เรื่อง การศึกษาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน สู่มิติการรู้จักตนอันอุดม

1.ชื่อเรื่อง     การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยนักเรียนเป็นสำคัญ 

เรื่อง  การศึกษาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน สู่มิติการรู้จักตนอันอุดม                       

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6

โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะอำเภอเบตง  จังหวัดยะลา  ปีการศึกษา  2552          

1.1 ความสำคัญของเรื่อง                       

           โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนจากหลายภาค  บิดา มารดาย้ายถิ่นฐานเข้ามาประกอบอาชีพรับจ้างทำสวนยางพารา  สวนผลไม้  ซึ่งประกอบด้วย ชาวภาคเหนือ  ภาคอีสาน  ภาคตะวันออก  ภาคกลาง  ชาวไทยภูเขาหลายเผ่า  และภาคใต้อันเป็นเจ้าของถื่นฐาน  ทำให้โรงเรียนมีนักเรียนต่างเชื่อสาย  เชื่อชาติ มีศาสนา  ภาษาและศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย  น่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และน่าอนุรักษ์  ความภาคภูมิใจประการหนึ่งของนักเรียนและผู้ปกครองคือการได้แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของตนให้ชุมชนอื่นๆได้รับรู้เรื่องราวและกล่าวขาน  และอีกประการคือความรำลึกถึงท้องถิ่นเดิม

            ศิลปวัฒนธรรมประเพณีเดิมย่อมทำให้ชนทุกเชื้อชาติ  ทุกภาค  ทุกภาษา  ทุกศาสนา  ได้เกิดความอบอุ่นเสมอเหมือนตนได้อยู่อาศัยในบ้านเกิดของตนเอง  จะเป็นแรงบรรดานใจที่จะร่วมรักษาคุณธรรมจริยธรรมและมีกำลังใจร่วมพัฒนาท้องถิ่นที่ตนได้มาอยู่อาศัยด้วยความรักประดุจบ้านเกิดของตนเอง

 

            ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เรื่องการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรมที่จะสร้างเสริมให้นักเรียนทุกเชื้อชาติ ให้มีความสมานฉันท์  กลมกลืน เป็นไปค่อนข้างยากเพราะความไม่ลงตัวของภาษา เชื้อชาติ  ศาสนา และแนวทางปฏิบัติของตนที่ที่กระทำสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และต่างไม่ค่อยยอมรับแนวทางปฏิบัติของกันและกัน มีการกระทบกระทั่งกันทั้งในด้านคุณธรรมจริยธรรม  การคลองตน  ครองคน  ครองงาน(การเรียน) รวมถึงศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของแต่ละท้องถิ่นมักจะถูกยกขึ้นมาเป็นที่ล้อเรียนกันเสมอๆ  จนเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันเนืองๆ  การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียนของโรงเรียนประสบผลสัมฤทธิ์ในระดับที่ไม่น่าพอใจตลอดม

           ผู้ศึกษา  ได้พยายามทำการศึกษาหาแนวทางการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดผลอย่างยั่งยืนและพบว่า ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์  จากแนวคิดของมาสโลว์ เรื่องมิติการรู้จักตนอันอุดม จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนได้ จึงได้ทำการศึกษาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน สู่มิติการรู้จักตนอันอุดมขึ้น  

        

 1.2 แนวทางในการพัฒนา

1.2.1 ขั้นเตรียมการ

1.2.2 กำหนดประชากรกลุ่มตัวอย่าง

1.2.3 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน

1.2.4 การดำเนินการพัฒนา

1.2.5 การเผยแพร่

1.2.6 การวิเคราะห์ข้อมูล

1.2.7 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล  

 

2.บทนำ           

2.1 แนะนำตนเอง                       

ชื่อ นายเอนก  แสงศรีคำ      อายุ 56 ปี                       

จบการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ พลศึกษา  

ปัจจุบัน ตำแหน่ง ครู  วิทยฐานะ ชำนาญการ

รับราชการ โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลาเขต 3     

       

2.2 ข้อมูลโรงเรียน                       

โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ   ที่ตั้ง 43/1 ถ.สุขยางค์  อ.เบตง  จ.ยลา                         

จำนวนชั้นเรียน 8 ชั้น                       

จำนวนครู 8 คน  หญิง 4 คน ชาย 4 คน                       

จำนวนพนักงานข้าราชการ 1 คน (หญิง)                       

จำนวนนักเรียน 113 คน    

       

2.3 ปัญหาการเรียนการสอนที่พบ        

1.ผู้เรียนไม่เห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม

2.ผู้เรียนไม่สนใจด้านคุณธรรมจริยธรรมเนื่องจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีบทบาท และอิทธิพลต่อเยาวชนสูงแทนสูง

3.บริบทโดยทั่วไปกระบวนการสอนและวัดผลของครูไม่ท้าทายทำให้ผู้เรียน เบื่อหน่าย 

          

