามารถจุได้ 3 คน และอีกลำได้ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นทดลองที่นาซ่าในรหัส X-38 ยานนี้จะจุได้ 7 คน สามารถ "ร่อน" ลงจอดได้โดยการบินแบบอัตโนมัติ เผื่อว่านักบินบาดเจ็บไม่สามารถขับได้ ยังมีส่วนอื่นๆอีกนะครับแต่ขอแนะนำแค่นี้ก่อน
ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกคือ นํ้าหนักรวมเมื่อสร้างเสร็จจะประมาณ 1.04 ล้านปอนด์ ระดับความสูงเฉลี่ยของ ISS จะอยู่ที่ 220 ไมล์จากพื้นโลก โดยจะโคจรด้วยความเร็ว 17,500 ไมล์ต่อชั่วโมงใช้เวลาโคจรรอบโลก 1 รอบได้ในเวลา 90 นาที สภาพแวดล้อมจะมีความแตกต่างของอุณหภูมิจาก -250 ถึง +250 องศาฟาเรนไฮส์ (เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศ)
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 147 ครั้ง