2.4 ความต้องการที่จะแก้ไขปรับปรุง

1.ให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม

2.ให้ผู้เรียนสนใจด้านคุณธรรมจริยธรรมเนื่องจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีบทบาท และอิทธิพลต่อเยาวชนสูงแทนสูง

3.ให้บริบทโดยทั่วไปกระบวนการสอนและวัดผลของครูท้าทายทำให้ผู้เรียน สนใจ  

 

3.เนื้อเรื่อง           

3.1ได้ทำอะไรเพื่อการปรับปรุง/พัฒนา                                  

ได้จัดทำนวัตกรรม  การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยนักเรียนเป็นสำคัญ เรื่องการศึกษาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน สู่มิติการรู้จักตนอันอุดมแก่นักเรียนโรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม        

     

3.2 แนวความคิดหรือทฤษฎีที่ใช้                    

ใช้ ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์  จากแนวคิดของมาสโลว์ (Abraham  Maslow) กล่าวว่า  การพัฒนาคนสู่ความสำเร็จและรู้จักตนเองอันอุดม(self  actualization) อันเป็นความต้องการสูงสุดของมนุษย์  จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผ่านลำดับความต้องการ 3 ขั้นตอนคือ

1. ความต้องการทางร่างกาย 

2. ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย

3. ความต้องการที่ได้รับการยอมรับและยกย่อง

 

ได้รับการตอบสนองหมดแล้ว  ความสำเร็จขั้นนี้ถือได้ว่าเป็นความสุขทางด้านจิตใจ  จะเป็นบุคคลที่รับรู้เกี่ยวกับความจริงความดีงามยอมรับตนเองและคนอื่นและเป็นบุคคลที่มีความคิดริเริ่ม  อันเป็นองค์ประกอบช่วยให้บุคคลสามารถตระหนักในความเป็นมนุษย์และพัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ จึงได้นำทฤษฎีความต้องการของมนุษย์  จากแนวคิดของมาสโลว์ ((Abraham  Maslow) มาใช้เป็นแนวความคิดในการพัฒนาตามลำดับ 3 ขั้นตอน คือ           

1.จัดกิจกรรมสนองความต้องการทางกาย(physiological  need)           

2.จัดกิจกรรมสนองความต้องการความมั่นคงปลอดภัย(safty  need)           

3.จัดกิจกรรมสนองความต้องการที่ได้รับการยอมรับและยกย่อง(esterm  need)         

4.จัดกิจกรรมสนองความต้องการที่จะรู้จักตนอันอุดม(self  actualization)

 

 

3.3 การวางแผนการทำงาน

1 ขั้นเตรียมการ

2 กำหนดประชากรกลุ่มตัวอย่าง

3 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน

4 การดำเนินการพัฒนา

5 การเผยแพร่

6 การวิเคราะห์ข้อมูล

7 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

 

3.4 กระบวนการดำเนินงาน        

3.4.1 ขันเตรียมการ

           

3.4.1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นประถมศึกษาปีที่1- 5

         ได้ข้อสรุปว่า กรอบแนวคิดในการจัดทำสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมต้องจัดตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2544 โดยคำนึงว่ากลุ่มสังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและผู้ที่อยู่รอบข้าง

         ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นที่อยู่อาศัย  และเชื่อมโยงประสบการณ์ไปสู่โลกกว้างผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ และมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาให้เป็นผู้มีคุณธรรม   จริยธรรม  ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ  มีความเป็นพลเมืองดี   มีความรับผิดชอบ   การอยู่ร่วมกันและการทำงานกับผู้อื่น    มีส่วนร่วมในกิจกรรมของห้องเรียน  และได้ฝึกหัดการตัดสินใจได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง  ครอบครัว   โรงเรียนและชุมชนในลักษณะการบูรณาการ

         ผู้เรียนได้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับปัจจุบันและอดีต  มีความรู้พื้นฐานทางเศรษฐกิจ   ได้ข้อคิดเกี่ยวกับรายรับ รายจ่ายของครอบครัว  เข้าใจถึงการเป็นผู้ผลิต  ผู้บริโภค  รู้จักการออมขั้นต้น  และวิธีการเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการพัฒนาแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา   ศีลธรรม  จริยธรรม  หน้าที่พลเมือง  เศรษฐศาสตร์  ประวัติศาสตร์  และภูมิศาสตร์  เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจในขั้นที่สูงต่อไป 

          

3.4.1.2 ศึกษาคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกรมวิชาการ  กระทวงศึกษาธิการ และของสำนักพิมพ์ต่างๆ  ได้ข้อสรุปว่า           

3.4.1.3 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ของโรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ ซึ่งครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม  ได้ร่วมกันกำหนดขึ้นในปีการศึกษา 2546 และผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในรายละเอียดสาระการเรียนรู้แกนกลาง           

3.4.1.4 ศึกษาคำอธิบายรายวิชา            

3.4.1.5 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมพื้นฐานของนักเรียน           

3.4.1.6 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง   

     

3.4.2.กำหนดประชากรกลุ่มตัวอย่าง            ประชากรที่ใช้ในการศึกษาพัฒนาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะปีการศึกษา 2551 ที่เรียนกลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม  โดยได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive  Sampling)   

     

3.4.3 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน

 

3.4.3.1 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 เป็นคู่มือครูสำหรับใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน

3.4.3.3 สร้างและหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เอกสารประกอบการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม                         

3.4.3.4 ดำเนินการศึกษาพัฒนา                       

3.4.3.5 การเผยแพร่                       

3.4.3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล                       

3.4.3.7 กำหนดสถิติในการวิเคราะห์  

 

 

4.บทสรุป      

     

4.1 ผลที่เกิดขึ้น         

           

4.1.1 ความสำเร็จของตนเอง   

                 

4.1.2 ความสำเร็จของนักเรียน 

                      

4.1.2.1 ด้านสติปัญญา (เก่ง) 

ผู้เรียนมีสติปัญญาและมีพัฒนาที่ดีขึ้น  ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์  การแก้ปัญหา  และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นผู้มีเหตุผลที่ดีตามมาตรฐานการเรียนรู้ด้วยตนเองเต็มตามศักยภาพ  ในด้านผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม มีค่าเฉลี่ยจากภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ดีขึ้น สูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ

                       

4.1.2.2 ด้านคุณธรรม จริยธรรม(ดี)

ผู้เรียนมีจิตสำนึกและเห็นคุณค่าวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมประวัติศาสตร์  มีความใฝ่รู้ มีสติมีความรับผิดชอบ  นักเรียนได้ปฏิบัติจริงตรงกับกระบวนการเรียนโดยนักเรียนเป็นสำคัญ ตรงกับความสนใจและรงกับลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาที่กำหนด  สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

                      

4.1.2.3 ด้านอารมณ์สังคม(มีสุข)

ผู้เรียนมีจิตใจเบิกบานสนุกสนานกับการเรียนรู้ มีความเชื่อมั่นในตนเอง  และมีจิตอาษา  พัฒนาชุมชน  สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ ฯลฯ 

           

4.2 สรุปบทเรียนที่ได้               

4.2.1 ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน สู่มิติการรู้จักตนอันอุดม                    

4.2.2 ได้แรงบันดาลใจเพื่อการดำเนินงาน                     

เหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มุ่งทำลายคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามของคนทุกศาสนา ก่อให้เกิดความแตกแยกความไม่ไว้ใจกันและกัน และการประพฤติปฏิบัติคุณธรรมจริยธรรม ลดน้อยถอยลง

4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ                   

4.3.1 ที่เกิดกับตนเอง   

ได้มีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม                    

4.3.2 แนวการพัฒนาผู้เรียน                       

ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช 2542 มาตรา 24 ทีกำหนดไว้ว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในสถานศึกษา ดำเนินการจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน  โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล  ฝึกทักษะกระบวนการคิด  การจัดการ  การเผชิญสถานการณ์  และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ปัญหา  จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนไดเรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้  คิดเป็น  ทำเป็น  รักการอ่าน  และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง  จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆอย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมค่านิยมในวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม                    

4.3.3 การเผยแพร่กับบุคคลอื่นต่อไป ได้ดำเนินการเผยแพร่ดังนี้                       

1.คณะครูโรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ                    

2.เว็ปไซท์ สพท. ยล 3                       

3.โรงเรียนในสังกัด สพท.ยล 3 ทุกโรง                      

4.ที่อื่นๆ 

เรียน  อาจารย์เอนก คะ

 แวะเข้ามาดูและสนใจ  เลยอยากฝากความเห็นไว้ 2-3 เรื่อง ค่ะ  คือ  1) ถ้าจัดหัวข้อให้เป็นย่อหน้าและอ่านง่ายกว่านี้จะน่าสนใจมากขึ้น  2)  ควรเพิ่มรายละเอียดเรื่องสถิติข้อมูลที่ใช้ และการวิเคราะห์ข้อมูล  เพื่อจะได้เป็นหลักฐานยืนยันผลวิจัยที่เกิดขึ้น  และจะเป็นงานวิจัยที่ได้มาตรฐานมากขึ้นนะคะ  ขอให้กำลังใจค่ะ

วรัยพร

รูปภาพของ nina

อาจารย์น่าจะจัดหน้า

เพื่อให้อ่านง่ายกว่านี้น่ะค่ะ

 

รูปภาพของ nina

เรียน อ.เอนก

รบกวนอาจารย์ช่วยเอารายงานของท่านผอ.และอาจารย์ท่านอื่นๆลงเว็บบล็อกด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

มูลนิธิสุข - แก้ว  แก้วแดง

รูปภาพของ nina

เรียน  อ.เอนก 

Weblog  ที่ท่านส่งมานั้น  มูลนิธิฯ ได้รับเรียบร้อยแล้ว   ขอบคุณมากค่ะ

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 3 คน กำลังออนไลน์